อบจ.เชียงใหม่ เยียวยาครอบครัวเหยื่อกิ่งยางนา ขอ ปชช.เลี่ยงใช้เส้นทางก่อน
วันที่ 24 ก.พ. 69 ผู้สื่อข่าวรายงานว่า กรณีกิ่งยางนายักษ์ตกใส่หัว น.ส.สุกานต์ดา หรือน้องผึ้ง อายุ 26 ปี ชาว ต.หนองผึ้ง อ.สารภี บนถนนสายต้นยาง เชียงใหม่-ลำพูน จนเสียชีวิต โดยเหตุเกิดช่วงเช้าวันที่ 23 ก.พ. ที่ผ่านมา ล่าสุดตอนนี้ร่างของผู้เสียชีวิตยังอยู่ในขั้นตอนการรับศพ เนื่องจากผู้ตายได้ทำการบริจาคอวัยวะให้กับสภากาชาดไทยไว้ คาดว่าในช่วงค่ำถึงจะสามารถรับร่างมาบำเพ็ญกุศลศพได้ตามประเพณีที่วัดกองทราย ต.หนองผึ้ง อ.สารภี ซึ่งทางญาติพี่น้องก็ได้มาเตรียมสถานที่ไว้ล่วงหน้า
ทางด้าน นายสมชาติ วัฒนากล้า รองนายก อบจ.เชียงใหม่ พร้อมเจ้าหน้าที่ รวมทั้งตัวแทนของเทศบาลตำบลหนองผึ้ง ได้เดินทางมาพบกับทางครอบครัวน้องผึ้ง เพื่อประสานเรื่องของความช่วยเหลือตามสิทธิ์ เนื่องจากถนนสายนี้ทางองค์การบริหารส่วนจังหวัดเชียงใหม่เป็นผู้ดูแล จึงมีระเบียบขั้นตอนในความรับผิดชอบโดยตรงกับผู้ที่ประสบเหตุ วันนี้จึงได้มาแจ้งกับทางครอบครัวว่าทาง อบจ.เชียงใหม่ยืนยันให้ความช่วยเหลือ และรับผิดชอบเต็มที่ ทั้งเรื่องของค่าใช้จ่ายในการจัดงานศพตามประเพณี รวมทั้งการเยียวยาผู้เสียหาย และครอบครัว เบื้องต้นได้ยืนยันกับทางญาติให้เกิดความสบายใจว่า ค่าใช้จ่ายในการจัดการงานศพของน้องผึ้งทาง อบจ.จะเป็นผู้รับผิดชอบตามสิทธิ์ โดยให้ทางญาติทำรายละเอียดค่าใช้จ่ายต่างๆ ไว้ ส่วนการเยียวยานั้นก็เป็นไปตามระเบียบขั้นตอน หลังเสร็จสิ้นงานศพก็จะให้ทางครอบครัวไปดำเนินการ โดยทางเจ้าหน้าที่จะคอยดูแลตามขั้นตอน ส่วนจำนวนเงินนั้นคงต้องดูตามระเบียบขั้นตอนต่อไป ซึ่งในวันนี้ได้มาแสดงความเสียใจกับทางครอบครัว และแจ้งสิทธิ์ต่างๆ ไว้ให้ทางครอบครัวทราบ รับปากจะช่วยดูแลเต็มที่
ขณะเดียวกันก็ได้พูดถึงเรื่องของการอนุรักษ์ และการดูแลต้นยาง และต้นไม้ใหญ่บนถนนสายต้นยาง หรือถนนสายเชียงใหม่-ลำพูน ว่าที่ผ่านมามีโครงการตัดแต่งดูแลต้นยางนา และต้นไม้ใหญ่มาต่อเนื่องเป็นประจำทุกปี โดยเฉพาะในช่วงก่อนเข้าสู่ฤดูร้อน ซึ่งจะมีปัญหาเรื่องพายุลมแรง และวาตภัย จึงต้องเร่งดำเนินการ แต่ด้วยสภาพของถนนที่เป็น 2 ช่องจราจร ขนาดต้นยางนา และต้นไม้ใหญ่ ซึ่งมีความสูงในระดับกว่า 50-60 เมตร เพราะมีอายุมากกว่า 100 ปี จึงต้องใช้ทั้งเครื่องจักรขนาดใหญ่เป็นรถเครน รุกขกรผู้เชี่ยวชาญทำงานทางสูง ในการตัดแต่งกิ่งแต่ละครั้งก็จะต้องปิดการจราจรลงในบางช่วง จึงทำให้เกิดความล่าช้าในการดำเนินการด้วยส่วนหนึ่ง
