ปธ.สหกรณ์โคนมมวกเหล็ก เผยเกษตรกรเลี้ยงวัวนมต้องแบกต้นทุนสูง ถูกควบคุมราคาขายที่ 19 บาทต่อกิโลกรัม จนหลายหลายสู้ต่อไม่ไหวเลิกเลี้ยง คาดอนาคตน้ำนมดิบจะลดลงต่อเนื่อง วอนรัฐช่วยดูแล
(24ก.ค.66) จากสถานการณ์น้ำนมดิบขาดแคลนจากระบบในระยะนี้ เริ่มส่งผลกระทบต่อเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม รวมถึงสหกรณ์ที่รับน้ำนมดิบจากเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมโดยตรง เช่น ในพื้นที่อ.มวกเหล็ก จ.สระบุรี
.
ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่สำรวจฟาร์มของเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม พบว่า มีฟาร์มเกษตรกรบางรายจากที่เคยเลี้ยงวัวนมจำนวนกว่า 100 ตัว แต่ปัจจุบันปริมาณวัวนมลดลงถึง 70 เปอร์เซ็นต์ อีกทั้งฟาร์มเลี้ยงโคคนมขนาดเล็กและขนาดกลางปิดตัวลง เนื่องจากรับสภาวะต้นทุนที่สูงไม่ไหว ประกอบกับราคาน้ำนมดิบที่ส่งขายกับสหกรณ์ไม่คุ้มต้นทุน
.
เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนม รายหนึ่ง เผยว่า ทุกวันนี้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมต้องปิดตัวลงหลายราย เนื่องจากแบกรับภาระต้นทุนไม่ไหว ที่ผ่านมาฟาร์มเลี้ยงโคนมในพื้นที่อ.มวกเหล็ก และพื้นที่ ใกล้เคียงประสบปัญหาไม่ต่างจากฟาร์มเลี้ยงวัวนมรายอื่น ๆ ที่ ขาดทุน จากต้นทุนการเลี้ยงโคนมขยับราคา ไม่สอดคล้องกับรายได้จากเกษตรกรที่ส่งขายน้ำนมดิบให้กับสหกรณ์ ในราคาควบคุม 19 บาท ต่อกิโลกรัมในปัจจุบัน
.
เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมรายนี้ เปิดเผยต่อไปว่า ขณะที่ต้นทุนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมปัจจุบันอยู่ที่อย่างต่ำแตะต้นทุนอยู่ที่ 18 บาท ต่อน้ำนมดิบ 1 กิโลกรัม ซึ่งเกษตรกรบางรายอาจมีต้นทุนที่เกินกว่า 19 บาท จากปัจจัยอื่น เช่น เวชภัณฑ์รักษาโรค และอื่น ๆ ทำให้เกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมต้องลดจำนวนวัวลงเกินกว่า 50 เปอร์เซ็นต์ จากที่เลี้ยงไว้ ซึ่งก็ส่งผลให้ปริมาณน้ำนมดิบ ในแต่ละวันที่เกษตรกรรีดนมจากแม่วัวนมลดลงตามไปด้วย
.
นายนครินทร์ สีวงกต ประธานสหกรณ์โคนมมวกเหล็ก บอกว่า สถานการณ์ที่ผ่านมาเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมต้องแบกรับต้นทุนที่สูงและสะสมยาวนาน อีกทั้งยังไม่มีทีท่าจะทำให้เกษตรกรลดต้นทุนจากการเลี้ยงวัวนมได้ทำให้หลายฟาร์มผู้เลี้ยงโคนมทยอยปิดตัวลง ซึ่งทางสหกรณ์พยายามช่วยเหลือสมาชิกสหกรณ์ผู้เลี้ยงโคนมในหลายมิติ
.
นายนครินทร์ กล่าวต่อไปว่า แต่ดูเหมือนว่ายังไม่สามารถช่วยเหลือสมาชิกได้ทั้งหมดจากสมาชิกกว่า 500 ราย ทุกวันนี้เหลือสมาชิกที่ส่งนมให้กับสหกรณ์เพียง 300 กว่าราย ซึ่งปัจจุบันหายไปจากระบบ ประมาณ 30 - 40 เปอร์เซ็นต์ และมีแนวโน้มจะเพิ่มมากขึ้น หากยังไม่มีการแก้ไขปัญหาต้นทุนของเกษตรกรผู้ลี้ยงโคนมที่สูงขึ้นไม่คุ้มทุน
.
นายนครินทร์ บอกอีกว่า ส่วนเกษตรกรผู้เลี้ยงโคนมที่ยังเหลืออยู่ ส่วนใหญ่ต้องลดจำนวนวัวนมออกจากฟาร์มเพื่อให้สอดคล้องกับต้นทุนเพื่อให้ฟาร์มนั้น ๆ อยู่รอด ในสภาวะปัจจุบัน อย่างไรก็ตามผู้เลี้ยงโคนมยังคงต้องสู้กับสภาวะต้นทุนสูงอย่างต่อเนื่อง
.
"หากมีความช่วยเหลือของภาครัฐที่สามารถปรับราคาต้นทุนให้ต่ำลงหรือขยับราคาน้ำนมดิบให้สอดคล้องกับต้นทุนในปัจจุบันได้ คงต้องรีบดำเนินการณ์โดยด่วน" นายนครินทร์ กล่าว
.
นายนครินทร์ กล่าวทิ้งท้ายว่า ตนเองคาดการว่าน้ำนมในท้องตลาดหรือแม้แต่นมโรงเรียนจะคาดแคลนต่อเนื่องในอนาคตแน่นอนหากยังไม่ได้รับการแก้ปัญหา
.
เพจ:ข่าวเวิร์คพอยท์ https://www.facebook.com/NewsWorkpoin