ผู้นำคิมเตือน พร้อมทำลายล้างเกาหลีใต้ หากถูกคุกคาม แต่เปิดโอกาสคุยสหรัฐ
ผู้นำคิมเตือน พร้อมทำลายล้างเกาหลีใต้ หากถูกคุกคาม แต่เปิดโอกาสคุยสหรัฐ
สำนักข่าวกลางเกาหลีเหนือ (เคซีเอ็นเอ) รายงานว่า นายคิม จองอึน ผู้นำเกาหลีเหนืออ้างว่า ประเทศของเขาที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์สามารถที่ทำลายล้างเกาหลีใต้ได้จนราบคาบ หากความมั่นคงของประเทศถูกคุกคาม พร้อมกับย้ำท่าทีปฏิเสธที่จะเจรจากับเกาหลีใต้ แต่ยังเปิดโอกาสสำหรับการเจรจากับสหรัฐไว้
เคซีเอ็นเอรายงานว่า ผู้นำคิมยังเรียกร้องให้มีการพัฒนาอาวุธระบบใหม่ เพื่อเสริมความแข็งแกร่งให้กองทัพของประเทศที่มีอาวุธนิวเคลียร์ รวมถึงขีปนาวุธข้ามทวีปที่สามารถยิงจากใต้น้ำได้ และขยายคลังอาวุธนิวเคลียร์เชิงยุทธวิธี เช่น ปืนใหญ่และขีปนาวุธพิสัยใกล้ ที่มุ่งเป้าหมายต่อเกาหลีใต้
คิมกล่าวว่า การเร่งพัฒนาโครงการนิวเคลียร์และขีปนาวุธในช่วงไม่กี่ปีที่ผ่านมาได้ตอกย้ำสถานะของเกาหลีเหนือในฐานะรัฐที่มีอาวุธนิวเคลียร์อย่างถาวร พร้อมเรียกร้องให้สหรัฐอเมริกาละทิ้งสิ่งที่เขามองว่า เป็นนโยบายที่เป็นปฏิปักษ์ต่อเกาหลีเหนือ หากต้องการรื้อฟื้นการเจรจาระหว่างกันที่หยุดที่ชะงักมานาน
ผู้นำคิมแสดงจุดยืนดังกล่าวขณะสรุปการประชุมใหญ่พรรคแรงงานเกาหลี ซึ่งเป็นการประชุมสำหรับรัฐบาลเพื่อวางกรอบนโยบายของประเทศในระยะ 5 ปีข้างหน้า ซึ่งเริ่มขึ้นในวันที่ 19 กุมภาพันธ์ ที่กรุงเปียงยาง
ถ้อยแถลงของคิมเป็นสิ่งที่หลายฝ่ายคาดการณ์ไว้แล้ว เนื่องจากเขาได้แสดงท่าทีแข็งกร้าวต่อเกาหลีใต้อย่างต่อเนื่องตั้งแต่ปี 2024 เมื่อมีการล้มเลิกเป้าหมายเดิมของเกาหลีเหนือในการรวมชาติอย่างสันติระหว่างสองเกาหลีที่ถูกแบ่งแยกจากสงคราม และประกาศว่าเกาหลีใต้เป็นศัตรูถาวร อย่างไรก็ดี นักวิเคราะห์คาดว่าผู้นำคิมจะใช้ท่าทีที่รอบคอบมากขึ้นต่อสหรัฐ เพื่อรักษาความเป็นไปได้ของการเจรจาในอนาคต โดยมีเป้าหมายระยะยาวคือการได้รับการผ่อนคลายมาตรการคว่ำบาตรจากสหรัฐ และยอมรับสถานะของเกาหลีเหนือในฐานะรัฐที่ครอบครองอาวุธนิวเคลียร์
ในระยหลังหลัง ผู้นำคิมให้ความสำคัญกับรัสเซียในการดำเนินนโยบายต่างประเทศ โดยส่งทหารหลายพันนายและยุทโธปกรณ์จำนวนมากไปสนับสนุนสงครามของมอสโกในยูเครน ซึ่งอาจเป็นการแลกกับความช่วยเหลือและเทคโนโลยีทางทหาร แต่ผู้เชี่ยวชาญมองว่าการเปิดทางเลือกไว้กับสหรัฐเป็นเรื่องสมเหตุสมผล เพราะหากสงครามยูเครนยุติลง อาจทำให้บทบาทคุณค่าของเกาหลีเหนือที่มีต่อรัสเซียลดลง
รายงานสรุปการประชุมของพรรคแรงงานชี้ว่า ผู้นำคิมกล่าวว่ารัฐบาลของเขายังคงยึด “จุดยืนที่แข็งกร้าวที่สุด” ต่อวอชิงตัน แต่เสริมว่า “ไม่มีเหตุผลใดที่เราจะอยู่ร่วมกันไม่ได้” กับชาวอเมริกัน หากสหรัฐยกเลิกนโยบายที่เห็นว่าเป็นปฏิปักษ์ต่อเกาหลีเหนือ ซึ่งโดยทั่วไปหมายถึงแรงกดดันและการคว่ำบาตรที่นำโดยสหรัฐ ต่อความทะเยอทะยานด้านนิวเคลียร์ของเขา ถ้อยแถลงนี้สอดคล้องกับท่าทีเดิมของเกาหลีเหนือที่เรียกร้องให้วอชิงตันละทิ้งข้อเรียกร้องเรืองการปลดอาวุธนิวเคลียร์ของเกาหลีเหนือ เป็นเงื่อนไขเบื้องต้นสำหรับการรื้อฟื้นการเจรจา
