โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

แบงก์ชาติอินโด เร่งพยุงค่าเงิน เป้ารูเปียห์แข็ง 16,300 ต่อดอลลาร์

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 02 ก.ย 2568 เวลา 08.58 น. • เผยแพร่ 02 ก.ย 2568 เวลา 08.57 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (2 ก.ย. 68) เพอร์รี วาร์จีโย ผู้ว่าการธนาคารกลางอินโดนีเซียเปิดเผย ว่า ธนาคารกลางกำลังเข้าดูแลค่าเงินรูเปียห์ให้กลับมาแข็งค่า โดยตั้งเป้าหมายให้อยู่ที่ระดับประมาณ 16,300 รูเปียห์ต่อดอลลาร์สหรัฐ หลังจากที่ค่าเงินอ่อนตัวลงอย่างต่อเนื่องจากสถานการณ์ความไม่สงบทั่วประเทศ วาร์จีโย กล่าวต่อ ค่าเงินรูเปียห์ที่เมื่อวานตอนเช้าอ่อนค่าไปถึง 16,560 วันนี้เราได้ดูแลให้มีเสถียรภาพที่ระดับ 16,400 แล้ว

"เราจะพยายามทำให้ค่าเงินแข็งค่าขึ้นไปอีกที่ระดับ 16,300 หรือแข็งค่ากว่านั้น พร้อมยืนยันเจตนารมณ์ของธนาคารกลางที่จะเข้าแทรกแซงตลาดปริวรรตเงินตราทั้งในและต่างประเทศ วาร์จีโย กล่าว

โดยสถานการณ์ค่าเงินรูเปียห์ที่อ่อนตัวลงมีสาเหตุจากเหตุประท้วงที่ลุกลามไปในหลายเมืองทั่วประเทศ ซึ่งถูกจุดชนวนจากกรณีที่รถตำรวจพุ่งชนผู้ขับขี่รถจักรยานยนต์รับจ้างเสียชีวิตเมื่อคืนวันพฤหัสบดีที่ผ่านมา 28 ส.ค. ส่งผลให้ค่าเงินรูเปียห์ร่วงลงถึง 0.9% ในวันศุกร์ 29 ส.ค.

การประท้วงยังคงดำเนินมาจนถึงสัปดาห์นี้ โดยมีรายงานว่าเมื่อเย็นวันจันทร์ 1 ก.ย. เจ้าหน้าที่ได้ใช้แก๊สน้ำตาสลายการชุมนุมใกล้กับมหาวิทยาลัยสองแห่งในเมืองบันดุง ซึ่งอยู่ห่างจากกรุงจาการ์ตาไปทางตะวันตกกว่า 140 กิโลเมตร

ขณะที่ ข้อมูลจาก LSEG ระบุว่า ในระหว่างการซื้อขายเมื่อวันจันทร์ เงินรูเปียห์ได้อ่อนค่าลงไปแตะระดับ 16,500 ต่อดอลลาร์ ซึ่งเป็นระดับอ่อนที่สุดนับตั้งแต่วันที่ 1 ส.ค. ก่อนจะฟื้นตัวขึ้นในเวลาต่อมา ด้านตลาดหุ้น ดัชนีหลักปรับตัวสูงขึ้น 1.17% ในวันนี้ หลังจากที่ลดลงไปถึง 2.7% ในช่วงสองวันทำการก่อนหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...