เปิดคาดการณ์ใหม่ส่งออกไทย 69 หลังเดือนแรกโตแรง แต่ภาษีสหรัฐฯ ยังกดดัน
การส่งออกของไทยดูเหมือนจะมีโมเมนตัมที่ดีขึ้น หลังจากที่ตัวเลขมูลค่าการส่งออกของไทยในเดือนมกราคม 2569 ออกมาเหนือความคาดหมาย โตแรงสุดในรอบ 4 ปี และทำสถิติมูลคาส่งออกรายเดือนสูงสุดตลอดกาล
ขณะเดียวกัน ภาษีศุลกากรของสหรัฐฯ ซึ่งเป็นปัจจัยความเสี่ยงที่สำคัญยังคงไม่แน่นอนว่าจะมีบทสรุปอย่างไร หลังศาลสูงของสหรัฐตัดสินว่า การใช้อำนาจขึ้นภาษีนำเข้าของโดนัลด์ ทรัมป์ ตามกฎหมายอำนาจฉุกเฉินทางเศรษฐกิจระหว่างประเทศ (IEEPA) ไม่ชอบด้วยกฎหมาย และทรัมป์ประกาศจะเก็บภาษีภายใต้กฎหมายอื่น ๆ
ล่าสุด ภาษีอัตรานำเข้า 10% ตามมาตรา 122 แห่งกฎหมายการค้าปี 1974 (Trade Act 1974) ที่ทรัมป์ประกาศหลังทราบผลการตัดสินของศาลสูง มีผลบังคับใช้แล้วในวันอังคารที่ 24 กุมภาพันธ์ และตามข่าวระบุว่า ทำเนียบขาวกำลังร่างคำสั่งอย่างเป็นทางการที่จะเพิ่มอัตราภาษีเป็น 15%
เมื่อตัวเลขส่งออกเดือนแรกสะท้อนโมเมนตัมที่ดี แต่ปัจจัยเสี่ยงสำคัญยังคงกดดัน แนวโน้มการส่งออกของไทยในปี 2569 นี้ จะดีขึ้นมากน้อยเพียงใด SPOTLIGHT ชวนอ่านคาดการณ์ใหม่หลังประเมินตัวเลขส่งออกและปัจจัยเสี่ยงล่าสุด
ส่งออกเดือนมกราคม 69 โตแรงสุดในรอบ 4 ปี
เมื่อวันที่ 23 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) แถลงภาวะการค้าไทยเดือนมกราคม 2569 ว่า การส่งออกของไทยในเดือนมกราคม 2569 มีมูลค่า 31,573.1 ล้านดอลลาร์สหรัฐ (980,744 ล้านบาท) ขยายตัวต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 19 ที่อัตรา 24.4% (YoY) ซึ่งเป็นการขยายตัวสูงสุดในรอบ 4 ปี หากหักสินค้าเกี่ยวเนื่องกับน้ำมัน ทองคำ และยุทธปัจจัย ขยายตัวที่ 20.9% ด้านการนำเข้ามีมูลค่า 34,876.5 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ขยายตัว 29.4% มูลค่าการค้ารวม 66,449.6 ล้านดอลลาร์สหรัฐ และขาดดุลการค้า 3,303.4 ล้านดอลลาร์สหรัฐ
นันทพงษ์ จิระเลิศพงษ์ ผู้อำนวยการสำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) กล่าวว่า การส่งออกของไทยขยายตัวอย่างแข็งแกร่ง โดยได้รับอานิสงส์จากความต้องการสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ที่เติบโตต่อเนื่อง สอดรับกับการเปลี่ยนผ่านสู่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และการเร่งพัฒนาโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลทั่วโลก ขณะที่กลุ่มเครื่องใช้ไฟฟ้า ยานยนต์ และส่วนประกอบ ยังคงขยายตัวในระดับสูง สะท้อนถึงศักยภาพของประเทศไทยในการเป็นฐานการผลิตที่มั่นคงของภูมิภาค ส่วนสินค้าเกษตรและอาหารแปรรูป เช่น ทุเรียน มังคุด ข้าวหอมมะลิ และกุ้งแช่แข็ง เริ่มกลับมาขยายตัวได้ดี โดยปัจจัยสนับสนุนหลักมาจากการบริโภคที่เพิ่มสูงขึ้นในช่วงเทศกาล