คิมกล่าวว่า แนวโน้มความสัมพันธ์ระหว่างสหรัฐกับเกาหลีเหนือขึ้นอยู่กับท่าทีและทัศนคติของสหรัฐเป็นหลัก ไม่ว่าจะเป็นการอยู่ร่วมกันอย่างสันติ หรือการเผชิญหน้าถาวร เราพร้อมสำหรับทั้งสองทาง และการตัดสินใจไม่ได้อยู่ที่เรา
นักวิเคราะห์ระบุว่า การที่คิมประณามเกาหลีใต้สะท้อนให้เห็นถึงมุมมองของเขาที่ว่า เกาหลีใต้ซึ่งช่วยจัดให้มีการประชุมครั้งแรกระหว่างผู้นำคิมกับทรัมป์นั้น ไม่ใช่ตัวกลางที่มีประโยชน์กับวอชิงตันอีกต่อไป แต่เป็นอุปสรรคต่อความพยายามของเขาในการจุดยืนระดับภูมิภาคที่แข็งแกร่งยิ่งขึ้น
เขายังแสดงให้เห็นถึงความอ่อนไหวต่ออิทธิพลทางวัฒนธรรมของเกาหลีใต้ โดยผลักดันการรณรงค์ภายในประเทศอย่างแข็งขัน เพื่อสกัดกั้นอิทธิพลของวัฒนธรรมและภาษาเกาหลีใต้ในหมู่ประชาชนเกาหลีเหนือ ขณะที่เขาพยายามกระชับการปกครองแบบอำนาจนิยมของตระกูลคิมให้แน่นหนายิ่งขึ้น
ในการประชุมพรรค ผู้นำคิมเยาะเย้ยข้อเรียกร้องให้มีการเจรจาของ ประธานาธิบดีอี แจมยอง ของเกาหลีใต้ ว่าเป็นเรื่องหลอกลวง พร้อมกล่าวหารัฐบาลโซลหลายชุดว่ามุ่งหวังให้เกาหลีเหนือล่มสลาย ดังนั้นจึง “ไม่มีอะไรต้องพูดคุยกับรัฐศัตรู และเกาหลีเหนือจะตัดเกาหลีใต้ออกจากแนวคิดเรื่องการรวมชาติชาติอย่างถาวร
กระทรวงรวมชาติของเกาหลีใต้ออกมาระบุว่า เป็นเรื่องน่าเสียดายที่เกาหลีเหนือยังคงมองว่าความสัมพันธ์ระหว่างสองเกาหลีว่าเป็นปรปักษ์ แต่เกาหลีใต้จะยังคงใช้ความอดทนในการเดินหน้าความพยายามเพื่อสร้างสันติภาพต่อไป
การประชุมใหญ่ของ พรรคแรงงานเกาหลี ซึ่งเริ่มขึ้นเมื่อวันพฤหัสบดีที่แล้วในกรุงเปียงยาง เกิดขึ้นในขณะที่ผู้นำคิมกำลังสร้างอิทธิพลในภูมิภาคให้มากขึ้น โดยใช้ประโยชน์จากโครงการนิวเคลียร์ทางทหารที่ขยายตัวและกำลังเสริมความแข็งแกร่งอย่างต่อเนื่อง ผนวกกับความใกล้ชิดที่เพิ่มขึ้นกับรัสเซีย ซึ่งยิ่งทำให้ความตึงเครียดกับเกาหลีใต้และสหรัฐทวีความรุนแรงขึ้นตามไปด้วย
เคซีเอ็นเอยังรายงานว่า เกาหลีเหนือได้จัดพิธีสวนสนามทางทหารในกรุงเปียงยางเมื่อวันที่ 25 กุมภาพันธ์ เพื่อปิดฉากการประชุมใหญ่พรรคแรงงาน ซึ่งเคยจัดขึ้นก่อนหน้านี้ในปี 2016 และ 2021
ผู้นำคิมยังชมพิธีสวนสนามพร้อมกับคิม จูแอ บุตรสาววัย 13 ปี ที่เริ่มมีบทบาทมากขึ้นเรื่อยๆ โดยเขากล่าวว่า กองกำลังของเกาหลีเหนือมีความสามารถในการตอบโต้ได้อย่างฉับไวและเด็ดขาดต่อภัยคุกคามใดๆ ที่จากศัตรู แต่เคซีเอ็นเอไม่ให้รายละเอียดว่า ได้มีการนำอาวุธขนาดใหญ่ออกมาแสดงหรือไม่ ซึ่งรวมถึงขีปนาวุธข้ามทวีป (ไอซีบีเอ็ม) ที่อาจยิงได้ถึงดินแดนของสหรัฐ
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ผู้นำคิมเตือน พร้อมทำลายล้างเกาหลีใต้ หากถูกคุกคาม แต่เปิดโอกาสคุยสหรัฐ
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.matichon.co.th