โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

ดร.ส้ม พัชรินทร์ -กทม. ภูมิใจไทย พูดแล้วทำ นโยบายตอบโจทย์ประชาชน

ไทยโพสต์

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

อุดมการณ์ของเราคือ ทำงานการเมืองด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและโปร่งใส ประโยชน์สุขของประชาชนต้องมาก่อนประโยชน์สุขส่วนตัว และส่งเสริมให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นโดยพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน ..จากการลงพื้นที่ ต้องบอกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้กระแสตอบรับภูมิใจไทยในกรุงเทพฯดีมาก

สนามเลือกตั้ง"กรุงเทพมหานคร"ในการเลือกตั้งครั้งนี้ "พรรคภูมิใจไทย"ภายใต้การนำของ"อนุทิน ชาญวีรกูล นายกรัฐมนตรีและหัวหน้าพรรคภูมิใจไทย" ถือว่ามีความพร้อมมากกว่าตอนเลือกตั้งปี 2566 อย่างเห็นได้ชัด ทำให้คนทั้งประเทศจับตามองกันมากว่า พรรคภูมิใจไทย จะปักธงมีส.ส.เขต กรุงเทพฯ ได้สำเร็จหรือไม่ หลังจากพยายามมาแล้วหลายครั้ง

และหนึ่งในผู้สมัครส.ส.เขต กทม. พรรคภูมิใจไทย ที่น่าสนใจ เพราะเป็นอดีตส.ส.กทม.มาก่อนตอนเลือกตั้งปี 2562 โดยบทบาทที่ผ่านมา โดยเฉพาะงานในสภาฯ ถือได้ว่ามีผลงานหลายเรื่อง นั่นก็คือ "ดร.พัชรินทร์ ซำศิริพงษ์ หรือดร.ส้ม"อดีตส.ส.กรุงเทพมหานคร เขต 2 พรรคพลังประชารัฐ ซึ่งเลือกตั้งครั้งนี้ ลงสมัครรับเลือกตั้งกับพรรคภูมิใจไทย ในเขตเลือกตั้งเดิม คือเขตเลือกตั้งที่ 2 เขตสาทร, เขตปทุมวัน, และเขตราชเทวี

สำหรับดร.ส้ม พัชรินทร์ จบการศึกษาปริญญาตรี คณะบัญชี มหาวิทยาลัยรังสิต-จบปริญญาโท ด้านอาชญาวิทยา Sam Houston State UniversityTexas, USAและปริญญาเอก คณะการบริหารงานยุติธรรมและสังคม มหาวิทยาลัยมหิดล

"ดร.ส้ม พัชรินทร์"กล่าวถึงความพร้อมในการลงสมัครรับเลือกตั้งส.ส.กทม. พรรคภูมิใจไทยในครั้งนี้ ซึ่งเป็นพรรคเดิมที่เคยลงตอนเลือกตั้งปี 2566 ว่า ที่ผ่านมาเราก็พยายาม สร้างผลงานมาตลอดตั้งแต่ตอนที่เป็นส.ส.หลังการเลือกตั้งปี 2562 จนถึงวันที่แม้เราจะไม่ได้เป็นส.ส. แต่ก็ยังคงทำงานอย่างต่อเนื่องทั้งในสภาฯและนอกสภาฯ อยากให้ประชาชนเห็นว่าเรามีความตั้งใจจริง ซึ่งหากมีโอกาสได้รับเลือกตั้งกลับเข้าไปเป็นส.ส.ในสภาฯอีกครั้ง เราจะทำอะไรต่อได้อีกบ้าง

โดยผลงานตอนเป็นส.ส.ปี 2562 ก็มีเช่นการผลักดันการออกกฎหมาย พระราชบัญญัติมาตรการป้องกันการกระทำความผิดซ้ำในความผิดเกี่ยวกับเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ. 2565 หรือที่คนเรียกกันว่า กฎหมายฉีดไข่ฝ่อ และก็มีการร่วมเสนอการออกกฎหมายป้องกันการคุกคามทางเพศฯ แต่เกิดการยุบสภาฯเกิดขึ้นก่อนและหลังเลือกตั้งปี 2566 ตัวส้มเอง ยังคงทำงานต่อเนื่อง ซึ่งทางนายกฯอนุทิน ชาญวีรกูล ในฐานะหัวหน้าพรรคภูมิใจไทยและส.ส.ของพรรคภูมิใจไทยอีกจำนวนหนึ่งได้ร่วมกันลงชื่อเสนอร่างแก้ไขเพิ่มเติมประมวลกฎหมายอาญาเกี่ยวกับการเพิ่มนิยามและบทกำหนดโทษของคำว่าคุกคามทางเพศ รวมถึงแก้ไขนิยามของการกระทำชำเราฯ ให้ครอบคลุมกับกับทุกเพศมากขึ้น

