โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กพท.อนุมัติ 1,035 เที่ยวบิน ‘แอร์ไลน์จีน’ เข้าไทย เฉลี่ย 300 เที่ยว/เดือน

TODAY

อัพเดต 10 ม.ค. 2566 เวลา 02.15 น. • เผยแพร่ 10 ม.ค. 2566 เวลา 01.59 น. • workpointTODAY

จีนเปิดประเทศเดินทางเที่ยวไทยไฟลท์แรก 269 คน ขณะที่ กพท. เปิดเผยว่า ไฟลท์บินจากจีนเข้าไทยเฉลี่ย 300 เที่ยว/เดือน หลังทำการอนุมัติแอร์ไลน์จีนไปแล้ว 1,035 เที่ยวบิน

วันที่ 9 ม.ค. 2566 นายสุทธิพงษ์ คงพูล ผู้อำนวยการสำนักงานการบินพลเรือนแห่งประเทศไทย (กพท.) เปิดเผยว่า ถึงขณะนี้มีสายการบินสัญชาติจีน ทำคำขอเปิดเที่ยวบิน และเพิ่มความถี่บินมาประเทศไทย ในช่วงเดือน ม.ค. – มี.ค. 2566 โดยได้รับการอนุมัติจาก กพท.ให้ทำการบินแล้วรวมจำนวน 1,035 เที่ยว หรือเฉลี่ยเดือนละมากกว่า 300 เที่ยวบิน ถือเป็นสัญญาณบวกของการฟื้นตัวของภาคอุตสาหกรรมการบิน หลังทางการจีนประกาศเปิดประเทศ

นอกจากนี้ ปัจจุบันสายการบินจีน ก็ยังทำคำขอเพิ่มเที่ยวบินเข้ามาอีกประมาณวันละ 40 เที่ยว ซึ่งอยู่ระหว่างการพิจารณาจาก กพท. โดยจะต้องประเมินความพร้อมของสายการบิน รวมไปถึงบริการภาคพื้นที่รองรับผู้โดยสารด้วย

“ตอนนี้สายการบินจีนทำคำขอเข้ามาเยอะ แต่การจะอนุมัติเราต้องดูองค์ประกอบหลายอย่าง ไม่ใช่เพียงสายการบินมีความต้องการเท่านั้น แต่ต้องดูเรื่องของการบริการภาคพื้นที่เกี่ยวข้องของเราด้วย เพื่อไม่ให้เกิดปัญหาการบริการผู้โดยสารเมื่อมาถึงไทย”

นายสุทธิพงษ์ กล่าวว่า ต้องยอมรับว่าท่าอากาศยานสุวรรณภูมิ บริการภาคพื้นค่อนข้างจำกัด กพท.จึงยื่นข้อเสนอไปยังสายการบินที่ต้องการเปิดการบินว่า สามารถไปลงท่าอากาศยานดอนเมืองที่มีบริการภาคพื้นพร้อมรองรับ หรือจะกระจายไปยังท่าอากาศยานเมืองรองอื่นๆ ที่มีความพร้อมเช่นกัน ได้หรือไม่ เพื่อลดปัญหาความแออัด

นทท.จีนเข้าไทย ไฟลท์แรก 269 คน

ขณะที่วานนี้ (9 ม.ค. 2566) นายอนุทิน ชาญวีรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข พร้อมด้วยนายศักดิ์สยาม ชิดชอบ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงคมนาคม นายพิพัฒน์ รัชกิจประการ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา และผู้บริหารทั้ง 3 กระทรวง ให้การต้อนรับนักท่องเที่ยวไฟลท์บินแรกจากเมืองเซี่ยเหมิน สาธารณรัฐประชาชนจีนหลังจีนเปิดประเทศ เที่ยวบินแรกจากจีน คือ MF833 มีผู้โดยสาร 269 คน

