โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

รัฐบาลใหม่จะพื้นเศรษฐกิจอย่างไร? เปิดคำตอบ 4 พรรคการเมืองดัง “เลือกตั้ง 69” TNN Debate

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา
รัฐบาลใหม่จะพื้นเศรษฐกิจอย่างไร? “เลือกตั้ง 69” จับคู่ประชันนโยบาย 4 พรรคการเมือง TNN Debate

รัฐบาลใหม่จะพื้นเศรษฐกิจอย่างไร? “เลือกตั้ง 69” จับคู่ประชันนโยบาย 4 พรรคการเมือง TNN Debate รีเซ็ตประเทศไทย

เวที “TNN Debate รีเซ็ตประเทศไทย” จัดโดยสถานีโทรทัศน์ TNN 16 เปิดพื้นที่ให้พรรคการเมืองต่างๆประชันวิสัยทัศน์และนโยบายฟื้นเศรษฐกิจไทย ก่อนการเลือกตั้งปี 2569 ท่ามกลางโจทย์ใหญ่เศรษฐกิจไทยที่ชะลอตัว หนี้ครัวเรือนสูง และการแข่งขันจากประเทศเพื่อนบ้านที่รุนแรงขึ้น

"พรรคประชาชน" และ "พรรคเพื่อไทย" เน้นการแก้ปัญหาเศรษฐกิจปากท้อง แต่มีแนวทางและกลไกที่แตกต่างกันอย่างชัดเจน

พรรคประชาชน นางสาวศิริกัญญา ตันสกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีและรองหัวหน้าพรรค ชี้ว่าเศรษฐกิจไทยกำลังเผชิญปีที่ยากลำบากที่สุดในรอบ 30 ปี หากไม่รวมช่วงวิกฤตใหญ่ พรรคจึงเสนอการกระตุ้นเศรษฐกิจทั้งระยะสั้นและระยะยาว

โดยเริ่มจากการ “อุดรูรั่ว” ของระบบเศรษฐกิจ 3 จุดหลัก ได้แก่ ปัญหาคอร์รัปชัน เงินกระตุ้นเศรษฐกิจที่รั่วไหลออกนอกระบบ และปัญหาแก๊งสแกมเมอร์ จากนั้นจึงกระตุ้นการบริโภคผ่านโครงการคนละครึ่ง และ “หวยใบเสร็จ” เพื่อดึง SME เข้าสู่ระบบ เพิ่มโอกาสเข้าถึงสิทธิประโยชน์ทางภาษีและสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ควบคู่กับการกระตุ้นการผลิตผ่านคนละครึ่งภาคอุตสาหกรรม และการอุดหนุนสินค้า Made in Thailand เพื่อให้เงินหมุนเวียนอยู่ในประเทศ

พรรคเพื่อไทย นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย ตั้งคำถามต่อโมเดลค้ำประกันสินเชื่อของพรรคประชาชน โดยเห็นว่าการใช้ บสย. ในรูปแบบเดิมใช้งบประมาณสูงและไม่ตอบโจทย์ พร้อมเสนอให้ใช้กลไก NaCGA หรือสถาบันค้ำประกันเครดิตแห่งชาติแทน รวมถึงตั้งข้อสังเกตว่านโยบาย Transformation Loan ของพรรคประชาชนมีลักษณะคล้ายกับนโยบายที่พรรคเพื่อไทยเคยดำเนินการแล้ว

อย่างไรก็ตาม พรรคประชาชนยืนยันว่าการใช้ บสย. ยังสามารถเดินหน้าได้ หากปรับระบบให้ใช้ข้อมูลทำเครดิตสกอริ่งรายบุคคล เพื่อความรวดเร็วในภาวะที่สินเชื่อ SME ไทยติดลบต่อเนื่องกว่า 14 เดือน พร้อมชี้ว่า Transformation Loan ในแนวทางใหม่จะใช้ข้อมูลจากคนละครึ่งและหวยใบเสร็จมาประเมินความเสี่ยง ทำให้คิดดอกเบี้ยสะท้อนความเป็นจริงและช่วยลดภาระผู้กู้ได้จริง

พรรคเพื่อไทย นายเผ่าภูมิ โรจนสกุล รองหัวหน้าพรรคเพื่อไทย นำเสนอนโยบายฟื้นเศรษฐกิจโดยเน้นการแก้ปัญหาหนี้ครบทุกกลุ่ม ทั้งประชาชนทั่วไป SME เกษตรกร และผู้สูงวัย ควบคู่กับแรงจูงใจให้ผู้ที่ผ่อนชำระดีได้รับสิทธิ “ผ่อนฟรี” เพื่อรักษาวินัยทางการเงิน พร้อมปล่อยสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำปิดหนี้นอกระบบ สำหรับภาคเกษตรเสนอ “ประกันกำไร 30%” เพื่อสร้างความมั่นคงด้านรายได้ และยกระดับการผลิตให้เหมาะสมกับพื้นที่

พรรคเพื่อไทยยังชูมาตรการเศรษฐกิจดิจิทัล เช่น Tourist Digipay เพื่อดึงเงินคริปโทเคอร์เรนซีมาใช้จ่ายในประเทศ และนโยบาย “หวยเกษียณ” เปลี่ยนการเสี่ยงโชคเป็นเงินออม ซึ่งยืนยันว่าสามารถดำเนินการได้ทันทีในระยะเวลาอันสั้น

