โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ชัวร์ก่อนแชร์ Motor Check : สัญญาณเตือนอาการหลับใน จริงหรือ ?

ชัวร์ก่อนแชร์

อัพเดต 20 เม.ย. 2568 เวลา 20.44 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. 2568 เวลา 13.44 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

บนสื่อสังคมออนไลน์มีการแชร์สัญญาณเตือนเมื่อเกิดอาการหลับในขณะขับรถ เช่น ใจลอย ไม่มีสมาธิ และขับรถส่ายไปมา บังคับให้อยู่ในเลนไม่ได้ เรื่องนี้จริงหรือไม่ ?

🎯 ตรวจสอบข้อเท็จจริงและคำแนะนำจากผู้เชี่ยวชาญ นพ.มนูญ ลีเชวงวงศ์ ประธานทุนง่วงอย่าขับ มูลนิธิรามาธิบดี

สัญญาณเตือนเมื่อเกิดอาการ “หลับใน” ขณะขับรถ เช่น ใจลอย ไม่มีสมาธิ ขับรถส่ายไปมาและบังคับให้อยู่ในเลนไม่ได้ เป็นเรื่องจริง

“หลับใน” คือ การหลับระยะสั้น ๆ (Microsleep) ไม่กี่วินาที (หลับตื้น)

อยู่ดี ๆ ร่างกายก็หลับ เพราะสมองบังคับให้หลับ แต่ร่างกายของเราไม่ได้ต้องการหลับ

บางครั้ง การหลับในเกิดขึ้นเอง ที่เรียกว่าสมองเรียกคืนจากการติดหนี้สะสม (นอนพักไม่เพียงพอ) โดยไม่สนใจเลยว่าเรากำลังขับรถอยู่ หรือเรากำลังทำงานอะไร

สัญญาณเตือนข้อที่ 1. หาวบ่อย ๆ หาวติด ๆ กัน จริงหรือ ?

“หาว” คืออาการอยากนอน

อาการหาวเป็นสัญญาณเตือนว่า “ง่วง” แล้ว

สัญญาณเตือนข้อที่ 2. ลืมตาไม่ขึ้น ปวดตา ตาล้า มองเห็นไม่ชัดเจน จริงหรือ ?

“ลืมตาไม่ขึ้น” เป็นเรื่องจริง

คนใกล้ตัวสังเกตได้ว่า ตาปรือ คล้ายคนง่วงนอนตลอดเวลา

สัญญาณเตือนข้อที่ 3. รู้สึกหนักศีรษะ หงุดหงิด กระวนกระวาย จริงหรือ ?

สัญญาณข้อนี้ไม่น่าจะใช่ เพราะคนที่ง่วงมักจะไม่ปวดศีรษะ

กระวนกระวายก็ไม่ใช่

ในคนที่ง่วงนอน จะมีอาการ “สะลึมสะลือ” อยากจะหลับมากกว่า

สัญญาณเตือนข้อที่ 4. ใจลอย ไม่มีสมาธิ จริงหรือ ?

สัญญาณข้อนี้เป็นไปได้แน่นอน เพราะสัญญาณเตือนต่าง ๆ จะดูช้าไปหมด เช่น คนขับรถยนต์จะเหยียบเบรกช้า หักพวกมาลัยก็ช้าด้วย ทุกอย่างจะช้าหมดเลย

สัญญาณเตือนข้อที่ 5. ขับรถส่ายไปมา จริงหรือ ?

แน่นอนเลย คนที่ขับรถส่ายไปมาใกล้จะหลับแล้ว เพราะไม่สามารถบังคับรถได้เป็นเรื่องจริง

สัญญาณเตือนข้อที่ 6. จำไม่ได้ว่าขับรถผ่านจุดใดมาบ้าง จริงหรือ ?