- สินค้าเกษตรและอุตสาหกรรมเกษตร มูลค่าการส่งออกหดตัว 1.8% (YoY) กลับมาหดตัวจากที่ขยายตัวในเดือนก่อนหน้า โดยสินค้าเกษตรหดตัว 1.8% หดตัวต่อเนื่อง 6 เดือน และสินค้าอุตสาหกรรมเกษตรหดตัว 1.7% กลับหดตัวจากที่ขยายตัวในเดือนก่อนหน้า
- สินค้าอุตสาหกรรม มูลค่าการส่งออกขยายตัว 29.8% (YoY) ขยายตัวต่อเนื่อง 22 เดือน
ในแง่ตลาดส่งออก การส่งออกขยายตัวระดับสูงและครอบคลุมเกือบทุกตลาดสำคัญ โดยสินค้ากลุ่มอิเล็กทรอนิกส์และเทคโนโลยียังเป็นกลุ่มสินค้าที่ขับเคลื่อนการเติบโตในตลาดใหญ่ ทั้งสหรัฐฯ จีน สหภาพยุโรป และอาเซียน รวมทั้งยังเห็นสัญญาณการฟื้นตัวของกลุ่มสินค้ายานยนต์และชิ้นส่วนในญี่ปุ่นและออสเตรเลีย
สนค.มองแนวโน้มทั้งปีขยายตัวต่อเนื่อง
สำหรับแนวโน้มการส่งออกทั้งปี 2569 สำนักงานนโยบายและยุทธศาสตร์การค้า (สนค.) คาดการณ์ว่า การส่งออกจะยังคงขยายตัวต่อเนื่อง โดยได้ปัจจัยหนุนจากการเปลี่ยนผ่านสู่โครงสร้างพื้นฐานด้านดิจิทัลการลงทุนและพัฒนาดาต้าเซ็นเตอร์สำหรับ AI (AI Data Center) ในหลายประเทศ เพื่อรองรับการใช้งานในภาคธุรกิจ ภาครัฐและความมั่นคง
ขณะเดียวกัน ความได้เปรียบของไทยในฐานะแหล่งความมั่นคงทางอาหารและการรุกตลาดใหม่ที่มีศักยภาพสูง อย่างเช่น อินเดีย ลาตินอเมริกา และตะวันออกกลาง จะเป็นเครื่องยนต์หลักในการขับเคลื่อนรายได้ นอกจากนี้ การบูรณาการสิทธิประโยชน์ภายใต้ความตกลง FTA ฉบับใหม่ ที่จะมีผลบังคับใช้ในปีนี้ จะเป็นแต้มต่อสำคัญในการเพิ่มขีดความสามารถทางการแข่งขัน
อย่างไรก็ตาม สนค.มองว่า ท่ามกลางโอกาสดังกล่าวยังคงมีปัจจัยที่ต้องเฝ้าระวัง ทั้งความผันผวนของค่าเงินบาทและการปรับเปลี่ยนระเบียบการค้าโลกจากความขัดแย้งทางภูมิรัฐศาสตร์
“กระทรวงพาณิชย์จะติดตามสถานการณ์และมาตรการทางการค้าอย่างใกล้ชิด เพื่อแก้ไขอุปสรรคอย่างทันท่วงทีและเสริมสร้างความเชื่อมั่นแก่ผู้ส่งออกไทยในระยะยาว” ผู้อำนวยการ สนค.กล่าว
SCB EIC เพิ่มคาดการณ์จาก -1.5% เป็นโต 1.6% มองภาษีสหรัฐฯ ยังกดดัน
ศูนย์วิจัยเศรษฐกิจและธุรกิจ ธนาคารไทยพาณิชย์ (SCB EIC) เผยแพร่ประมาณการใหม่ในวันที่ 23 กุมภาพันธ์ หลังเห็นตัวเลขการส่งออกเดือนมกราคม 2569 โดยประเมินว่า ในระยะสั้นการส่งออกไทยอาจได้รับผลบวกจากการที่ศาลฎีกาสหรัฐฯ ตัดสินให้การใช้อำนาจขึ้นภาษีนำเข้าของโดนัลด์ ทรัมป์ ตามกฎหมาย IEEPA ไม่ชอบด้วยกฎหมาย แต่จะเผชิญแรงกดดันจากความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีที่สหรัฐฯ จะนำมาใช้เพิ่มเติมระยะข้างหน้า
