ลุ้นเปิดถนนความมั่นคง ขุนแม่สอง-ห้วยกองเป๊าะ ทางเลือกที่เป็นทางรอดชุมชนชายแดน
ประเด็นการปรับปรุงเส้นทางในพื้นที่ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวา และ เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวิน กลายเป็นที่ถกเถียงในจังหวัดแม่ฮ่องสอน หลังมีการดำเนินการปรับขยายเส้นทางบางช่วง ระหว่างบ้านขุนแม่สอง ต.เสาหิน อ.แม่สะเรียง กับบ้านห้วยกองเป๊าะ ต.แม่ลาหลวง อ.แม่ลาน้อย
ภาคีเครือข่ายกะเหรี่ยงเพื่อวัฒนธรรมและสิ่งแวดล้อม จ.แม่ฮ่องสอน รวมถึงผู้นำชุมชนและท้องถิ่น เห็นพ้องถึงความจำเป็นของเส้นทางดังกล่าว โดยระบุว่าเป็นทางเลือกสำคัญในฤดูฝน เมื่อเส้นทางหลักที่ลัดเลาะตามลำห้วยประสบปัญหาน้ำป่าไหลหลาก ทำให้การส่งต่อผู้ป่วยและการสัญจรของชาวบ้านเป็นไปด้วยความยากลำบาก
นายมานพ คีรีภูวดล อดีต สส.บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชน ลงพื้นที่ติดตามสถานการณ์ พร้อมสรุป 3 ประเด็นหลัก ได้แก่ การดำเนินการของอดีตหัวหน้าเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าที่ไม่ได้รับอนุญาตอย่างถูกต้อง ความต้องการใช้เส้นทางของประชาชนอย่างแท้จริง และข้อเสนอให้ดำเนินการให้ถูกต้องตามขั้นตอน หากมีความจำเป็นเชิงราชการและความมั่นคง ควรให้ฝ่ายความมั่นคงเป็นเจ้าภาพหลัก
นายมานพ ระบุอีกว่า เส้นทางดังกล่าวเป็นการปรับปรุงจากแนวเดิม ไม่ใช่การตัดถนนใหม่ทั้งหมด และที่ผ่านมาเจ้าหน้าที่รัฐหลายหน่วย รวมถึง ตชด. ครู และบุคลากรสาธารณสุข ก็ใช้เส้นทางนี้ในฤดูฝน พร้อมเสนอให้ผลักดันเป็น “ถนนความมั่นคงชายแดน” เนื่องจากพื้นที่อยู่ห่างแนวชายแดนเพียงราว 4 กิโลเมตร
ด้าน พ.อ.ต่อศักดิ์ ชำนาญอาสา ผู้บังคับหน่วยเฉพาะกิจกรมทหารพรานที่ 36 เปิดเผยว่า เส้นทางดังกล่าวยังเป็นพื้นที่ชั้นใน อยู่ในการดูแลของฝ่ายความมั่นคง แม้ที่ผ่านมาเคยตรวจพบการลักลอบลำเลียงฝิ่นดิบในพื้นที่บ้าง แต่สามารถควบคุมสถานการณ์ได้ พร้อมย้ำว่า ไม่ว่าถนนสายใด หากเปิดใช้อย่างถูกต้องตามกฎหมาย ฝ่ายความมั่นคงก็พร้อมดูแลอย่างเต็มกำลัง
อย่างไรก็ตาม ล่าสุดมีคำสั่งปิดเส้นทางตัดใหม่ที่อยู่ระหว่างดำเนินคดี โดยนำลวดหนามปิดกั้นหัว-ท้ายถนน ห้ามประชาชนใช้สัญจร ถนนช่วงที่ถูกตัดผ่านพื้นที่เขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าแม่ยวมฝั่งขวาระยะทาง 6.6 กิโลเมตร และเขตรักษาพันธุ์สัตว์ป่าสาละวินอีก 1.278 กิโลเมตร พร้อมดำเนินคดีกับเจ้าหน้าที่รัฐที่เกี่ยวข้องแล้ว 2 ราย
ประเด็นการเปิดใช้เส้นทางดังกล่าวจึงยังต้องรอการรวบรวมข้อมูลจากทุกภาคส่วน เสนอต่อระดับจังหวัดและบรรจุในแผนยุทธศาสตร์ความมั่นคงต่อไป ท่ามกลางความคาดหวังของชุมชนชายแดนที่มองว่า นี่อาจเป็น “เส้นทางแห่งความหวัง” ของพวกเขา.