สำรวจความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน จากเหตุปิดล้อมตรวจค้น และวิสามัญแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบ จ.ยะลา
สำรวจความเสียหายของบ้านเรือนประชาชน จากเหตุปิดล้อมตรวจค้น และวิสามัญแกนนำกลุ่มก่อความไม่สงบ จ.ยะลา
(21 ม.ค.69) เจ้าหน้าที่จาก กองพันทหารช่างที่ 15 กองพลทหารราบที่ 15 ร่วมกับ นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในจังหวัดยะลา และเจ้าหน้าที่ฝ่ายปกครอง ลงพื้นที่สำรวจความเสียหายของอาคารและบ้านเรือนประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากเหตุการณ์บังคับใช้กฎหมาย ในพื้นที่ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ที่ผ่านมา
สืบเนื่องจากเจ้าหน้าที่ได้รับแจ้งเบาะแสจากประชาชน พบกลุ่มบุคคลต้องสงสัยเข้ามาพักพิงในเขตบ้านเปาะยานิ จึงเข้าตรวจสอบโดยใช้มาตรการจากเบาไปหาหนักตามหลักสิทธิมนุษยชน แต่ผู้ก่อเหตุได้ใช้อาวุธปืนยิงใส่เจ้าหน้าที่จนเกิดการปะทะกันขึ้น เป็นเหตุให้มีผู้เสียชีวิต ชาย 1 ราย ซึ่งเป็นบุคคลตามหมายจับตามประมวลกฎหมายวิธีพิจารณาความอาญา จำนวน 3 หมาย รวมถึงมีส่วนเกี่ยวข้องกับคดีลอบวางระเบิดและวางเพลิงสถานีบริการน้ำมันและคดีอื่นๆ อีกหลายคดีในพื้นที่
ล่าสุดวันนี้ (21 มกราคม 2569) นายก้องสกุล จันทราช ผู้ว่าราชการจังหวัดยะลา พร้อมด้วยเจ้าหน้าที่ชุดช่างที่มีความเชี่ยวชาญจาก กองพันทหารช่างที่ 15 เข้าดำเนินการตรวจสอบความเสียหาย ประมาณการค่าใช้จ่าย และเตรียมวัสดุอุปกรณ์ในการซ่อมแซมอย่างละเอียดอีกครั้ง เพื่อเร่งวางแผนปฏิบัติงานรวมถึงการจัดส่งวัสดุก่อสร้าง เข้าดำเนินการซ่อมแซมบ้านเรือนให้กลับมาอยู่ในสภาพปกติ และปลอดภัยต่อการอยู่อาศัยของประชาชนโดยเร็วที่สุด
ทั้งนี้ เป็นไปตามนโยบายของ พลโท นรธิป โพยนอก แม่ทัพภาคที่ 4 / ผู้อำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค 4 ที่มุ่งเน้นการดูแลช่วยเหลือและบรรเทาความเดือดร้อนให้แก่พี่น้องประชาชน ที่ได้รับผลกระทบจากการกระทำของกลุ่มผู้ก่อเหตุรุนแรง เพื่อสร้างความมั่นใจให้กับพี่น้องประชาชน และภาครัฐพร้อมจะยืนเคียงข้างพี่น้องประชาชนอย่างไม่ทอดทิ้งกัน ไม่ว่าพื้นที่ใดก็ตาม เพื่อให้พี่น้องประชาชนก้าวผ่านทุกอุปสรรคและความยากลำบากไปได้
ขณะเดียวกันนี้ พนักงานสอบสวนได้เชิญตัว เจ้าของบ้านเช่า จุดเกิดเหตุ เข้าให้ปากคำเพื่อตรวจสอบในประเด็น "การให้ที่พักพิงแก่ผู้กระทำความผิด" เจ้าหน้าที่ระบุว่า ขณะนี้อยู่ในขั้นตอนการหาพยานหลักฐานว่าเจ้าของบ้านมีส่วนรู้เห็นเป็นใจ หรือทราบถึงพฤติการณ์ของผู้เช่ารายนี้มาก่อนหรือไม่ หากพบว่ามีการจงใจให้การช่วยเหลือหรือซ่อนเร้นผู้ต้องหา จะถูกดำเนินคดีขั้นเด็ดขาดตาม มาตรา 189 ผู้ใดช่วยผู้อื่นซึ่งเป็นผู้กระทำความผิด หรือเป็นผู้ต้องหาว่ากระทำความผิด เพื่อไม่ให้ต้องโทษ โดยให้ที่พำนักแก่ผู้นั้น โดยซ่อนเร้น หรือโดยช่วยผู้นั้นด้วยประการใดเพื่อไม่ให้ถูกจับกุม ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 2 ปี หรือปรับไม่เกิน 40,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
แม่ทัพภาคที่4 กองอำนวยการรักษาความมั่นคงภายในภาค4ส่วนหน้า