SCB EIC ประเมินว่า ในระยะสั้นการส่งออกไทยอาจขยายตัวดีขึ้นบ้างจากผลดีต่อการแข่งขันราคาสินค้าไทยในตลาดสหรัฐฯ เนื่องจากไทยอยู่ในกลุ่มประเทศที่เคยถูกเก็บภาษี Reciprocal tariff สูงกว่า 15% รวมถึงผู้นำเข้าในสหรัฐฯ อาจเร่งนำเข้าในระยะสั้นจากอัตราภาษีที่ลดลงชั่วคราว อย่างไรก็ตาม สหรัฐฯ จะนำมาตรการภาษีนำเข้าอื่นมาใช้เพิ่มเติมในระยะข้างหน้า ประกอบกับสินค้าจีนอาจมีความสามารถแข่งขันด้านราคาดีขึ้นในตลาดสหรัฐฯ ส่งผลให้การส่งออกไทยยังมีแรงกดดันสูง โดยเฉพาะช่วงหลังการบังคับใช้ภาษีจากมาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 ในช่วง 150 วันแรกสิ้นสุดลง ดังนั้น การส่งออกของไทยจึงไม่ได้มีอัปไซด์จากภาษีนำเข้าสหรัฐฯ ที่ลดลงมากนัก
อย่างไรก็ตามSCB EIC ปรับประมาณการว่า การส่งออกไทยปี 2569 จะกลับมาขยายตัวได้ 1.6% (จากเดิมคาดหดตัว -1.5%) ตามแรงหนุนวัฏจักรสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ยังมีต่อเนื่องจากความต้องการที่สูงขึ้นทั่วโลก สนับสนุนการส่งออกของหลายประเทศเอเชียรวมถึงไทย ซึ่งเป็นผู้ผลิตสำคัญในสินค้าดังกล่าว
TISCO ปรับจาก -2.1% เป็น +3% เตือนยังเสี่ยงจากภาษีสหรัฐฯ
หลังเห็นตัวเลขการส่งออกเดือนมกราคม ศูนย์วิเคราะห์เศรษฐกิจและกลยุทธ์ทิสโก้ (TISCO ESU) ปรับคาดการณ์การส่งออกไทยปี 2569 เช่นกัน
TISCO ESU คาดว่า ในช่วงเวลา 150 วัน ที่สหรัฐฯ เรียกเก็บภาษีภายใต้มาตรา 122 ของกฎหมายการค้าปี 1974 จะมีความเสี่ยงต่อการยกระดับมาตรการภาษีเพิ่มมากขึ้นในหลายกลุ่มสินค้า
อย่างไรก็ตาม TISCO ESU มองว่า การส่งออกของไทยในปีนี้จะยังคงได้รับอานิสงส์จากกระแสการลงทุนใน AI และเทคโนโลยีอย่างต่อเนื่อง จากแนวโน้มคาดการณ์ของบริษัทยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีของสหรัฐฯ ระบุว่า การใช้จ่ายด้านโครงสร้างพื้นฐานที่เกี่ยวข้องกับ AI ในปี 2026 มีแนวโน้มเติบโตได้ราว 50% ขณะที่คำสั่งซื้อภาคการผลิตในอุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องก็มีทิศทางปรับเพิ่มขึ้นเช่นกัน
ด้วยคาดการณ์ดังกล่าว TISCO ESU จึงปรับเพิ่มคาดการณ์การส่งออกสินค้าของไทยในปี 2569 โดยคาดว่าจะขยายตัวได้ราว 3.0% (จากเดิมคาดว่าจะหดตัว -2.1%) สะท้อนจากตัวเลขการส่งออกที่ออกมาดีกว่าคาด
TISCO ESU อธิบายว่า ประมาณการก่อนหน้าให้น้ำหนักมากกับภาวะชะลอตัวเชิงโครงสร้างและการปรับลดสินค้าคงคลัง รวมถึงผลกระทบจากมาตรการภาษีของสหรัฐตลอดทั้งปี แต่วัฏจักรการขยายตัวอย่างต่อเนื่องของความต้องการเซมิคอนดักเตอร์ทั่วโลก และกระแสเงินลงทุนโดยตรงจากต่างประเทศ (FDI) ที่ไหลเข้าในหลายประเทศคู่แข่งในภูมิภาค เป็นส่วนสำคัญที่สนับสนุนพลวัตการส่งออกที่ปรับดีขึ้น เห็นได้จากข้อมูลการค้าเดือนมกราคม 2569
ถึงอย่างนั้นก็ตาม TISCO ESU เตือนว่า แม้แนวโน้มภาพรวมจะดีขึ้น แต่ความเสี่ยงยังคงเอียงไปทางด้านต่ำอย่างชัดเจน เนื่องจากความไม่แน่นอนของนโยบายการค้าสหรัฐฯ ในช่วงระยะเวลา 150 วันดังกล่าว