โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

เริ่มปีหน้า! ออมสิน ผุดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ปล่อยโรงรับจำนำ ช่วยผู้มีรายได้น้อย

Khaosod

อัพเดต 21 ธ.ค. 2565 เวลา 10.59 น. • เผยแพร่ 21 ธ.ค. 2565 เวลา 10.59 น.

เริ่มปีหน้า! ออมสิน ผุดสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำ ปล่อยโรงรับจำนำ ช่วยผู้มีรายได้น้อย ร่วมพัฒนาช่องทางดิจิทัลให้ สธค. เพิ่มความสะดวกให้ลูกค้า

เมื่อวันที่ 21 ธ.ค. 2565 นายวิทัย รัตนากร ผู้อำนวยการธนาคารออมสิน ลงนามในสัญญาความร่วมมือ กับสำนักงานธนานุเคราะห์ (สธค.) ในการให้ความช่วยเหลือกลุ่มประชาชนผู้มีรายได้น้อย ที่ประสบปัญหาขาดแคลนเงินทุนในการดำรงชีพและประกอบอาชีพ เพื่อเป็นการลดความเหลื่อมล้ำและช่องว่างทางการเงิน รวมทั้งสร้างการเข้าถึงแหล่งเงินทุนดอกเบี้ยที่เป็นธรรม ในฐานะธนาคารเพื่อสังคม (Social Bank) และโรงรับจำนำเพื่อสังคม (Social Pawnshop Enterprise)

ซึ่งเป็นโครงการความร่วมมือขององค์กรที่มีวิสัยทัศน์สอดคล้องกัน ภายใต้นโยบายของสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) กระทรวงการคลัง ในการส่งเสริมให้รัฐวิสาหกิจที่เป็นสถาบันการเงินมีความร่วมมือกันในเชิงยุทธศาสตร์ เพื่อสร้างโอกาสทางธุรกิจและความเข้มแข็งของรัฐวิสาหกิจ เกิดการบูรณาการ แลกเปลี่ยน และแบ่งปันทรัพยากรร่วมกัน

นายวิทัย กล่าวว่า โครงการความร่วมมือระหว่างธนาคารออมสิน กับ สธค. ในปี 2566-2568 ได้กำหนดแผนความร่วมมือ 4 ด้าน คือ 1.ด้านธุรกิจและบริการ สนับสนุนสินเชื่อดอกเบี้ยต่ำแก่ สธค. เพื่อนำไปช่วยเหลือประชาชนที่ขาดแคลนสภาพคล่องทางการเงิน นำเสนอ Product Package พิเศษให้กับพนักงานและลูกค้าของ สธค. รวมทั้งการส่งต่อลูกค้าชั้นดีของ สธค. เพื่อต่อยอดใช้บริการสินเชื่อของธนาคารออมสิน

2.ด้านช่องทางการให้บริการ โดยการพัฒนาช่องทางดิจิทัล ให้กับ สธค. เพิ่มเติม สำหรับโอนเงินเข้าบัญชีให้กับลูกค้าที่นำทรัพย์มาจำนำกับ สธค. และศึกษาความเป็นไปได้ในการใช้พื้นที่สาขาหรือทรัพย์ของธนาคารออมสิน เพื่อขยายช่องทางสาขาของ สธค. ในการทำธุรกิจรับจำนำและจำหน่ายทรัพย์หลุดจำนำ

3.ด้านการยกระดับการบริหารจัดการ Core Business Enablers ทั้ง 8 ด้าน โดยปี 2566 เน้นการแลกเปลี่ยนแบ่งปันความรู้ด้านการพัฒนาเทคโนโลยีดิจิทัล ด้านการมุ่งเน้นผู้มีส่วนได้ส่วนเสียและลูกค้า ด้านการจัดการความรู้และนวัตกรรม

และ 4.ด้านการพัฒนาสังคมและชุมชน โดยการเสริมสร้างความเข้มแข็ง ให้ความรู้ทางการเงิน และพัฒนาศักยภาพลูกค้ารายย่อย/ชุมชน โดยร่วมกับพันธมิตรจัดฝึกอบรมพัฒนาอาชีพ ได้แก่ วิทยาลัยสารพัดช่าง สถาบันคุณวุฒิวิชาชีพ และวิทยาลัยอาชีวศึกษา รวมถึงเรียนรู้ด้วยตนเองผ่านแอปพลิเคชั่น “ออมตังค์”

อย่างไรก็ดี ภายใต้โครงการความร่วมมือดังกล่าวจะนำไปสู่การยกระดับความเข้มแข็งของทั้ง 2 องค์กร และเพิ่มประสิทธิภาพในการให้บริการลูกค้าประชาชนรายย่อยต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...