โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

แมว กต.พรีเซนเตอร์ ‘เอเปค 2022’ น่ารักเกินปุยมุ้ง

TODAY

อัพเดต 03 ต.ค. 2565 เวลา 02.20 น. • เผยแพร่ 03 ต.ค. 2565 เวลา 02.12 น. • workpointTODAY

โซเชียลแห่แชร์ภาพ 'เจ้านวล' แมวกระทรวงการต่างประเทศ พรีเซนเตอร์ ‘เอเปค 2022’ ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพ ช่วงวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2565

กระทรวงการต่างประเทศ โพสต์ภาพแมวผ่านอินสตาแกรม ระบุข้อความว่า นวล ขอเชิญพี่ๆ ทุกคนมาร่วม เปิดกว้าง สร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกันสู่สมดุล การเป็นเจ้าภาพ APEC ในปีนี้จะเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะมีบทบาทที่สร้างสรรค์ในการร่วมกำหนดนโยบายและทิศทางความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคระหว่างประเทศ แลกเปลี่ยนความรู้และประสบการณ์กับประเทศในเขตเศรษฐกิจเอเปคเพื่อนำมาปฏิรูปและยกระดับมาตรฐานทางเศรษฐกิจของไทยให้ทันสมัย เป็นสากล รวมถึงเสริมสร้างศักยภาพในมิติต่างๆให้แก่ภาครัฐและเอกชน

นอกจากนี้ ยังเป็นการแสดงความพร้อมของไทยในการต้อนรับนักลงทุนและนักท่องเที่ยวในยุคหลังการระบาดของ COVID-19 การประชุมเอเปคมีประโยชน์มากมายขนาดนี้ นวลจึงอยากเชิญชวนพี่ๆ ทุกท่านมาเป็นเจ้าบ้านที่ดีและสนับสนุนให้การประชุมเอเปคในปีนี้สำเร็จลุล่วงไปด้วยดีกันนะค้า”

สำหรับการประชุมประชุมระดับผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปค หรือ ความร่วมมือทางเศรษฐกิจในภูมิภาคเอเชีย-แปซิฟิก (Asia-Pacific Economic Cooperation : APEC) ประจำปี พ.ศ. 2565 (ค.ศ. 2022) ปีนี้ประเทศไทยเป็นเจ้าภาพในการจัดประชุม ‘APEC 2022 Thailand’ การจัดประชุม APEC ปีนี้ ประกอบด้วยสมาชิกจาก 21 เขตเศรษฐกิจ ภายใต้ธีม “เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ เชื่อมโยงกัน สู่สมดุล หรือ Open. Connect. Balance.” จะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการช่วงวันที่ 18-19 พฤศจิกายน 2565 ในรูปแบบการประชุมแบบพบหน้ากันเต็มรูปแบบ (physical meeting) เป็นครั้งแรก หลังจากต้องจัดประชุมในรูปแบบการประชุมทางไกลผ่านจอภาพ (video conference) ในปีที่ผ่านมา เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19

เอเปค (APEC) เป็นการรวมกลุ่มแบบพหุภาคี ก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2532 มีเป้าหมายหลัก เพื่อส่งเสริมการเปิดเสรีการค้าการลงทุน รวมถึงความร่วมมือในมิติสังคมและการพัฒนาต่าง ๆ โดยสาขาความร่วมมือที่ไทยให้ความสำคัญในปี 2565 ประกอบด้วย 8 เรื่อง ได้แก่ ความร่วมมือด้านการค้าการลงทุน ด้านการคลัง ด้านการท่องเที่ยว ด้านการเกษตร ด้านป่าไม้ ด้านกิจการสตรี ด้านการส่งเสริมผู้ประกอบการวิสาหกิจขนาดกลาง ขนาดย่อม และรายย่อย (Micro, Small and Medium Enterprises : MSMEs) และด้านสาธารณสุข เป็นต้น เพื่อมุ่งสร้างความเจริญเติบโตทางเศรษฐกิจที่ครอบคลุม ยั่งยืน และความมั่งคั่งของประชาชนในภูมิภาค ซึ่งปัจจุบัน ประกอบด้วยสมาชิก 21 เขตเศรษฐกิจ โดยมีประเทศมหาอำนาจทางเศรษฐกิจของโลกเป็นสมาชิก ได้แก่ สหรัฐอเมริกา จีน ญี่ปุ่น แคนาดา เกาหลีใต้ และรัสเซีย เป็นต้น เอเปคมีประชากรรวมกันกว่า 2,900 ล้านคน หรือประมาณ 1 ใน 3 ของโลก และมีผลิตภัณฑ์มวลรวม (GDP) รวมกันกว่า 53 ล้านล้านดอลลาร์สหรัฐ หรือประมาณ 1,700 ล้านล้านบาท ซึ่งเกินครึ่งของ GDP โลกและมีมูลค่าการค้ารวมกันเกือบครึ่งหนึ่งของการค้าโลก

