โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

NEC รุกตลาดโซลูชัน Time Synchronization ชูแม่นยำระดับนาโนวินาที เจาะการบิน-พลังงาน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 23 ก.พ. เวลา 10.30 น. • เผยแพร่ 23 ก.พ. เวลา 10.30 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

บริษัท เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด หรือ NEC ประกาศเดินหน้าขยายธุรกิจโซลูชันสอบเทียบเวลา (Time Synchronization) เพื่อเสริมบทบาทในการสนับสนุนโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความสำคัญต่อภารกิจในกลุ่มอุตสาหกรรมที่มีการเติบโตสูง อาทิ อุตสาหกรรมการบิน สาธารณูปโภคด้านพลังงาน และโทรคมนาคม ซึ่งการขยายธุรกิจดังกล่าวสะท้อนให้เห็นถึงกลยุทธ์ของบริษัทที่มุ่งเน้นนำเสนอเทคโนโลยีที่มีความแม่นยำ ยืดหยุ่น และเชื่อถือได้ เพื่อสนับสนุนการปฏิบัติงานแบบเรียลไทม์ พร้อมเสริมความแข็งแกร่งให้กับระบบโครงสร้างพื้นฐานระดับชาติอย่างยั่งยืน

ทั้งนี้ ในยุคที่ภาคอุตสาหกรรมต่าง ๆ กำลังเร่งปรับเปลี่ยนองค์กรสู่ระบบดิจิทัล (Digital Transformation) ความแม่นยำและความน่าเชื่อถือของเวลาได้กลายเป็นปัจจัยพื้นฐานสำคัญสำหรับโครงสร้างพื้นฐานสมัยใหม่ ไม่ว่าจะเป็นเครือข่ายการขนส่ง ระบบพลังงาน การสื่อสารเคลื่อนที่ หรือศูนย์ข้อมูล (Data Center) โดยการซิงโครไนซ์เวลาที่แม่นยำจะช่วยให้ระบบที่มีความซับซ้อนและเชื่อมโยงถึงกันสามารถทำงานได้อย่างปลอดภัย มีประสิทธิภาพ และทันต่อเหตุการณ์

นายอิชิโร คุริฮาระ ประธานบริษัท เอ็นอีซี คอร์ปอเรชั่น (ประเทศไทย) จำกัด เปิดเผยว่า เทคโนโลยีซิงโครไนซ์เวลากำลังเข้ามามีบทบาทสำคัญในหลากหลายอุตสาหกรรม รวมถึงบริการสาธารณะและสาธารณสุข เนื่องจากเทคโนโลยีนี้ช่วยให้ระบบเครือข่ายและอุปกรณ์ที่เชื่อมต่อกันสามารถทำงานได้อย่างแม่นยำ ปลอดภัย และมีประสิทธิภาพ การกำหนดเวลาที่ถูกต้องจะทำให้ทุกองค์ประกอบในเครือข่ายทำงานสอดประสานกัน ซึ่งถือเป็นสิ่งจำเป็นอย่างยิ่งในยุคดิจิทัลที่ทุกระบบมีความเชื่อมโยงกันอย่างสูง

โดยโซลูชันซิงโครไนซ์เวลาถูกนำไปประยุกต์ใช้ในหลากหลายภาคส่วน เพื่อสนับสนุนระบบสำคัญที่ต้องมีมาตรฐานควบคุม อาทิ ระบบกำหนดตำแหน่งนำทางและเวลา (Positioning, Navigation, and Timing: PNT), ความมั่นคงปลอดภัยทางไซเบอร์, ระบบสมาร์ทกริดและสาธารณูปโภคไฟฟ้า, การควบคุมการจราจรทางอากาศ, เครือข่ายความปลอดภัยสาธารณะยุคใหม่, ศูนย์ข้อมูล, ระบบการเงินและธนาคาร ตลอดจนบริการแพทย์ทางไกล ซึ่งในแต่ละภาคส่วนนั้น ความแม่นยำของเวลาถือเป็นหัวใจสำคัญที่จะช่วยรักษาความต่อเนื่องในการดำเนินงาน ความปลอดภัย และการปฏิบัติตามข้อกำหนดทางกฎหมาย

ขณะที่ปัจจุบันระบบดิจิทัลส่วนใหญ่จำเป็นต้องพึ่งพาสัญญาณเวลาและตำแหน่งจากระบบดาวเทียมนำทาง (Global Navigation Satellite Systems: GNSS) อย่างไรก็ตาม สัญญาณ GNSS อาจถูกรบกวนหรือไม่สามารถใช้งานได้ในบางสภาพแวดล้อม ซึ่งการขัดข้องเพียงชั่วครู่ก็อาจส่งผลกระทบเป็นลูกโซ่ต่อระบบเครือข่ายโดยรวมได้ เทคโนโลยีซิงโครไนซ์เวลาจึงเข้ามาช่วยลดความเสี่ยงเหล่านี้ ด้วยการรักษาความแม่นยำและเสถียรภาพของเวลาระหว่างอุปกรณ์และเครือข่าย ป้องกันการหยุดชะงักของบริการและความเสียหายทางเศรษฐกิจ โดยมีข้อมูลการศึกษาที่ระบุว่า การหยุดชะงักของสัญญาณ GNSS ในสหรัฐอเมริกาส่งผลให้เกิดความเสียหายทางเศรษฐกิจสูงถึง 1.3 พันล้านดอลลาร์สหรัฐต่อวันในปี 2563 ขณะที่ในสหราชอาณาจักรมีการประเมินว่าความเสียหายอาจพุ่งสูงถึง 7.6 พันล้านปอนด์ต่อสัปดาห์