อย่างไรก็ตาม หลังจากที่เกิดเหตุการณ์ความสูญเสียครั้งนี้ ก็ยืนยันว่าทาง อบจ.เชียงใหม่ไม่นิ่งนอนใจ ตอนนี้ได้สั่งการให้รื้อระบบใหม่ทั้งหมด ทบทวนมาตรการในการดูแล อยากให้เคสนี้เป็นเคสสุดท้ายที่เกิดความสูญเสีย การอนุรักษ์ต้องมาควบคู่กับความปลอดภัย โดยเฉพาะจะต้องทำการสำรวจอย่างละเอียดสำหรับต้นไม้ทั้ง 1,000 ต้นบนถนนสายนี้ สำรวจกิ่งแห้ง ต้นที่ได้รับความเสียหายจากแมลงเจาะ ก็จะทำการสำรวจโดยละเอียด อาจจะต้องใช้ทั้งคน เทคนิค เครื่องไม้เครื่องมือ โดรนบินสำรวจตรวจสอบ และเอกซเรย์ต้นไม้ดูว่ามีปัญหาภายในหรือไม่ ทั้งเรื่องโรคแมลง ความเสียหายภายในลำต้นที่อาจจะทำให้ไม่แข็งแรง ซึ่งต้องยอมรับว่าต้นยางนาถือเป็นต้นไม้ประวัติศาสตร์ อายุ กว่า 100 ปี ถือเป็นพื้นที่คุ้มครองตามกฎหมายของกระทรวงทรัพยากรธรรมชาติและสิ่งแวดล้อม การจะตัดแต่งหรือตัดโค่นก็ต้องได้รับอนุญาตจากทางกระทรวงก่อน การตัดแต่งก็ต้องคำนึงถึงความปลอดภัย แต่ต้องให้ต้นไม้ยืนต้นอยู่ได้ แต่ก็จะต้องปรับดูว่าอาจจะต้องตัดแต่งเรื่องของความสูงของเรือนยอดลงมาให้อยู่ในระดับที่เหมาะสมไม่อันตราย เพราะปัจจุบันมีความสูงกว่า 50-60 เมตร และตัดกิ่งที่มีความเสี่ยงออกทั้งหมด ทั้งนี้ต้องให้ต้นไม้อยู่ได้ด้วย
กรณีเรื่องของการอนุรักษ์ และความปลอดภัยของประชาชนในพื้นที่ที่สวนทางกันมาตลอด ก็พร้อมที่จะให้ชุมชนมีส่วนร่วมในการดูแล และอนุรักษ์ รวมทั้งมาช่วยดูเรื่องของความปลอดภัยที่เหมาะสมด้วย อย่างไรก็ตาม ก็ฝากย้ำเตือนประชาชนที่อยู่ในพื้นที่ รวมทั้งผู้ที่ใช้รถใช้ถนน โดยเฉพาะในช่วงหน้าแล้ง มักจะมีพายุฤดูร้อนเกิดขึ้น เป็นช่วงที่มีความเสี่ยงจะเกิดอุบัติเหตุได้ ดังนั้นในช่วงที่เกิดพายุลมแรงอาจจะต้องให้ชาวบ้านพิจารณาหลีกเลี่ยงการใช้เส้นทางนี้ไปก่อน จนกว่าจะดำเนินการแล้วเสร็จทุกต้น ซึ่งก็จะมีการประสานงานทางเทศบาลตำบลหนองผึ้ง มาคอยดูแลในจุดเสี่ยงเวลาที่เกิดพายุด้วยเช่นกัน.