โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

หนุ่มอุดรฯ ช้ำรัก หายตัวไป 20 ปี จนพ่อไปแจ้งเป็นบุคคลสาบสูญ

ข่าวเวิร์คพอยท์ 23

เผยแพร่ 30 พ.ค. 2566 เวลา 10.46 น.

.

หนุ่มอุดรธานีถูกภรรยาขอแยกทาง เสียใจหนักออกจากบ้านตะลอนลงใต้ ไม่ติดต่อญาตินาน 20 ปี จนครอบครัวไปแจ้งเป็นบุคคลสูญหาย อยู่ดีๆ อยากบวชเลยกลับมาหาพ่อแม่

.

วันที่ 30 พ.ค. 66 ผู้สื่อข่าว จ.อุดรธานี รายงานเรื่องราวของนายสมพงศ์ อายุ 44 ปี ชาวบ้านคำกลิ้ง ต.บ้านจั่น อ.เมือง จ.อุดรธานี กับครอบครัว ที่เดินทางมายัง สภ.เมืองอุดรธานีเพื่อขอถอนคำสั่งศาลเรื่องเป็นบุคคลสูญหาย เนื่องจากก่อนหน้านี้นายสมพงศ์ออกจากบ้านไปนาน 20 ปี โดยไม่มีญาติคนใดติดต่อได้

.

นายสมพงศ์เล่าว่าตนเรียนจบจากโรงเรียนช่างกลอุดรธานี หลังเรียนจบและทำงานได้แต่งงานมีภรรยา แต่อยู่กินกันไปจนถึงปี 2541 ภรรยาได้ขอแยกทาง ด้วยความเสียใจทำให้ตนหนีออกจากบ้าน เดินทางมุ่งหน้าลงใต้ไปทำงานบนเรือประมงและทำงานในสวนปาล์ม โดยระหว่างนั้นตนไม่ได้ใช้โทรศัพท์มือถือ ไม่ได้ติดต่อญาติพี่น้องอีกเลย

.

หลังจากนั้นตนย้ายมาทำงานก่อสร้างอยู่ที่ จ.นครราชสีมา ผู้รับเหมาถูกชะตากับตนจึงรับเป็นน้องบุญธรรม ให้เอาชื่อเข้าทะเบียนบ้านที่ จ.นครราชสีมา พอมาปี 2561 ตนรู้สึกอยากบวช จึงตัดสินใจเดินทางกลับบ้านที่อุดรธานี เพื่อมาแจ้งข่าวใหญ่ๆ ไปร่วมงานบวช

.

เมื่อกลับมาถึงพ่อแม่ญาติพี่น้องต่างก็ตกใจและดีใจที่เห็นตนยังมีชีวิตอยู่ เพราะทุกคนต่างคิดว่าตนนั้นหายสาบสูญไปแล้ว บ้างก็คิดว่าเสียชีวิตไปแล้ว พ่อของตนได้ไปยื่นคำร้องต่อศาลจังหวัดอุดรธานี ตามคดีหมายเลขดำที่733/2558 คดีหมายเลขแดงที่ 1702/2558 เมื่อปี 2558 ให้ออกคำสั่งว่าตนเป็นบุคคลสาบสูญ เพื่อดำเนินการขายที่ดินของตน

.

มาวันนี้ตนต้องการขายที่ดินซึ่งเป็นที่มรดกจากยาย ทำให้ต้องมาที่สถานีตำรวจเพื่อลงบันทุกประจำวันแสดงตัวว่าตนมีชีวิตอยู่ จะได้นำไปยื่นเรื่องต่อศาลให้ถอนคำสั่งบุคคลสาบสูญเพื่อที่ตนจะได้ขายที่ดินดังกล่าวได้

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...