นายคุริฮาระ กล่าวเสริมว่า NEC มีระบบซิงโครไนซ์เวลาที่มีความแม่นยำในระดับนาโนวินาที หรือมีค่าความคลาดเคลื่อนเพียงหนึ่งในพันล้านวินาที โซลูชันของบริษัทจึงช่วยให้การประสานงานของอุปกรณ์ในเครือข่ายลูกค้ามีความปลอดภัยและแม่นยำสูงสุด ลดความเสี่ยงจากการขัดข้องในการเชื่อมต่อสัญญาณกับระบบดาวเทียม GNSS ลงได้อย่างมีนัยสำคัญ

สำหรับผลงานในประเทศไทย NEC ได้ดำเนินการติดตั้งระบบ Master Clock Time Synchronization ให้กับเครือข่ายรถไฟฟ้า โดยกระจายสัญญาณเวลาที่แม่นยำไปยังระบบย่อยที่สำคัญ เช่น ระบบสื่อสาร, สัญญาณรถไฟ, ข้อมูลผู้โดยสาร, ระบบเก็บค่าโดยสาร, ระบบความปลอดภัย และระบบ SCADA ซึ่งการซิงโครไนซ์เวลาที่ถูกต้องในแต่ละระบบล้วนมีความสำคัญต่อความปลอดภัย ความน่าเชื่อถือ และประสิทธิภาพของการเดินรถ นอกจากนี้ บริษัทยังได้ติดตั้งโซลูชันดังกล่าวเพื่อสนับสนุนการควบคุมจราจรทางอากาศในสนามบินพาณิชย์หลายแห่งทั่วประเทศ ช่วยเพิ่มความปลอดภัยและยกระดับประสิทธิภาพการดำเนินงาน ขณะที่ในภาคพลังงาน NEC ได้แสดงให้เห็นถึงศักยภาพความแม่นยำของเวลาระดับนาโนวินาทีในระบบสมาร์ทกริด เพื่อสนับสนุนการจ่ายไฟฟ้าที่มีเสถียรภาพและการบริหารจัดการโครงข่ายขั้นสูง

นอกเหนือจากการดำเนินงานในประเทศแล้ว NEC ประเทศไทยยังทำหน้าที่เป็นศูนย์กลาง (Hub) ระดับภูมิภาคในการสนับสนุนลูกค้าในกลุ่มประเทศเพื่อนบ้าน โดยผู้ให้บริการโทรคมนาคมในภูมิภาคอาเซียนได้เลือกใช้โซลูชันของ NEC เพื่อซิงโครไนซ์ระบบควบคุมเครือข่ายมือถือ ทำให้สถานีฐานแต่ละแห่งมีเวลาที่ตรงกันอย่างแม่นยำ ส่งผลให้การให้บริการสื่อสารมีความน่าเชื่อถือและมีประสิทธิภาพสูงขึ้น

นายคุริฮาระ เน้นย้ำทิ้งท้ายว่า ความสำเร็จของ NEC เกิดจากความร่วมมือที่แข็งแกร่งกับพันธมิตรด้านเทคโนโลยีระดับโลก เช่น ADTRAN ตลอดจนความเข้าใจอย่างลึกซึ้งในความต้องการของลูกค้าและสภาพแวดล้อมการดำเนินงานในแต่ละพื้นที่ ทำให้บริษัทสามารถติดตั้งและบูรณาการเครือข่ายได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ NEC ยังคงมุ่งมั่นส่งมอบโซลูชันที่ปลอดภัย สามารถขยายตัวได้ และมีประสิทธิภาพสูง เพื่อช่วยผลักดันให้อุตสาหกรรมต่าง ๆ ก้าวสู่อนาคตที่ปลอดภัยและเชื่อมโยงกันมากยิ่งขึ้น โดยข้อได้เปรียบหลักของโซลูชันจาก NEC ประกอบด้วยความแม่นยำระดับนาโนวินาที ความเชี่ยวชาญด้านเทคโนโลยีเครือข่าย และการสนับสนุนแบบครบวงจร ตั้งแต่การให้คำปรึกษา การออกแบบระบบ การติดตั้ง ไปจนถึงการดูแลระยะยาว ซึ่งได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั้งในประเทศไทยและภูมิภาคอาเซียนมาอย่างต่อเนื่อง ท่ามกลางยุคที่ภาคอุตสาหกรรมต้องพึ่งพาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่มีความทนทานและพร้อมทำงานแบบเรียลไทม์มากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...