Google ปล่อยฟีเจอร์ Pro ลง Nano Banana 2 เปิดให้ผู้ใช้ทั่วไปสร้างภาพละเอียดสูงถึง 4K สู้ OpenAI
Google เดินหน้าเปิดตัวเครื่องมือสร้างรูปภาพด้วยปัญญาประดิษฐ์เวอร์ชันใหม่อย่าง Nano Banana 2 เพื่อยกระดับการสร้างภาพกราฟิกให้มีความสมจริงและรวดเร็วยิ่งขึ้น การเปิดตัวครั้งนี้เกิดขึ้นหลังจากที่บริษัทได้ปล่อยเครื่องมือรุ่นแรกออกมาท้าชนกับค่าย OpenAI เมื่อ 6 เดือนก่อน ซึ่งได้รับความนิยมอย่างล้นหลามจนกลายเป็นกระแสไวรัล
Alphabet ซึ่งเป็นบริษัทแม่ระบุว่า Nano Banana 2 จะดึงฟีเจอร์ที่เคยมีเฉพาะในเวอร์ชัน Pro มาให้ผู้ใช้งานทั่วไปสามารถเข้าถึงได้ การอัปเดตใหม่นี้ช่วยให้สร้างรูปภาพที่มีความละเอียดสูงขึ้น รวมถึงการทำอินโฟกราฟิกและการแสดงผลข้อมูลที่สามารถใส่ตัวอักษรลงไปได้อย่างแม่นยำ
บริษัทระบุผ่านบล็อกโพสต์เมื่อวันพฤหัสบดี (26 ก.พ.) ว่า เครื่องมือนี้สามารถใช้ทำภาพจำลองสื่อการตลาดหรือการ์ดอวยพร ทั้งยังสามารถทำตามคำสั่งที่มีความซับซ้อนได้ดีกว่าเดิม ความสำเร็จของเวอร์ชันแรกที่เปิดตัวเมื่อเดือนสิงหาคม 2025 โดยเฉพาะในกลุ่มผู้ใช้งานในอินเดีย ได้ช่วยสานต่อความทะเยอทะยานของ Google ในการแข่งขันกับค่ายคู่แข่ง
นับแต่นั้นมา ยักษ์ใหญ่ด้านเทคโนโลยีรายนี้ก็เริ่มทำคะแนนตีตื้นขึ้นมาได้สำเร็จ จากการเปิดตัวโมเดล AI ทรงพลังที่ได้รับเสียงตอบรับที่ดีอย่าง Gemini 3 ทาง Google ยังได้เดินหน้าบูรณาการโมเดลของตนเข้ากับผลิตภัณฑ์ทั้งหมดของบริษัท โดยให้ความสำคัญเป็นพิเศษกับระบบค้นหาอย่าง Google Search
สำหรับ Nano Banana 2 ซึ่งในทางเทคนิคคือโมเดล Gemini รุ่น 3.1 Flash Image จะมีความรู้ความเข้าใจสถานการณ์โลกที่ก้าวล้ำขึ้น โดยดึงข้อมูลแบบเรียลไทม์จาก Gemini มาใช้ เครื่องมือใหม่นี้จะเข้ามาแทนที่เวอร์ชันเดิมและกลายเป็นค่าเริ่มต้นในแอปพลิเคชัน Gemini ทั้งในโหมด Fast โหมด Thinking และโหมด Pro
แม้เวอร์ชันใหม่จะมีความเร็วเพิ่มขึ้น แต่บริษัทระบุว่า Nano Banana Pro ที่เปิดตัวไปเมื่อเดือนพฤศจิกายนบนพื้นฐานของ Gemini 3 Pro จะยังคงเปิดให้บริการอยู่ตามปกติ เวอร์ชัน Pro จะเน้นไปที่งานที่ต้องการความสมจริงและ ‘ความถูกต้องของข้อเท็จจริงสูงสุด’ ขณะที่รุ่นใหม่จะเน้นที่ความรวดเร็ว การทำตามคำสั่งอย่างแม่นยำ และการผสานระบบค้นหาภาพเข้ากับการสร้างภาพ