ทั้งหมด เหมือนกับเป็นการเตรียมความพร้อมส่วนหนึ่ง และอีกส่วนหนึ่งก็คือความตั้งใจที่เราอยากจะทำงานขับเคลื่อนให้กับพี่น้องประชาชนอย่างเต็มที่

"ดร.พัชรินทร์-ผู้สมัครส.ส.กทม. ภูมิใจไทย"กล่าวว่า สำหรับการเลือกตั้งครั้งนี้ จุดแข็งของพรรคภูมิใจไทย มีหลายเรื่อง โดยเรื่องแรกก็คือ ทีมผู้บริหารจากพรรคภูมิใจไทยที่ครั้งนี้ทางภูมิใจไทยเสนอเทคโนแครตขึ้นมา ไม่ว่าจะเป็น คุณศุภจี สุธรรมพันธุ์ รมว.พาณิชย์-นายเอกนิติ นิติทัณฑ์ประภาส รองนายกฯและรมว.คลัง-นายสีหศักดิ์ พวงเกตุแก้ว รมว.ต่างประเทศ โดยทั้ง 3 คนต่างมีความเชี่ยวชาญในงานแต่ละด้านที่ได้รับมอบหมาย ซึ่งในการเป็นพรรคแกนนำรัฐบาลร่วมสี่เดือน พรรคภูมิใจไทยเราพิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าผลงานที่เกิดขึ้นมีอะไรบ้าง รวมทั้งพรรคภูมิใจไทย หากพูดภาษาชาวบ้านก็คือ เราเป็นพรรคที่ไม่ได้มีอีโก้ว่านโยบายใดที่สำเร็จ ทำแล้วดี แต่เป็นของคนอื่น เราจะต้องทิ้งไปหมด อย่างการที่ พรรคภูมิใจไทยได้หยิบยกนโยบายคนละครึ่งมาสานต่อเป็นคนละครึ่งพลัส ซึ่งพิสูจน์ให้เห็นอย่างชัดเจนแล้วว่าช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีและในส่วนของอีกหลายนโยบายที่เราเห็นว่าดีอยู่แล้ว ก็พยายามที่จะพัฒนาให้มันดียิ่งขึ้น

อันเป็นสิ่งที่พรรคภูมิใจไทยคิดว่าประชาชน จะเห็นว่าพรรคภูมิใจไทยจะสามารถขับเคลื่อนแนวนโยบายต่าง ๆ ให้เป็นประโยชน์อย่างแท้จริง และสิ่งหนึ่งที่เราชอบมากก็คือนโยบายพรรคภูมิใจไทย เราไม่ได้เน้นประชานิยม ไม่ใช่เน้นแจกอย่างเดียว แต่เราเน้นว่าบอกประชาชนว่าให้ตกปลายังไง เพื่อให้เขามีกินมีใช้อย่างยั่งยืน นโยบายต่าง ๆ จะเป็นลักษณะที่เพิ่มศักยภาพให้กับพี่น้องประชาชน ช่วยสนับสนุนช่วยเพิ่มภูมิความรู้ โดยนโยบายของภูมิใจไทย เรามีความหลากหลาย แต่เราจะไม่ได้เน้นประชานิยม แต่เราอยากให้ประชาชนอยู่ได้อย่างยั่งยืน

