โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SCB EIC ชี้ส่งออกไทยปี 68 โต 12.9% เตือนปีนี้เสี่ยงชะลอ “ภาษีสหรัฐฯ” กดดัน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 26 ม.ค. เวลา 06.09 น. • เผยแพร่ 26 ม.ค. เวลา 06.09 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

SCB EIC ระบุว่า การส่งออกไทยในปี 2568 ขยายตัวสูงถึง 12.9% แตะมูลค่า 339,635 ล้านดอลลาร์สหรัฐ นับเป็นอัตราการเติบโตสูงสุดในรอบ 4 ปี แม้เผชิญความท้าทายจากมาตรการภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ โดยได้รับแรงหนุนสำคัญจากการส่งออกไปตลาดสหรัฐฯ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ในวัฏจักรขาขึ้น และการกลับมาขยายตัวของการส่งออกทองคำ อย่างไรก็ดี แนวโน้มการส่งออกในปี 2026 มีทิศทางชะลอตัวลงอย่างมีนัยสำคัญ จากผลกระทบของภาษีสหรัฐฯ ที่จะส่งผลเต็มรูปแบบ ประกอบกับปัจจัยฐานที่อยู่ในระดับสูง

สำหรับเดือนธันวาคม 2568 มูลค่าส่งออกไทยอยู่ที่ 28,835 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 16.8% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน เร่งตัวจาก 7.1% ในเดือนพฤศจิกายน และสูงกว่าที่ตลาดคาดการณ์ไว้ โดย SCB EIC ประเมินไว้ที่ 10.5% และค่ากลาง Reuters Poll ที่ 8.7% ขณะที่ตัวเลขที่ปรับฤดูกาลแล้วกลับมาขยายตัว 6.9% จากที่หดตัวติดต่อกันสองเดือนก่อนหน้า

ส่งออกไปสหรัฐฯ ยังขยายตัวแรง แม้เผชิญกำแพงภาษี
การส่งออกไทยไปสหรัฐฯ ในเดือนธันวาคม 2568 ขยายตัวสูงถึง 54.3% เร่งขึ้นจาก 37.9% ในเดือนพฤศจิกายน แม้หลายสินค้าจะถูกปรับขึ้นอัตราภาษีนำเข้าแล้ว โดยหากไม่รวมสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ซึ่งยังได้รับการยกเว้นภาษี ส่งออกไปสหรัฐฯ ยังคงขยายตัวได้ถึง 21.7% สะท้อนความต้องการสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ ที่ยังอยู่ในระดับสูง

ในเชิงโครงสร้าง สินค้าส่งออกหลักของไทยไปสหรัฐฯ 13 จาก 15 รายการยังขยายตัวดี โดยเฉพาะสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และเครื่องใช้ไฟฟ้า อาทิ คอมพิวเตอร์และส่วนประกอบ โทรศัพท์และอุปกรณ์สื่อสาร หม้อแปลงไฟฟ้า เครื่องจักรกล และเครื่องปรับอากาศ ซึ่งขยายตัวในอัตรา 123%, 117.3%, 86.6%, 48.4% และ 46.5% ตามลำดับ ทั้งนี้ การส่งออกไปสหรัฐฯ มีส่วนช่วยหนุนการเติบโตของการส่งออกไทยในเดือนนี้ถึง 10.2% มากกว่าครึ่งหนึ่งของการขยายตัวรวม 16.8%

สินค้าอิเล็กทรอนิกส์ขยายตัวต่อเนื่อง รับวัฏจักรขาขึ้นโลก
การส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังเป็นแรงขับเคลื่อนสำคัญ โดยเดือนธันวาคมขยายตัวสูงถึง 52.8% เร่งขึ้นจาก 46.2% และ 38.8% ในเดือนพฤศจิกายนและตุลาคมตามลำดับ และขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 21 ติดต่อกัน สอดคล้องกับวัฏจักรขาขึ้นของสินค้าอิเล็กทรอนิกส์โลก ความต้องการที่เกี่ยวข้องกับเทคโนโลยี AI และการลงทุนในอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์และ Data Center ที่ขยายตัวทั่วโลก

