โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CGSI อัพเป้า STECON ใหม่ 13.50 บาท หลังกำไร Q4 ดีกว่าคาด รับงานรัฐใหม่-คุม SG&A ต่อเนื่อง

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 25 ก.พ. เวลา 10.16 น. • เผยแพร่ 25 ก.พ. เวลา 10.16 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ฝ่ายวิเคราะห์บริษัทหลักทรัพย์ซีจีเอส อินเตอร์เนชั่นแนล (ประเทศไทย) หรือ CGSI ระบุในบทวิเคราะห์ว่า บริษัท สเตคอน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ STECON รายงานกำไรปกติ 320 ล้านบาทในไตรมาส 4/2568 เพิ่มขึ้น 128% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 96% จากไตรมาสก่อน สูงกว่าประมาณการของฝ่ายวิจัยและตลาด (consensus) ที่ 26% และ 24% ตามลำดับ โดยมีค่าใช้จ่ายในการขายและบริหาร (SG&A) ต่ำกว่าคาด ส่งผลให้กำไรปกติปี 2568 อยู่ที่ 919 ล้านบาท คิดเป็น 109% ของประมาณการทั้งปี ทั้งนี้ ในไตรมาส 4/2568 มีการโอนกลับค่าเผื่อผลขาดทุนด้านเครดิตที่คาดว่าจะเกิดขึ้นจำนวน 610 ล้านบาท

ในไตรมาส 4/2568 รายได้ของบริษัทเพิ่มขึ้น 36% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันปีก่อน และเพิ่มขึ้น 41% จากไตรมาสก่อน อยู่ที่ 1.05 หมื่นล้านบาท จากการรับรู้รายได้หลายโครงการ ได้แก่ โรงไฟฟ้าพลังงานแสงอาทิตย์ รถไฟฟ้าสายสีส้ม Bangkok Mall และโครงการอื่น ๆ ส่งผลให้รายได้ทั้งปี 2568 เติบโต 11% เมื่อเทียบกับปีก่อน

ฝ่ายวิเคราะห์คาดว่ารายได้จะเติบโตต่อเนื่อง 5% เมื่อเทียบกับปีก่อน ทั้งในปี 2569 และ 2570 ขณะที่ยอดแบ็กล็อกสิ้นปี 2568 อยู่ที่ 1.18 แสนล้านบาท หรือเทียบเท่ารายได้ราว 3.5 ปี ซึ่งถือว่าอยู่ในระดับปลอดภัย ในส่วนอัตรากำไรขั้นต้น (GPM) ฟื้นตัวเป็น 7.3% ในไตรมาส 4/2568 จาก 7.0% ในไตรมาส 3/2568 และลดลง 13.1% ในไตรมาส 4/2567 ส่งผลให้ GPM ทั้งปีเฉลี่ย 7.2% และคาด GPM ปี 2569–2570 ไว้ที่ 7.0%

สำหรับสัดส่วน SG&A ต่อรายได้อยู่ที่ 2.7% ในไตรมาส 4/2568 ลดลงจาก 3.2% ในไตรมาส 3/2568 แต่สูงกว่า 2.2% ในไตรมาส 4/2567 โดยเฉลี่ยทั้งปี 2568 อยู่ที่ 3.4% โดยคาดว่าจะลดลงเหลือ 3.1% ในปี 2569–2570 จากแรงหนุนรายได้ที่เพิ่มขึ้น ส่วนโครงสร้างการเงินยังแข็งแรง มีอัตราส่วนหนี้สินต่อทุนเพียง 31% ณ สิ้นปี 2568 ขณะที่บริษัทยังประกาศจ่ายเงินปันผล 0.55 บาทต่อหุ้น คิดเป็น payout 43% ของผลประกอบการปี 2568 และอัตราผลตอบแทน 4.0%

ทั้งนี้ ฝ่ายวิเคราะห์ CGSI ยังคงคำแนะนำ “ซื้อ” และปรับราคาเป้าหมายขึ้นเป็น 13.50 บาท จากเดิม 10.30 บาท สะท้อนการประเมินมูลค่าที่ P/BV 1.12 เท่าในปี 2570 (เท่ากับ -0.75SD จากค่าเฉลี่ย 10 ปี) โดยมีปัจจัยหนุนจากโครงการโครงสร้างพื้นฐานใหม่ และการควบคุม SG&A ต่อเนื่อง ขณะที่ความเสี่ยงสำคัญคือการตั้งสำรองเพิ่มจากเหตุการณ์อุโมงค์รถไฟฟ้าสายสีม่วงถล่ม และมาร์จินที่อาจอ่อนตัว อย่างไรก็ตาม ราคาหุ้นยังมีโอกาสขยับขึ้นหากบรรยากาศทางการเมืองมีความชัดเจนมากขึ้น

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...