..นอกจากนี้ จากสถานการณ์ความไม่สงบบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชา ที่เกิดขึ้นก่อนหน้านี้ ทำให้ประชาชนได้เห็นถึงความเด็ดขาด การตัดสินใจในภาวะผู้นำของท่านนายกฯ อนุทิน ที่ต้องบอกว่าประชาชนตอบรับเรื่องนี้ดีมาก เพราะว่าเรื่องอธิปไตยของประเทศไทย เป็นเรื่องที่ไม่ใช่เฉพาะคนกรุงเทพฯเท่านั้น แต่คนไทยทุกคนมีความรักในความเป็นชาติไทย รักในผืนแผ่นดินไทย-อธิปไตยของไทย ดังนั้นที่นายกรัฐมนตรี อนุทิน ได้ตัดสินใจ ได้ทำในช่วงสถานการณ์ไทย-กัมพูชา แสดงให้เห็นถึงความจริงจังที่จะรักษาแผ่นดินไทยไว้ ตรงนี้ ก็เป็นสิ่งที่พวกเราทุกคน รวมถึงคนกรุงเทพฯ แม้จะไม่ได้อยู่ติดชายแดนแต่เราก็รู้สึก-รับรู้ได้ถึงความรักชาติตรงนี้

สำหรับนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ที่เป็นนโยบายหลัก ๆ ก็มีหลายนโยบายที่มีความโดดเด่น เช่นนโยบายการสานต่อ"คนละครึ่งพลัส"เพราะเป็นการกระตุ้นเศรษฐกิจได้ดีมาก แล้วตัวส้มเองจากการลงพื้นที่หาเสียง ก็มีเสียงสะท้อนจากประชาชนเช่น พ่อค้าแม่ค้า ต่างบอกว่า ที่รัฐบาลทำคนละครึ่งเฟสแรกสามารถช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจได้จริง คือไม่ได้เป็นการแจกเงิน แต่ทำให้ประชาชนได้จับจ่ายใช้สอยมากขึ้น มันก็วิน-วิน ทั้งฝ่ายประชาชน และพ่อค้าแม่ค้า เป็นนโยบายเรือธงที่ได้รับการตอบรับจากประชาชนเป็นอย่างดี

นอกจากนี้ก็มีนโยบายการสร้างกำแพงชายแดน ที่เป็นเรื่องของการสร้างกำแพงป้องกันภัยรุกราน ที่นอกจากเรื่องของอธิปไตยแล้ว ยังป้องกันพวกภัยยาเสพติด สินค้าเกษตรข้ามแดนผิดกฎหมาย -แรงงานเถื่อน เรื่องนี้ก็เป็นอีกหนึ่งนโยบายที่ภูมิใจไทยนำเสนอกับพี่น้องประชาชน รวมถึง เรื่องการปราบสแกมเมอร์ -ทลายทุนเทา -ไม่เอากาสิโน พรรคภูมิใจไทยให้ความสำคัญกับการปราบปรามสแกมเมอร์ ทลายทุนเทาและไม่เอากาสิโนอย่างมาก ที่ผ่านมาจะเห็นว่า รมว.ดิจิทัลฯ คุณไชยชนก ชิดชอบ ก็มีความตั้งใจมากและมีผลงานออกมาในการที่จะจับทุนสีเทาต่าง ๆ ที่เป็นการยืนยันว่าภูมิใจไทยพยายามที่จะทำเรื่องเหล่านี้อย่างหนักแน่น

ขณะที่นโยบายเพื่อรองรับสังคมผู้สูงวัย พรรคภูมิใจไทยก็ให้ความสำคัญมาก มีนโยบายผู้สูงวัยพลัส โดยภูมิใจไทยต้องการเน้นการพัฒนาศักยภาพ เพราะผู้ที่เกษียณอายุในวัย 60 ปี เป็นบุคคลที่มีศักยภาพมาก มีทั้งความรู้ มีประสบการณ์ตลอดชีวิตที่เขาทำงานมา และหลายคนก็ยังมีแรงในการทำงาน เราจึงเสนอสูงวัยพลัส-60 พลัสเกษียณสำราญมีงานทำ ที่ก็คือ พยายามที่จะสนับสนุนในการที่จะให้ผู้ประกอบการจ้างงานผู้สูงอายุ แล้วลดหย่อนภาษีได้ 2 เท่า สูงสุด 30,000 บาท เป็นต้น รวมถึงการสร้างศูนย์ดูแลผู้สูงอายุทั่วประเทศ