สำหรับการประชุมระดับผู้นำเขตเศรษฐกิจเอเปคครั้งนี้ ประเทศไทยในฐานะเจ้าภาพ ได้มุ่งผลักดันประเด็นหลัก 3 ประเด็น ดังนี้

1) เปิดกว้างสร้างสัมพันธ์ (Open) เปิดการค้าการลงทุนเสรีและการรวมกลุ่มทางเศรษฐกิจในภูมิภาค ซึ่งเป็นหัวใจสำคัญของเอเปค ผ่านการขับเคลื่อนการเจรจาเขตการค้าเสรีเอเชีย-แปซิฟิก (Free Trade Area of Asia-Pacific: FTAAP) ที่ต้องสะดวก รวดเร็ว และทุกคนต่างได้รับประโยชน์อย่างครอบคลุม ในบริบทของการเจริญเติบโตหลังโควิด-19 ที่จะสร้างการลงทุนให้เปิดกว้างขึ้น พร้อมตั้งรับการปรับเปลี่ยนสู่การเจริญเติบโตที่สมดุล ยั่งยืน และครอบคลุม ที่เป็นประโยชน์ต่อทุกภาคส่วน

2) สร้างการเชื่อมโยงทุกมิติ (Connect) ฟื้นฟูการเดินทางที่สะดวกและปลอดภัย ผ่านการจัดตั้งกลไกการประชุมคณะทำงานเฉพาะกิจเพื่ออำนวยความสะดวกและรื้อฟื้นการเดินทางข้ามพรมแดนในภูมิภาคอย่างปลอดภัยและไร้รอยต่อ (APEC Safe Passage Taskforce) พร้อมหารือแนวทางที่จะช่วยในการส่งเสริม อาทิ การอำนวยความสะดวกให้แก่อาชีพที่สำคัญ เช่น ลูกเรือ การส่งเสริมการใช้เทคโนโลยีระบบรหัสแบบกุญแจสาธารณะ (Public Key Infrastructure : PKI) ในการแชร์ข้อมูลด้านสุขภาพในภูมิภาค และการขยายคุณสมบัติของบัตรเดินทางสำหรับนักธุรกิจเอเปค (APEC Business Travel Card: ABTC) ให้ครอบคลุมผู้เดินทางที่เปิดกว้างขึ้น เช่น ผู้ประการรายย่อย ซึ่งเป็นวาระเร่งด่วนและต้องดำเนินการให้สำเร็จโดยเร็ว

3) สร้างสมดุลรอบด้าน (Balance) ส่งเสริมการเจริญเติบโตที่เน้นสร้างสมดุลในทุกด้านมากกว่าสร้างกำไร ผ่านการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบโดยคำนึงถึงสิ่งแวดล้อม การสร้างความมั่นคงทางอาหารและการเกษตรเพื่อความเป็นอยู่ที่ดีของประชาชน ภายใต้แนวคิด Balance in all aspects ให้ความสำคัญใน 4 ด้าน ได้แก่

(1) เศรษฐกิจที่เน้นการเติบโตอย่างทั่วถึงและลดความเหลื่อมล้ำ (inclusive economy) มีการส่งเสริมความเท่าเทียมระหว่างเพศและการเสริมพลังอำนาจแก่ผู้หญิง โดยเน้นแนวทางการขับเคลื่อนแผนปฏิบัติการลา เซเรนาเพื่อสตรีและการเจริญเติบโตที่ครอบคลุม (La Serena Roadmap for Women and Inclusive Growth) รวมถึงผลักดันการสร้างเครือข่ายสตรีผู้ประกอบการ BCG ไปขยายผลในเอเปค

