'พุทธะอิสระ' ชี้ 'อบายมุข คือ เหตุแห่งความฉิบหาย' การพนันมีโทษ 6 อย่าง
'พุทธะอิสระ' ชี้ 'อบายมุข คือ เหตุแห่งความฉิบหาย' ที่มันจะเกิดกับมนุษย์ ครอบครัว สังคม ทั้งที่พระบรมศาสดาทรงชี้ถึงโทษภัยของการพนัน มีโทษ 6 อย่าง
วันที่ 11 มี.ค.68 นายสุวิทย์ ทองประเสริฐ หรือเดิมเรียก "พระพุทธะอิสระ" หรือ "หลวงปู่พุทธะอิสระ" ได้เขียนบทความสั้นๆ โพสต์ลงในเพจ "หลวงปู่พุทธะอิสระ (Buddha Isara)" โดยพาดหัวเรื่องว่า "
อบายมุข คือ เหตุแห่งความฉิบหาย (ตอนที่ 3) โดยมีเนื้อหาดังนี้
11 มีนาคม 2568 รัฐบาลโดยพรรคเพื่อไทย พยายามจะโฆษณาให้ประชาชนเข้าใจว่า การมีบ่อนคาสิโน จักทำให้เศรษฐกิจเฟื่องฟู ชาติและประชาชนจะร่ำรวย
พอได้ฟังมันทำให้พุทธะอิสระ รู้สึกสงสัยไม่รู้ว่าคุณๆ ทั้งหลายจักสงสัยเหมือนที่พุทธะอิสระสงสัยหรือเปล่าว่า ประเทศลาว เขมร พม่า ที่มีอาณาเขตติดอยู่กับเรา ทำไมประชาชนของเขายังต้องอพยพเข้ามาขายแรงงานและเดินทางไปรับจ้างในประเทศอื่นๆ หรือเพราะเขารวยมากพอแล้ว จึงตระเวนออกไปหาประสบการณ์ชีวิต
อันที่จริงพุทธะอิสระก็อยากถามพวกนักการเมือง นักวิชาการ ที่สนับสนุนให้เปิดบ่อนเหมือนกันนะว่า หากความร่ำรวยมันเกิดขึ้นมาจากการพนันจริง แล้วทำไมพระพุทธเจ้ายังทรงสอนว่า การพนันคืออบายมุข
อบายมุข คือ เหตุแห่งความฉิบหาย แม้แต่พระศาสดาในศาสนาอื่นๆ ก็ไม่มีองค์ใดสนับสนุนให้เล่นการพนัน ด้วยเพราะท่านทั้งหลายเหล่านั้น ล้วนรู้เห็นถึงความฉิบหาย เสียหาย ที่มันจะเกิดกับมนุษย์ ครอบครัว สังคม ทั้งที่พระบรมศาสดาทรงชี้ถึงโทษภัยของการพนัน มีโทษ 6 อย่าง คือ
1. ผู้ชนะย่อมก่อเวร
2. ผู้แพ้ย่อมเสียดายทรัพย์ที่เสียไป
3. ความเสื่อมทรัพย์ในปัจจุบัน
4. ถ้อยคำของคนเล่นการพนัน ซึ่งไปพูดในที่ไหนๆ ก็ไม่มีใครเชื่อถือ
5. ถูกญาติมิตรดูหมิ่นเหยียดหยาม
6. ไม่มีใครประสงค์จะอยู่ร่วมด้วย เพราะเห็นว่า พวกนักเลงเล่นการพนันไม่สามารถจะเลี้ยงครอบครัวและตัวเองได้
พุทธะอิสระใคร่จักถามบรรดาผู้สนับสนุนให้เกิดความฉิบหายดังกล่าวมานี้แก่ประชาชน พวกท่านจะรับผิดชอบอย่างไร หรือจะโทษว่า ท่านไม่ได้บังคับให้ประชาชนไปเล่นการพนัน ประชาชนเลือกไปเล่นเอง แบบนี้มันก็คงไม่ต่างอะไรกับกรณีพ่อแม่ที่วางปืนไว้กลางบ้าน ลูกมาหยิบเล่นเอง แล้วปืนมันลั่นทำให้ลูกตาย
หรือมันจะเป็นเวรเป็นกรรมของประชาชนที่มีผู้บริหาร คิดแต่ผลประโยชน์ แต่ไม่คิดถึงผลกระทบของชาติประชาชนกันเลย
พุทธะอิสระ