หวังสานต่อ-ผลักดัน"พื้นที่ปลอดภัย"

"ดร.พัชรินทร์-ผู้สมัครส.ส.เขต 2 กทม.พรรคภูมิใจไทย"กล่าวว่า สำหรับปัญหาในระดับพื้นที่เขต 2 กทม.ด้วยความที่เขต 2 คือปทุมวัน สาธร ราชเทวี เป็นพื้นที่ใจกลางกรุงเทพฯ ซึ่งในส่วนของเรื่องเศรษฐกิจที่เป็นภาพใหญ่ ก็เป็นเรื่องที่ต้องว่าไปตามนโยบาย แต่ในระดับพื้นที่ เขต 2 เป็นพื้นที่ซึ่งยังมีชุมชนแออัดอยู่เยอะ มีเกือบร้อยชุมชน ทำให้เรื่องคุณภาพชีวิต-การเข้าถึงทางการแพทย์ สิทธิการรักษาพยาบาลต่างๆ เป็นเรื่องที่เราอยากผลักดันให้ประชาชนสามารถที่จะได้รับการอำนวยความสะดวกในเรื่องเหล่านี้มากขึ้น อย่างพอนายกฯอนุทิน เป็นนายกฯ ก็ได้ดึงเรื่องการรักษาไตฟรีกลับมา ถือว่าเป็นผลงานที่ประชาชนชอบมากเพราะว่าเคยมีอยู่ช่วงหนึ่ง ที่การรักษาไตไม่สามารถที่จะ ได้สิทธิ์ดังกล่าว ก็ทำให้ประสบปัญหาอย่างมาก เพราะการรักษาค่อนข้างใช้ค่าใช้จ่ายเยอะ ดังนั้นเรื่องการพัฒนาระบบรักษาพยาบาล -การเข้าถึงสิทธิต่างๆ เป็นเรื่องที่สำคัญ

ขณะเดียวกัน เราก็พยายามจะขับเคลื่อนเรื่องสร้าง พื้นที่ปลอดภัย เพราะตั้งแต่ตอนเป็นส.ส.หลังเลือกตั้งปี 2562 ก็พยายามทำเรื่อง safety zone เรื่องความปลอดภัยตลอด ตั้งแต่เรื่องกฎหมาย เช่นกฎหมายฉีดไข่ฝ่อ กฎหมายเอาผิดการคุกคามทางเพศ เพราะสิ่งเหล่านี้ มันเป็นพื้นฐานของเรื่องความปลอดภัย แน่นอนว่าในเรื่องนโยบายก็เช่นกัน เราก็อยากทำพื้นที่ปลอดภัย ซึ่งหมายถึง พื้นที่ใด ซึ่งเป็นที่รกร้าง อย่างเขตเลือกตั้งที่ 2 ก็มีเช่น พื้นที่ใต้ทางด่วน หรือพื้นที่ใดก็ตาม ก็ให้มีการพัฒนาพื้นที่นั้น โดยเฉพาะใจกลางเมืองซึ่งเป็นพื้นที่เศรษฐกิจ ซึ่งการพัฒนาพื้นที่ หากแต่ละหน่วยงานที่เกี่ยวข้องสามารถบูรณาการกันได้ ก็สามารถที่จะพัฒนาจากพื้นที่รกร้าง พื้นที่อันตรายพื้นที่เสี่ยงอาชญากรรม ให้เป็นพื้นที่ทางเศรษฐกิจ มีไฟส่องสว่าง ก็เป็นสิ่งสำคัญที่จะต้องทำในพื้นที่ ซึ่งจะช่วยสร้างความปลอดภัยให้กับประชาชน

ขอคนกรุงเทพฯให้โอกาสภท.ปักธงกทม.