(2) พลังงานหมุนเวียน (renewable energy) นำโมเดลเศรษฐกิจ BCG หรือ เศรษฐกิจชีวภาพ เศรษฐกิจหมุนเวียน และเศรษฐกิจสีเขียว (Bio-Circular-Green Economy) มาปรับใช้ เพื่อสนับสนุนธุรกิจขนาดเล็ก และสตาร์ทอัพ (startup) โดยใช้เทคโนโลยีและนวัตกรรมมาขับเคลื่อนการดำเนินธุรกิจอย่างมีความรับผิดชอบ ซึ่งคำนึงถึงผลกระทบจากสิ่งแวดล้อมพร้อมไปกับสร้างผลกำไรทางธุรกิจ

(3) ด้านการบริหารจัดการทรัพยากรอย่างยั่งยืน (Sustainability through managing resources) เช่น การจัดการทรัพยากรป่าไม้ โดยในปีหน้า APEC 2022 จะยังคงส่งเสริมความร่วมมือในอุตสาหกรรมป่าไม้ต่อไป และในสี่ปีถัดไปประเทศไทยจะเรียกประชุมรัฐมนตรีที่รับผิดชอบด้านป่าไม้ เพื่อส่งเสริมการจัดการและการฟื้นฟูป่าอย่างยั่งยืน รวมถึงมีการรับรองผลิตภัณฑ์จากป่าไม้ ซึ่งเอเปค จะมีการสำรวจวิธีการเพิ่มเติมเพื่ออำนวยความสะดวกในการค้าผลิตภัณฑ์จากป่าไม้ที่เก็บเกี่ยวมาอย่างถูกต้องตามกฎหมาย

(4) ด้านความมั่นคงทางอาหาร (food security) ในประเด็นที่เกี่ยวข้องกับมหาสมุทรและสิ่งแวดล้อมทางทะเล เอเปค จะส่งเสริมการใช้ข้อมูลและการวิจัย เพื่อแก้ไขปัญหาขยะในทะเล รวมถึงส่งเสริมการทำประมงรายย่อยและประมงพื้นบ้านอย่างยั่งยืน ส่วนด้านแผนงานความมั่นคงทางอาหาร (food security roadmap) เอเปค จะรับรองความปลอดภัย ความมั่นคง และความยั่งยืนของอาหารสำหรับทุกคน โดยใช้ประโยชน์จากเทคโนโลยีและนวัตกรรมที่ทันสมัย เช่น Big Data

อย่างไรก็ดี แม้การประชุมสุดยอดผู้นำเอเปค จะจัดขึ้นอย่างเป็นทางการในวันที่ 18-19 พฤศจิกายน แต่ตลอดทั้งปี 2565 จะมีการประชุมต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องในทุกเดือน สำหรับเดือนสิงหาคมนี้ มีกำหนดการประชุมที่สำคัญต่าง ๆ มากมาย อาทิ การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสครั้งที่สาม (Third Senior Officials’ Meeting : SOM3) และการประชุมที่เกี่ยวข้อง วันที่ 16 – 31 สิงหาคม ที่จังหวัดเชียงใหม่

การประชุมรัฐมนตรีการท่องเที่ยวเอเปคครั้งที่ 11 (Tourism Ministers Meeting : TMM) และการประชุมคณะทำงานการท่องเที่ยวเอเปคครั้งที่ 60 (Tourism Working Group : TWG) วันที่ 19 สิงหาคม ที่กรุงเทพมหานคร / การประชุมเจ้าหน้าที่อาวุโสด้านการบริหารจัดการภัยพิบัติ (Senior Disaster Management Officials Forum) วันที่ 20 สิงหาคม ที่จังหวัดเชียงใหม่ เป็นต้น

การประชุมเอเปคที่ประเทศไทยครั้งนี้ นับเป็นโอกาสสำคัญที่ไทยจะได้ใช้ประโยชน์ฟื้นฟูเศรษฐกิจหลังวิกฤตของโควิด-19 ให้เกิดแนวทางที่เติบโตอย่างยั่งยืน พร้อมทั้งหวังว่าการประชุมครั้งนี้ จะช่วยกระตุ้นเศรษฐกิจภายในประเทศ โดยเฉพาะภาคการเดินทางและการท่องเที่ยว จึงต้องติดตามต่อว่าผลลัพธ์จากการที่ไทยเป็นเจ้าภาพ APEC 2022 Thailand ครั้งนี้จะเป็นอย่างไรต่อไป

ข้อมูลเพิ่มเติม https://www.apec2022.go.th/apec-2022-meetings/

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...