ผู้ใช้สามารถสร้างภาพที่มีความละเอียดตั้งแต่ 512 พิกเซลไปจนถึงระดับ 4K ในสัดส่วนภาพที่หลากหลาย พร้อมทั้งได้ภาพที่มีแสงสีสดใส พื้นผิวสมจริง และรายละเอียดที่คมชัดยิ่งขึ้น นอกจากนี้ยังสามารถรักษาความต่อเนื่องของตัวละครได้สูงสุด 5 ตัว และรักษาความเที่ยงตรงของวัตถุได้สูงสุด 14 ชิ้นในเวิร์กโฟลว์เดียว เพื่อให้การเล่าเรื่องผ่านภาพทำได้ดียิ่งขึ้น
เครื่องมือนี้จะกลายเป็นค่าเริ่มต้นสำหรับการสร้างภาพในเครื่องมือตัดต่อวิดีโออย่าง Flow รวมถึงผลการค้นหาผ่าน Google Lens และโหมด AI ใน 141 ประเทศ ทั้งบนแอป Google และบนเว็บไซต์ผ่านเดสก์ท็อปและมือถือ
ผู้ที่สมัครใช้งานแพ็กเกจระดับไฮเอนด์อย่าง Google AI Pro และ Ultra จะยังคงสามารถใช้งานเวอร์ชัน Pro สำหรับงานเฉพาะทางได้ โดยกดสร้างภาพใหม่ผ่านเมนูจุดสามจุด
ปัจจุบันกระแสความนิยมของเครื่องมือสร้างภาพและวิดีโอด้วย AI กำลังพุ่งสูงขึ้นในหมู่ผู้บริโภค เนื่องจากสามารถสร้างกราฟิกที่ซับซ้อนได้ง่ายๆ เพียงแค่พิมพ์ข้อความคำสั่ง ก่อนหน้านี้ OpenAI ได้เปิดตัวเครื่องมือสร้างวิดีโอ Sora ในปี 2024 ซึ่งซีอีโออย่าง แซม อัลต์แมน (Sam Altman) เคยระบุเมื่อเดือนมีนาคมปีที่แล้วว่าการใช้งานที่มหาศาลกำลังทำให้ระบบประมวลผลรับภาระแทบไม่ไหว
ทางด้านค่าย Adobe ก็ได้ผลักดันการนำ AI เข้ามาผสานรวมกับชุดเครื่องมือสร้างสรรค์ของตนอย่างต่อเนื่อง ผ่านเครื่องมือสร้างภาพและวิดีโออย่าง Firefly อย่างไรก็ตาม การเติบโตอย่างรวดเร็วของเครื่องมือเหล่านี้ได้สร้างความกังวลให้กับอุตสาหกรรมสร้างสรรค์ในประเด็นเรื่องการละเมิดลิขสิทธิ์
บริษัท ByteDance ต้องเผชิญกับกระแสต่อต้านจากสตูดิโอยักษ์ใหญ่ในฮอลลีวูด ซึ่งรวมถึง Disney และ Paramount ปัญหาดังกล่าวเกิดจากการละเมิดทรัพย์สินทางปัญญาที่เกี่ยวข้องกับเครื่องมือสร้างวิดีโออัจฉริยะของค่ายที่ชื่อว่า Seedance
ภาพ: Courtesy of Google
อ้างอิง:
- https://www.cnbc.com/2026/02/26/google-launches-nano-banana-2-updating-its-viral-ai-image-generator.html
- https://www.bloomberg.com/news/articles/2026-02-26/google-unveils-faster-version-of-viral-ai-image-tool-nano-banana
- https://techcrunch.com/2026/02/26/google-launches-nano-banana-2-model-with-faster-image-generation/