เมื่อถามว่า ที่ผ่านมา พรรคภูมิใจไทยยังไม่เคยได้ส.ส.กรุงเทพฯ จากการเลือกตั้ง แล้วสำหรับครั้งนี้ จากการลงพื้นที่และจากกระแสต่างๆ มั่นใจหรือไม่ว่าคนกรุงเทพฯจะให้โอกาสเลือกผู้สมัครของภูมิใจไทยเข้าไปเป็นส.ส.กทม. "ดร.ส้ม พัชรินทร์"กล่าวว่า ตัวส้มเองอยู่กับพรรคภูมิใจไทยมาตั้งแต่ปี 2566 ซึ่งจุดยืนของเราชัดเจนในเรื่องของชาติ ศาสนา พระมหากษัตริย์ และที่ผ่านมา เราเห็นตลอดว่า นโยบายที่ภูมิใจไทยหาเสียงไว้ เขาพูดแล้วทำจริง ๆ มันก็ตรงกับคอนเซ็ปต์เรา คือ พูดจริงทำจริง -จริงใจ

ที่ผ่านมาเราต้องยอมรับว่าภูมิใจไทย ตัวนายกฯ อนุทิน ก็ยังไม่มีโอกาสได้บริหารประเทศอย่างเต็มที่ คือยังไม่ได้เป็นนายกรัฐมนตรีในตอนนั้น(ช่วงเลือกตั้งปี 2566) แต่วันนี้เชื่อว่าภูมิใจไทยได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่าตลอดระยะเวลา 4 เดือน เพียงแค่ 4 เดือน ผลงานต่าง ๆ ของพรรคภูมิใจไทยที่เป็นแกนนำรัฐบาลออกมามากมาย รวมทั้งครั้งนี้เราได้เทคโนแครต อย่างคุณเอกนิติ คุณศุภจี คุณสีห์ศักดิ์มาทำงาน แล้วผลงานออกมาเป็นรูปธรรม จับต้องได้

วันนี้อยากขอโอกาสจากคนกรุงเทพฯว่า พรรคภูมิใจไทยเราพิสูจน์ให้เห็นถึงผลงานแล้ว อยากให้เปิด โอกาส ให้ผู้สมัครส.ส.กรุงเทพฯ ของภูมิใจไทย ไปเป็นตัวแทนประชาชนกรุงเทพฯ ที่จะดีกว่าไหม หากมีส.ส.จากภูมิใจไทย ไปเป็นตัวแทน ไปพูดเป็นปากเป็นเสียงให้พี่น้องประชาชน และให้เราได้ทำนโยบายที่เราพูดแล้วทำด้วย และจากการทำงานของตัวเราเอง ตัวส้ม ก็มั่นใจว่า ทุ่มเทและมุ่งมั่นในการทำงานอย่างเต็มที่ พร้อมที่จะเป็นกระบอกเสียงให้กับประชาชน อยากขอโอกาสให้พี่น้องประชาชนได้เปิดใจ ได้พิจารณาผลงานที่เกิดขึ้นของนายกฯอนุทิน แล้วก็ทีมงานของพรรคภูมิใจไทย

..จากการลงพื้นที่ ต้องบอกว่าการเลือกตั้งครั้งนี้กระแสตอบรับภูมิใจไทยในกรุงเทพฯดีมาก ๆ อย่างนโยบายคนละครึ่งพลัส ประชาชนและพ่อค้าแม่ค้าต่างก็บอกว่าชอบมาก เพราะทำให้เกิดสภาพคล่องในการจับจ่ายใช้สอย และเวลาลงพื้นที่ ที่มีนายกฯ อนุทินมาร่วมหาเสียงด้วย ประชาชนก็จะบอกว่า ท่านนายกฯฝากประเทศไว้ด้วยนะ แผ่นดินไทยอย่าให้ใครเอาไป ก็เป็นฟีดแบ็กที่ประชาชนให้การตอบรับกับภูมิใจไทย แล้วก็มีเรื่องที่ฝากให้ช่วยดูอย่างที่กล่าวข้างต้นเช่นเรื่อง สิทธิการรักษาพยาบาล เป็นต้น

