“แหกคุกนนท์” นักโทษอู่ทองโรยตัวหนีกลางดึก พลเมืองดีเผยคลิปเดินถือถุงปุ๋ยโผล่แยกไฟแดง”
จากกรณีเมื่อเวลา 09.00 น. วันที่ 13 ก.พ. 69 เจ้าหน้าที่เรือนจำจังหวัดนนทบุรี ได้เข้าแจ้งความต่อพนักงานสอบสวน สถานีตำรวจภูธรเมืองนนทบุรี หลังตรวจนับจำนวนนักโทษก่อนลงจากเรือนนอนในช่วงเช้า พบว่า น.ช.ชูชัย ศรจิ้น อายุ 40 ปี นักโทษชาย ชาวอำเภออู่ทอง จังหวัดสุพรรณบุรี ได้หลบหนีออกจากเรือนนอน เมื่อเวลาประมาณ 02.00 น. ปีนข้ามกำแพงเรือนจำบริเวณด้านป้อมยามที่ 2 จากนั้นได้โรยตัวลงมาบริเวณลานจอดรถซึ่งอยู่ติดกับร้านหับเผยของเรือนจำ ก่อนเดินหลบหนีออกไปทางท่าน้ำนนทบุรี
ความคืบหน้าล่าสุด เวลา 18.00 น. ผู้สื่อข่าวได้รับการติดต่อจากนายเอก (นามสมมุติ) อายุ 52 ปี พลเมืองดีที่มีคลิปจากกล้องติดรถ จยย. ซึ่งสามารถบันทึกเหตุการณ์ไว้ได้เมื่อเวลา 02.52 น. ขณะ น.ช.ชูชัยฯ หลบหนีออกจากเรือนจำจังหวัดนนทบุรี โดยได้เปลี่ยนเสื้อผ้า สวมเสื้อสีดำ กางเกงขาสั้นสีดำ ไม่สวมรองเท้า มีรอยสักที่ขาทั้ง 2 ข้าง ถือถุงปุ๋ยสีขาว 1 ใบ เดินอยู่บริเวณแยกไฟแดงพระราม 5 อำเภอเมืองนนทบุรี จังหวัดนนทบุรี
นายเอก (นามสมมุติ) ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวว่า ตอนนั้นตนเองกำลังขับขี่รถ จยย. เพื่อจะกลับบ้าน หลังมาตั้งร้านขายของในตลาดแถวท่าน้ำนนทบุรีเสร็จ และจอดรถ จยย. ติดไฟแดงอยู่บริเวณแยกพระราม 5 โดยตนเห็นชายคนหนึ่งลักษณะผิดสังเกต คือไม่สวมรองเท้า มีรอยสักที่ขาเยอะ ยืนคุยกับรถ จยย. คันหนึ่งที่อยู่ด้านหลัง และขอบุหรี่สูบ ระหว่างที่กำลังเดินข้ามมา ตนคิดว่าชายคนดังกล่าวจะเดินมาที่รถของตนเอง จึงตกใจและรีบขับขี่รถ จยย. ออกไป ซึ่งขณะนั้นสัญญาณไฟจราจรเป็นไฟเขียวพอดี
นายเอก ระบุว่า ปกติบริเวณดังกล่าวจะมีคนเร่ร่อนอยู่จำนวนมาก จึงไม่ได้ทันสังเกตว่าชายคนดังกล่าวคือนักโทษที่หลบหนีออกมาจากเรือนจำจังหวัดนนทบุรี จนกระทั่งมาเห็นข่าวในวันนี้และตรวจสอบกล้องติดรถ จยย. ย้อนหลัง จึงพบว่าเป็นบุคคลเดียวกัน
นายเอก (นามสมมุติ) พลเมืองดี ให้ข้อมูลกับผู้สื่อข่าวเพิ่มเติมว่า ตนรู้สึกว่าครั้งนี้น่าจะเป็นครั้งที่ 2-3 แล้ว ที่มีนักโทษหลบหนีออกมาจากเรือนจำ โดยตนไม่แน่ใจว่าหลบหนีออกมาได้อย่างไร โชคดีที่นักโทษแต่ละคนที่หลบหนีออกมาไม่เคยก่อเหตุทำร้ายใคร
นายเอก ฝากถึงนักโทษที่คิดหลบหนีออกจากเรือนจำว่า หากหลบหนีก็ต้องหลบหนีไปตลอดชีวิต จึงอยากให้กลับมารับโทษตามกฎหมาย และค่อยออกมาใช้ชีวิตได้อย่างสง่าผ่าเผย เพราะหากหลบหนี ครอบครัวและเพื่อนฝูงจะเดือดร้อนกันหมด พร้อมทั้งขอเป็นกำลังใจให้เจ้าหน้าที่ตำรวจและเจ้าหน้าที่เรือนจำทุกคน โดยเข้าใจว่าจำนวนนักโทษมีมากกว่าบุคลากรที่ปฏิบัติงาน อาจมีความผิดพลาดเกิดขึ้นได้บ้าง และขอให้สามารถติดตามจับกุมนักโทษได้โดยเร็ว