นายอนุทิน กล่าวว่า จะมีผู้โดยสารขาเข้าจากจีนจำนวน 15 เที่ยวบิน รวม 3,465 คน คาดว่าตลอดปี 2566 จะมีนักท่องเที่ยวจากจีนเดินทางโดยท่าอากาศยาน 7-10 ล้านคน ทั้งนี้ ตั้งแต่ไทยเปิดประเทศมีการเดินทางของนักท่องเที่ยว นักธุรกิจ สายการบินมีคนเดินทางมากขึ้น 80% ทำให้ธุรกิจภาคการท่องเที่ยว โรงแรม สายการบิน และการจ้างงานพลิกฟื้นขึ้นมาก และในปีนี้จะมีผู้เดินทางจากประเทศต่างๆ ทั่วโลกเข้ามาที่ไทยมากขึ้น ทั้ง 3 กระทรวง จึงเน้นย้ำเพิ่มประสิทธิภาพการทำงาน การเฝ้าระวังควบคุมโรคให้สอดคล้องกับจำนวนเที่ยวบินและผู้โดยสารที่เพิ่มขึ้น โดยคำนึงถึงความสะดวก รวดเร็ว และความปลอดภัย มั่นใจว่าประเทศไทยมีความพร้อมต้อนรับนักท่องเที่ยวและผู้เดินทางจากทุกแห่งทั่วโลก ด้วยมาตรการด้านสาธารณสุขที่มีมาตรฐานของโลก

ขอยืนยันในหลักดำเนินการที่จะไม่เลือกปฏิบัติต่อประเทศใดประเทศหนึ่ง เนื่องจากขณะนี้ยังคงมีการแพร่ระบาดของโควิด-19 ในทุกประเทศ และเป็นการระบาดของสายพันธุ์ที่ใกล้เคียงกัน จึงไม่ควรให้โควิด-19 มาเป็นประเด็นการกีดกันประเทศใดประเทศหนึ่ง จากข้อมูลการเฝ้าระวังสายพันธุ์ที่ระบาดในจีน พบว่า 97% เป็นสายพันธุ์ BA.5.2 และสายพันธุ์ BF.7 ซึ่งไม่ได้เป็นสายพันธุ์ใหม่ และไม่ได้มีการแพร่เร็วกว่าสายพันธุ์ในประเทศไทย นอกจากนี้ ข้อมูลการรับวัคซีนโควิด-19 ของประชาชนจีน พบว่ารับวัคซีนครบ 2 เข็มและ 3 เข็มแล้วในสัดส่วนสูง (ร้อยละ 90.8 และร้อยละ 57.9)

นายอนุทิน กล่าวว่า จะมีการประชุมคณะกรรมการด้านวิชาการฯ ตาม พ.ร.บ.โรคติดต่อ พ.ศ. 2558 ถึงเรื่องข้อกำหนดในการเข้าประเทศไทยสำหรับผู้โดยสารระหว่างประเทศ โดยที่ประชุมได้มีมติให้ยกเลิกการตรวจเอกสารการฉีดวัคซีนโควิด-19 ครบ 2 เข็มของนักเดินทางก่อนเดินทางเข้าประเทศไทย เนื่องจากประเทศไทยได้ปรับมาตรการมาระยะหนึ่งแล้ว ครอบคลุมทั้งการคัดกรอง ป้องกัน และดูแลรักษานักท่องเที่ยวต่างชาติมาตั้งแต่ปีที่แล้ว ยังไม่พบว่านักท่องเที่ยวเป็นเหตุที่ทำให้เกิดสถานการณ์การระบาดของโควิด-19 เพิ่มขึ้นแต่อย่างใด