เมื่อถามว่าในช่วงโค้งสุดท้าย สำหรับพื้นที่กรุงเทพฯ พรรคภูมิใจไทย จะมีนโยบายหรือไพ่เด็ดที่จะออกมาในการหาเสียงหรือการเปิดเวทีปราศรัยอะไรหรือไม่ "ดร.พัชรินทร์"กล่าวว่า เรื่องดังกล่าว ทีมผู้บริหารของพรรค คงกำลังประชุมหารือกันอยู่ ที่คงเก็บไว้เป็นความลับ ส่วนจะเป็นอย่างไรคงต้องมาดูกันอีกที แต่เชื่อว่าสิ่งหนึ่งคือเราพยายามเสมอต้นเสมอปลายคือวันนี้เราทำงานอย่างไร ความตั้งใจมุ่งมั่นเป็นอย่างไร วันข้างหน้า เราก็ยังคงเป็นแบบนั้น และจะต้องเพิ่มมากขึ้นกว่าเท่าตัว เพราะว่าเรายิ่งต้องทำให้ประชาชนเห็นมากขึ้นว่าเรามีความตั้งใจจริง วันนี้เรามาขอเสียงจากประชาชน ซึ่งหากวันข้างหน้าเราได้รับโอกาส เราก็ยิ่งต้องทำงานให้หนักมากขึ้น ให้สมกับที่ประชาชนไว้วางใจ

"ดร.ส้ม พัชรินทร์-ผู้สมัครส.ส.เขต 2 กทม.พรรคภูมิใจไทย"กล่าวทิ้งท้ายว่า ตัวส้มมีความมุ่งมั่นตั้งใจทำงาน อุดมการณ์ของเราคือ ทำงานการเมืองด้วยความซื่อสัตย์สุจริตและโปร่งใส ประโยชน์สุขของประชาชนต้องมาก่อนประโยชน์สุขส่วนตัว และส่งเสริมให้ประชาชนมีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้นโดยพึ่งพาตนเองอย่างยั่งยืน

จากการทำงานของเราในช่วงที่ผ่านมา ส้มเชื่อว่าได้พิสูจน์ให้เห็นแล้วว่า ผลงานของเรามันเกิดขึ้นแล้วจริงๆ เรามีความตั้งใจและและเราก็พิสูจน์แล้วว่าเราได้ขับเคลื่อนกฎหมายอะไรบ้าง ในขณะเดียวกันช่วงที่เป็นส.ส. ก็ลงพื้นที่พบปะประชาชนชนในเขตพื้นที่เลือกตั้งอย่างสม่ำเสมอ เพื่อที่จะนำเสียงสะท้อนของประชาชน มานำเสนอในเรื่องนโยบายต่างๆ หรือเรื่องของกฎหมาย

ทั้งหมด เป็นสิ่งที่ได้พยายามทำมาตลอดระยะเวลาที่ทำงานการเมืองมา และทำงานการเมืองอย่างสร้างสรรค์ ไม่ขัดแย้งกับใคร กฎหมาย 2 ฉบับที่ส้มได้เสนอผลักดันมา( พ.ร.บ.มาตรการป้องกันการกระทำผิดซ้ำในคดีทางเพศหรือที่ใช้ความรุนแรง พ.ศ.2565 -การแก้ไขประมวลกฎหมายอาญา เกี่ยวกับเรื่องการกระทำชำเราและการคุกคามทางเพศ) ทั้งฝ่ายค้าน ฝ่ายรัฐบาลและสมาชิกวุฒิสภา เห็นด้วยเป็นเอกฉันท์ ที่หมายความว่า เราสร้างกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริง สิ่งเหล่านี้คือการพิสูจน์ให้เห็นถึงการทำงานทั้งในสภาฯ และงานพื้นที่

สำหรับพรรคภูมิใจไทย เบอร์ 37 ส้มคิดว่า วันนี้รัฐบาลที่นำโดย นายกฯอนุทิน ที่ทำงานมาร่วมสี่เดือน ซึ่งในการทำงานเป็นรัฐบาลก็ค่อนข้างที่จะสั้น แต่ประชาชนก็ได้เห็นผลงานของนายกฯและคณะรัฐมนตรี รวมถึงทีมงานทั้งหมดว่ามีผลงานอะไรบ้าง ก็อยากจะขอโอกาส คนกรุงเทพฯ และประชาชนให้โอกาสตัว ส้ม ได้กลับเข้าไปทำงานสภาฯ เพื่อผลักดันกฎหมายที่เป็นประโยชน์กับประชาชนอย่างแท้จริงต่อ ได้เข้าไปเป็น กระบอกเสียงให้กับประชาชน ทั้งในพื้นที่เขต 2 และประชาชนโดยทั่วไป

โดยวรพล กิตติรัตวรางกูร

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...