เมื่อพิจารณารายตลาด พบว่า 13 ใน 15 ตลาดส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์หลักของไทยยังขยายตัว โดย 10 ตลาดเติบโตมากกว่า 15% โดยเฉพาะสหรัฐฯ เม็กซิโก และอินเดีย ที่ขยายตัวสูงถึง 114.2%, 122.8% และ 152.6% ตามลำดับ ทั้งนี้ สินค้าอิเล็กทรอนิกส์มีส่วนช่วยให้การส่งออกไทยเดือนธันวาคมขยายตัวถึง 10.1%

ทองคำกลับมาเป็นสินค้าส่งออกหลักอีกครั้ง
ขณะที่การส่งออกทองคำไม่ขึ้นรูปกลับมาขยายตัวสูงถึง 163.6% หลังจากหดตัวแรงในช่วงสองเดือนก่อนหน้า ส่วนหนึ่งเป็นผลจากราคาทองคำโลกที่ปรับตัวสูงขึ้นในเดือนธันวาคม โดยการส่งออกทองคำมีส่วนช่วยหนุนการเติบโตของการส่งออกไทยในเดือนนี้ราว 2.7%

นำเข้าเร่งตัวต่อเนื่อง ขาดดุลการค้า 3 เดือนติด
ด้านการนำเข้า เดือนธันวาคม 2568 มีมูลค่า 29,280.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 18.8% เร่งขึ้นต่อเนื่องจากเดือนก่อน และสูงกว่าที่นักวิเคราะห์คาดการณ์ไว้ ส่งผลให้ไทยขาดดุลการค้าเป็นเดือนที่ 3 ติดต่อกัน แม้ดุลขาดดุลจะลดลงเหลือ 352 ล้านดอลลาร์สหรัฐ จาก 2,726.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐในเดือนก่อนหน้า

การนำเข้าที่ขยายตัวสูงมาจากยานพาหนะและอุปกรณ์ขนส่ง สินค้าทุน และสินค้าอุปโภคบริโภค ขณะที่การนำเข้าสินค้าวัตถุดิบและกึ่งสำเร็จรูปซึ่งเกี่ยวข้องกับอุตสาหกรรมอิเล็กทรอนิกส์ยังเติบโตในระดับสูง สะท้อนความเชื่อมโยงของภาคการส่งออกไทยกับห่วงโซ่อุปทานโลก โดยเฉพาะการพึ่งพาการนำเข้าจากจีนและไต้หวัน

ทั้งปี 2568 มูลค่านำเข้าไทยขยายตัว 12.9% เท่ากับอัตราการเติบโตของการส่งออก ส่งผลให้ดุลการค้าทั้งปีขาดดุลสูงถึง 5,307.9 ล้านดอลลาร์สหรัฐ สูงสุดในรอบ 3 ปี สะท้อนว่าการส่งออกที่เติบโตแรงอาจสร้างมูลค่าเพิ่มสุทธิให้เศรษฐกิจไทยได้จำกัด

ปี 2569 ส่งออกชะลอ แต่ยังมีปัจจัยหนุนบางส่วน
SCB EIC ประเมินว่า การส่งออกไทยในปี 2569 จะชะลอลงอย่างมาก เหลือหดตัวประมาณ 1.5% จากผลกระทบของมาตรการภาษีสหรัฐฯ ภายใต้รัฐบาลทรัมป์ที่เริ่มส่งผลเต็มรูปแบบ ปัจจัย Front-loading ที่หมดไป ค่าเงินบาทที่มีแนวโน้มแข็งค่า และฐานการส่งออกที่อยู่ในระดับสูงในปี 2568

อย่างไรก็ดี ยังมีปัจจัยหนุนด้านบวก ได้แก่ แนวโน้มปริมาณการค้าโลกที่ดีกว่าคาด กระแสการลงทุนด้านดิจิทัลและ AI ที่ยังคงแข็งแกร่ง รวมถึงความต้องการทองคำในฐานะสินทรัพย์ปลอดภัย ท่ามกลางความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มขึ้น ซึ่งอาจช่วยพยุงการส่งออกไทยไม่ให้ชะลอตัวรุนแรงกว่าที่ประเมินไว้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...