กกต.ออกกฏเหล็กกำชับระเบียบเลือกตั้งใหม่ 22 ก.พ.
รายงานข่าวจากสำนักงานคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.)แจ้งว่าตามที่ได้กำหนดให้มีการออกเสียงลงคะแนนเลือกตั้งใหม่ ใน 3 หน่วยเลือกตั้งและนับคะแนนใหม่ใน 1 หน่วยเลือกตั้งในวันพรุ่งนี้ (22 ก.พ.) จึงได้เผยแพร่ข้อห้ามเกี่ยวกับบัตรเลือกตั้ง สส. บัตรออกเสียงประชามติ และบทลงโทษกรณีมีการฝ่าฝืน โดยระบุว่าเพื่อคุ้มครองสิทธิและเสรีภาพของผู้มีสิทธิเลือกตั้ง รักษาความลับ ในการลงคะแนน และให้การออกเสียงลงคะแนนเป็นไปโดยสุจริต เที่ยงธรรม และชอบด้วยกฎหมาย
*บัตรเลือกตั้ง
1. ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดถ่ายภาพบัตรเลือกตั้งที่ตนได้ ลงคะแนนเลือกตั้งแล้ว ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนำบัตรเลือกตั้งที่ออกเสียงลงคะแนนแล้วแสดงต่อผู้อื่น เพื่อให้ผู้อื่นทราบว่าตนได้ลงคะแนนอย่างไร
หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
2. ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งใช้บัตรอื่นที่มิใช่บัตรเลือกตั้งที่ได้รับจากเจ้าพนักงานผู้ดำเนินการเลือกตั้งซึ่งมีอำนาจเพื่อออกเสียงลงคะแนน
ห้ามมิให้ผู้มีสิทธิเลือกตั้งนำบัตรเลือกตั้งออกไปจากที่เลือกตั้ง
ห้ามมิให้ผู้ใดจงใจทำเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตโดยวิธีใดไว้ที่บัตรเลือกตั้ง หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุก 1 - 5 ปี หรือปรับตั้งแต่ 20,000 - 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี
3. ผู้ใดจงใจกระทำด้วยประการใด ๆ ให้บัตรเลือกตั้งชำรุด หรือเสียหาย หรือให้เป็นบัตรเสีย หรือกระทำด้วยประการใด ๆ แก่บัตรเสียเพื่อให้เป็นบัตรที่ใช้ได้
หากฝ่าฝืนต้องระวังโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี ปรับไม่เกิน 100,000 บาทและให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้ง 10 ปี
*บัตรออกเสียงประชามติ
1. ห้ามใช้บัตรอื่นที่มีใช่บัตรออกเสียงมาออกเสียงประชามติ
2. ห้ามนำบัตรออกเสียงออกไปจากที่ออกเสียง
3. ห้ามนำบัตรออกเสียงหรือข้อมูลการออกเสียงที่ลงคะแนนออกเสียงแล้วแสดงต่อผู้อื่นเพื่อให้ผู้อื่นทราบว่าได้ออกเสียงอย่างใดอย่างหนึ่งหรือไม่ออกเสียงโดยไม่มีอำนาจโดยชอบ ด้วยกฎหมาย
4. ห้ามทำเครื่องหมายเพื่อเป็นที่สังเกตโดยวิธีใดไว้ที่บัตรออกเสียงเพื่อให้ผู้อื่นรู้ว่า หรือใช้เครื่องมือหรืออุปกรณ์ใดบันทึกภาพบัตรออกเสียงหรือข้อมูล เป็นบัตรออกเสียงของตน การออกเสียงที่ตนได้ลงคะแนนออกเสียงแล้ว
หากฝ่าฝืนต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 5 ปี หรือปรับไม่เกินหนึ่ง 100,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
5. ผู้ใดนำบัตรออกเสียงใส่ในหีบบัตรออกเสียงโดยไม่มีอำนาจโดยชอบด้วย กฎหมายหรือกระทำการใดในบัญชีรายชื่อผู้มีสิทธิออกเสียงเพื่อแสดงว่ามีผู้มาแสดงตนออกเสียง โดยผิดไปจากความจริง หรือกระทำการใดอันเป็นเหตุให้มีบัตรออกเสียงเพิ่มขึ้นจากความจริง ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 10 ปี และปรับไม่เกิน 200,000 บาท
6. ผู้ใดทำลายบัตรออกเสียงโดยไม่มีอำนาจกระทำได้หรือจงใจกระทำด้วยประการใด ๆ ให้บัตรออกเสียงชำรุด หรือเสียหาย หรือให้เป็นบัตรเสีย หรือกระทำด้วยประการใดแก่บัตรเสีย ให้เป็นบัตรที่ใช้ได้
ต้องระวางโทษจำคุกไม่เกิน 1 ปี หรือปรับไม่เกิน 20,000 บาท หรือทั้งจำทั้งปรับ
ถ้าผู้กระทำเป็นเจ้าพนักงานหรือเป็นผู้มีหน้าที่เกี่ยวกับการดำเนินการออกเสียง ต้องระวางโทษจำคุกตั้งแต่ 1 ปีถึง 10 ปี และปรับตั้งแต่ 20,000 บาท ถึง 200,000 บาท และให้ศาลสั่งเพิกถอนสิทธิเลือกตั้งมีกำหนด 10 ปี