ช่วงซักถาม พรรคประชาชนตั้งข้อสงสัยต่อแหล่งที่มางบประมาณของ NaCGA และรายละเอียดการประกันกำไรเกษตรกร 30% ว่าจะใช้เงินจากไหนและแตกต่างจากโครงการประกันรายได้เดิมอย่างไร ขณะที่พรรคเพื่อไทยชี้แจงว่า NaCGA ใช้งบลงทุนครั้งเดียวราว 7,000 ล้านบาท และเป็นการร่วมจ่ายจากหลายภาคส่วน ส่วนการประกันกำไรใช้ต้นทุนอ้างอิงจากสำนักงานเศรษฐกิจการเกษตร ไม่ใช่การประกันราคาตลาดแบบเดิม

การประชันระหว่าง "พรรคภูมิใจไทย" และ "พรรคไทยสร้างไทย" เน้นภาพรวมของการแก้เศรษฐกิจยั่งยืน ตั้งแต่การลงทุนต่างๆ และการเจาะไปที่คนตัวเล็ก เพื่อกระจายและดันจีดีพี

พรรคภูมิใจไทย นายเอกนัฏ พร้อมพันธุ์ ผู้สมัครสส.บัญชีรายชื่อ ชูแนวคิด “ความมั่นคงนำเศรษฐกิจ” เห็นว่าหากประเทศไม่มั่นคง นักลงทุนจะไม่เข้ามา จึงต้องเริ่มจากการรักษาอธิปไตยและบทบาทไทยบนเวทีโลก ก่อนดึงการลงทุนใหม่เข้าสู่ประเทศ พร้อมกระตุ้นเศรษฐกิจด้วยนโยบายที่มีความรับผิดชอบ เช่น คนละครึ่ง ที่ช่วยทั้งผู้ซื้อ ผู้ขาย และระบบเศรษฐกิจโดยรวม โดยเน้น Made in Thailand ต่อต้านธุรกิจศูนย์เหรียญ และคาดว่าหากปรับโครงสร้างได้ เศรษฐกิจไทยสามารถเติบโต 4–5% แข่งขันกับเวียดนามได้

พรรคไทยสร้างไทย ดร.โภคิน พลกุล แคนดิเดตนายกรัฐมนตรีของพรรรค เน้น “เศรษฐกิจคนตัวเล็ก” เป็นหัวใจสำคัญ เห็นว่าปัญหาใหญ่คือหนี้นอกระบบ ดอกเบี้ยสูง และการเข้าไม่ถึงแหล่งทุน พรรคเสนอการให้ “เครดิต” แทนการแจกเงิน โดยเน้นกลุ่มคนจนและชายขอบราว 20 ล้านคน ให้เครดิตคนละ 10,000 บาท ที่ต้องใช้คืน พร้อมดอกเบี้ยต่ำ รวมถึงเปิดโอกาสให้ SME นอกระบบเข้าถึงเงินทุน เทคโนโลยี และตลาด เพื่อสร้างพลังทางเศรษฐกิจจากฐานราก

นายโภคิน พลกุล แคนดิเดตนายกฯ พรรคไทยสร้างไทย ได้มีคำถามต่อนโยบายเศรษฐกิจของพรรคภูมิใจไทย ถึงการผลักดันจีดีพีประเทศไทยว่า จากนโยบายของพรรคภูมิใจไทย จะไปเพิ่มการเติบโตให้กับใครคนข้างบน หรือเฉลี่ยมาคนข้างล่าง จะสามารถกระจายได้ทุกระดับหรือไม่

ด้านนายเอกนัฎ ตอบว่า จีดีพีที่จะผลักดันให้เติบโตนั้นจะอยู่ที่ประมาณ 0.6% แต่ที่ผ่านมาหลังจากพรรคภูมิใจเข้ามา 2 เดือนกว่า ก็ได้ทำโครงการที่ช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจ ผ่านโครงการคนละครึ่ง พลัสไป และเพียงแค่เฟสแรกก็สามารถพยุงเศรษฐกิจขึ้นมาได้ เป็นการกู้จากการที่เศรษฐกิจตกหล่นอยู่ที่ระดับ 0 % เป็นประมาณ 1% กว่า แต่ถ้าเราสามารถโตเต็มศักยภาพของเราได้ เราสามารถดึงการลงทุนเข้ามาได้ เพราะตอนนี้ความหวังเครื่องยนต์เศรษฐกิจ เรื่องของการ Consumption หรือว่าการใช้สอยทางภาครัฐ ยังเจอกับข้อจำกัด คือ ปัญหาหนี้ครัวเรือน ปัญหาหนี้สาธารณะ

เมื่อถูกถามถึงการช่วยเศรษฐกิจโดยไม่ใช้งบประมาณ นายโภคินย้ำว่ากุญแจสำคัญคือการแก้กฎหมายล้าหลัง การกระจายเครดิต และการดึงเงินที่ “นอนนิ่ง” ในระบบการเงินให้ไหลลงสู่เศรษฐกิจจริง เพื่อให้การเติบโตกระจายสู่คนทุกระดับ

ภาพรวมเวทีดีเบตสะท้อนการแข่งขันเชิงนโยบายที่เข้มข้น พรรคการเมืองต่างเสนอแนวทาง “รีเซ็ตประเทศไทย” จากมุมมองที่แตกต่าง ตั้งแต่การอุดรูรั่วระบบเศรษฐกิจ การแก้หนี้ การประกันรายได้ การดึงการลงทุน ไปจนถึงการสร้างเศรษฐกิจฐานราก โดยทั้งหมดจะเป็นตัวเลือกสำคัญให้ประชาชนพิจารณาในการเลือกตั้งปี 2569 ที่จะกำหนดทิศทางเศรษฐกิจไทยในระยะต่อไป

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...