คนง่วงนอน สมองไม่มีสมาธิ จำอะไรไม่ได้หรอก เห็นภาพก็ลืมไปแล้วจึงไม่รู้ว่าขับรถผ่านจุดไหนมา

ประสบการณ์ตรง นพ.มนูญ ขณะขับรถยนต์เกิดอาการหลับใน

ขณะนั้นเป็นแพทย์ฝึกหัด อายุประมาณ 23 ปี ทำงานห้องฉุกเฉิน 24 ชั่วโมง

ตอนเช้าขับรถกลับบ้าน ปรากฏว่าอยู่ดี ๆ ก็หลับใน ขับรถตกถนนแจ้งวัฒนะ ตอนนั้น “แจ้งวัฒนะ” เป็นถนน 2 เลน โชคดีมากที่ไม่มีต้นไม้และเสาไฟฟ้าข้างทาง จึงรอดตายมาได้

ดังนั้น ถ้าขณะขับรถ มีอาการง่วงนอน หรือหลับใน จะต้องรีบ “ขยับปาก”

ให้ “ขยับปาก” ขณะที่ขับรถ เพราะขยับร่างกายส่วนอื่นได้น้อย แต่การ “ขยับปาก” ทำได้ทันที

ดังนั้น คนขับรถควร “ขยับปาก” ด้วยการพูดคุยกับคนที่นั่งไปด้วยกัน

กรณีขับรถยนต์ไปคนเดียว สิ่งที่ควรทำก็คือเปิดเพลงและขยับปากร้องตามดัง ๆ ไม่ใช่แค่เปิดเพลงฟังเฉย ๆ

การขยับปากพูด และขยับปากร้องเพลง หรือหยิบอะไรมาใส่ปากเคี้ยวเพื่อให้ปากขยับ เช่น หมากฝรั่ง

ขณะเคี้ยวหมากฝรั่ง กรามมีการเคลื่อนไหวก็จะส่งสัญญาณไปที่สมอง ว่าขณะนี้ยังไม่ใช่เวลานอน

การขยับปากขณะขับรถยนต์จะช่วยให้ร่างกายดีขึ้น สามารถขับรถยนต์ต่อไปได้อีกระยะหนึ่ง ถ้าร่างกายไม่ไหวจะต้องหาสถานที่ปลอดภัยจอดพักและเตรียมตัวงีบหลับสักพัก

การเตรียมตัวก่อนงีบหลับ แนะนำให้ดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เช่น กาแฟ เครื่องดื่มชูกำลัง

เหตุผลที่ให้ดื่มเครื่องดื่มที่มีกาเฟอีน เพราะกาเฟอีนจะช่วยกระตุ้นร่างกายเมื่อเราตื่นขึ้นมาก็จะสดชื่นทันที

1. การได้งีบหลับเป็นเวลา 10-15 นาที ตื่นมาก็เป็นช่วงที่ “กาเฟอีน” ออกฤทธิ์

2. ฤทธิ์ของกาเฟอีนกระตุ้นสมองให้ตื่นตัวได้อีกหลายชั่วโมง

ความง่วงมีผลต่อสมรรถภาพในการขับรถเหมือนกับการเมา ทำให้ประสาทสัมผัสทุกอย่างช้าลง สมองตื้อ การสั่งการของสมองไปยังกล้ามเนื้อช้าลง เมื่อคับขันอาจแตะเบรกได้ช้ากว่าปกติ หรือหักรถหลบหลีกได้ช้ากว่าปกติ

ถ้าหากหลับในเกิดขึ้นคนขับจะไม่สามารถควบคุมการขับรถได้เลย

ถ้ารถวิ่งด้วยความเร็ว 90 กม./ชม. หากหลับในเพียง 4 วินาที รถจะวิ่งไป100 เมตร โดยที่คนขับไม่รู้ว่ารถวิ่งไปไหน ถ้าชนอะไรสักอย่างความแรงปะทะจะเท่ากับตกตึกสูง 10 ชั้น โอกาสเสียชีวิตเกือบ 100 เปอร์เซ็นต์

ง่วงอย่าขับ หลับในอันตราย จอดพักสักนิดชีวิตจะปลอดภัย

สัมภาษณ์โดย พีรพล อนุตรโสตถิ์

เขียนและเรียบเรียงโดย คมส์ธนนท์ ศุขอัจจะสกุล

ดูเพิ่มเติมรายการ ชัวร์ก่อนแชร์ Motor Check : สัญญาณเตือนอาการหลับใน จริงหรือ ?

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...