ขณะที่คนไทยมีการฉีดวัคซีนจำนวนมากเช่นเดียวกับประเทศจีนและประเทศต่างๆ ที่มีการฉีดวัคซีนแล้วจำนวนมากเช่นกัน การปรับมาตรการจะช่วยลดภาระความยุ่งยากของทั้งเจ้าหน้าที่และนักเดินทางในการเข้าประเทศ อย่างไรก็ตาม ยังแนะนำให้นักเดินทางทุกคนฉีดวัคซีนให้ครบอย่างน้อย 2 เข็ม เพื่อป้องกันการป่วยหนักหากติดเชื้อระหว่างการเดินทาง และนักเดินทางจากประเทศที่มีข้อกำหนดให้ตรวจ RT-PCR ก่อนกลับประเทศ ให้ซื้อประกันสุขภาพครอบคลุมการรักษาโควิดตลอดช่วงระยะเวลาเดินทางในประเทศไทยและบวกเพิ่มอีก 7 วัน เพื่อลดภาระค่าใช้จ่ายด้านสุขภาพหากตรวจพบเชื้อหรือป่วย กรณีมีอาการป่วยทางเดินหายใจ ควรเลื่อนการเดินทางและรักษาให้หายก่อนเพื่อลดการแพร่โรค ทั้งนี้ จะร่วมกับกระทรวงคมนาคม และกระทรวงการท่องเที่ยวและกีฬา ชี้แจงมาตรการดังกล่าวโดยการออกเป็น Notice to Airmen ( NOTAM) หรือกฎระเบียบก่อนเข้าประเทศไทย

ส่วนมาตรการขณะพำนักในประเทศไทย แนะนำให้ผู้เดินทางป้องกันตนเองตลอดระยะเวลาที่อยู่ในประเทศ เช่น สวมหน้ากากเมื่ออยู่ในพื้นที่สาธารณะ/ขนส่งสาธารณะ ล้างมือบ่อยๆ หากมีอาการทางเดินหายใจให้ตรวจคัดกรองด้วย ATK และหากมีอาการป่วยรุนแรงขึ้นให้ไปตรวจรักษาที่สถานพยาบาล ยืนยันว่า ระบบสาธารณสุขของไทยมีความพร้อมรองรับสถานการณ์ฉุกเฉิน และมีแผนเตรียมความพร้อมหากการระบาดของโรครุนแรงเพิ่มขึ้น

สำหรับนักท่องเที่ยวชาวต่างชาติที่สนใจรับบริการวัคซีนโควิด-19 ได้กำหนดให้สถานพยาบาลภาครัฐบาลจัดหน่วยฉีดเฉพาะจุดสำหรับนักท่องเที่ยวต่างชาติ นำร่องในจังหวัดท่องเที่ยวขนาดใหญ่ ได้แก่ กทม. ภูเก็ต เชียงใหม่ พัทยา โดยคิดค่าบริการตามความเหมาะสม และจะมีการหารือกับโรงพยาบาลเอกชนกรณีนักท่องเที่ยวไปรับบริการวัคซีนโควิด-19 จะเก็บค่าใช้จ่ายอย่างไร แต่สำหรับชาวต่างชาติที่อยู่เมืองไทยระยะยาว หรือมาประกอบอาชีพ ยังคงสามารถรับการฉีดวัคซีนโควิดโดยไม่มีค่าใช้จ่ายตามนโยบายการฉีดวัคซีนของรัฐเช่นเดิม และขอให้ประชาชนไทยทุกคนฉีดวัคซีนให้ครบ 4 เข็ม เพื่อเป็นการกระตุ้นภูมิคุ้มกัน ลดการป่วยหนักและลดการเสียชีวิต

ทั้งนี้ ในช่วงไตรมาสแรกของปี 2566 จะมีการติดตามและประเมินสถานการณ์เพื่อปรับมาตรการตามสถานการณ์ความเสี่ยง โดยการพิจารณาจะคงคำนึงถึงหลักการเท่าเทียม ไม่เลือกปฏิบัติ ตั้งอยู่บนพื้นฐานด้านวิชาการ ความปลอดภัยสุขภาพ เศรษฐกิจ และสังคมเช่นเดิม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...