โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

สินเชื่อระบบแบงก์ปี 67 ติดลบ 0.4% เล็งพิจารณา LTV

การเงินธนาคาร

อัพเดต 18 ก.พ. 2568 เวลา 16.25 น. • เผยแพร่ 18 ก.พ. 2568 เวลา 09.25 น.

ธปท.เผยสินเชื่อแบงก์พาณิชย์ปี 2567 หดตัว 0.4% จากระยะเดียวกันปีก่อนเป็นการลดลงสูงสุดในรอบ 15 ปี โดยสินเชื่อเช่าซื้อยังฟุบต่อเนื่องติดลบ 9.9% เล็งพิจารณา LTV หลังกลุ่มอสังหาฯ ร้องขอ

18 ก.พ.2568 นางสาวสุวรรณี เจษฎาศักดิ์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ สายกำกับสถาบันการเงิน ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เปิดเผยว่า ผลการดำเนินงานธนาคารพาณิชย์ ปี 2567 ปรับดีขึ้นจากปีก่อน จากทั้งรายได้ที่มิใช่ดอกเบี้ยตามการวัดมูลค่าตราสารทางการเงินเป็นสำคัญ และรายได้ดอกเบี้ยสุทธิ ประกอบกับค่าใช้จ่ายสำรองลดลงจากการตั้งสำรองสูงในปีก่อน

ระบบธนาคารพาณิชย์มีความมั่นคงและมีเสถียรภาพ โดยมีเงินกองทุน เงินสำรอง และสภาพคล่องอยู่ในระดับสูง โดยสินเชื่อระบบธนาคารพาณิชย์ (รวมเครือ) ปี 2567 หดตัวอยู่ที่ร้อยละ 0.4 จากระยะเดียวกันปีก่อน เป็นการลดลงสูงสุดในรอบ 15 ปี และลดลงต่อเนื่องจากปี 2566 ที่หดตัวร้อยละ 0.3 เมื่อเทียบกับช่วงก่อนหน้า

โดยสินเชื่อธุรกิจขยายตัวร้อยละ 0.5 ขณะที่สินเชื่อธุรกิจขนาดใหญ่ขยายตัว ด้านสินเชื่อธุรกิจ SMEs หดตัวลดลง ส่วนสินเชื่ออุปโภคบริโภคหดตัวติดลบร้อยละ1.9 ลดลงต่อเนื่อง โดยเฉพาะสินเชื่อเช่าซื้อที่ได้รับผลกระทบจากปัจจัยเชิงโครงสร้างลดลงร้อยละ 9.9 เป็นการลดลงต่อเนื่อง

ส่วนสินเชื่อบัตรเครดิตลดลงร้อยละ 2.3 ลดลงน้อยกว่าช่วงก่อนหน้า ขณะที่สินเชื่อส่วนบุคคลขยายตัวร้อยละ 1.3 เติบโตน้อยลงจากเดิมที่เคยขยายตัวได้ร้อยละ 3.7 ด้านสินเชื่อที่อยู่อาศัยขยายตัวร้อยละ 0.3

ทั้งนี้ยอดคงค้างสินเชื่อ NPL ไตรมาส 4 ปี 2567 ปรับลดลงมาอยู่ที่ 552.1 พันล้านบาท ส่งผลให้สัดส่วน NPL ต่อสินเชื่อรวมปรับลดลงมาอยู่ที่ร้อยละ 2.78 โดยหลักจากสินเชื่อธุรกิจ

แต่สินเชื่อบ้านพบว่ามี NPL เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 3.88 เพิ่มขึ้นจากที่เคยอยู่ร้อยละ 3.82 ซึ่งส่วนหนึ่งเป็นผลจากการบริหารจัดการคุณภาพหนี้และการให้ความช่วยเหลือลูกหนี้อย่างต่อเนื่องของธนาคารพาณิชย์ รวมทั้งลูกหนี้บางส่วนสามารถกลับมาชำระหนี้ได้ตามเงื่อนไขการปรับโครงสร้างหนี้

“NPL บัตรเครดิตอยู่ที่ร้อยละ 3.12 ลดลงจากก่อนหน้านี้ที่อยู่ร้อยละ 3.65 ซึ่งดีขึ้นจากการที่คงอัตราชำระขั้นต่ำบัตรเครดิตไว้ที่ร้อยละ 8 และลูกหนี้บางส่วนสามารถกลับมาชำระหนี้ได้ โดยรวมลูกหนี้ปรับชั้นดีขึ้นประกอบกับมีการจัดชั้นเชิงคุณภาพของสินเชื่อธุรกิจ ส่งผลให้สินเชื่อ stage 2 เพิ่มขึ้นมาอยู่ที่ร้อยละ 6.98”

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามความสามารถในการชำระหนี้ของธุรกิจ SMEs และครัวเรือนบางกลุ่มที่รายได้ฟื้นตัวช้าและมีภาระหนี้สูง รวมถึงธุรกิจในกลุ่มที่เผชิญปัญหาเชิงโครงสร้างและความสามารถในการแข่งขันปรับลดลง ตลอดจนติดตามผลสำเร็จของการให้ความช่วยเหลือภายใต้โครงการคุณสู้เราช่วย

โดยสัดส่วนหนี้ครัวเรือนต่อ GDP ไตรมาส 3 ปี 2567 ปรับลดลงจากไตรมาสก่อน จากสินเชื่อภาคครัวเรือนที่ขยายตัวชะลอลง

ขณะที่ภาคธุรกิจมีสัดส่วนหนี้สินต่อ GDP ปรับลดลงตามการหดตัวของสินเชื่อและตราสารหนี้ ด้านความสามารถในการทำกำไรโดยรวมลดลงจากระยะเดียวกันปีก่อน โดยเฉพาะภาคการผลิต แม้จะมีปัจจัยสนับสนุนจากภาคการท่องเที่ยว

นางสาวชญาวดี ชัยอนันต์ ผู้ช่วยผู้ว่าการ ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) เผยว่า สัปดาห์ที่แล้ว ธปท.ได้เชิญสมาคมและตัวแทนผู้ประกอบการในธุรกิจอสังหาริมทรัพย์และก่อสร้าง รวมถึงธนาคารพาณิชย์ ร่วมแลกเปลี่ยนมุมมองต่อภาวะและแนวโน้มของธุรกิจ รับฟังความกังวลต่อปัจจัยเสี่ยงต่างๆ รวมถึงการปรับตัวเพื่อรองรับความท้าทายและโอกาสในการดำเนินธุรกิจในหลาย ๆ มิติ โดยธปท.จะนำข้อมูลที่ได้จากการประชุมประกอบการพิจารณาดำเนินนโยบายให้เหมาะสมต่อสภาพเศรษฐกิจและการเงิน

โดยภาคอสังหาริมทรัพย์ได้ขอให้ธปท.พิจารณาเกณฑ์อัตราส่วนเงินให้สินเชื่อต่อมูลค่าหลักประกัน ( Loan to Value หรือ LTV) เพราะยอดขายอสังหาฯ ยังไม่ฟื้นตัว ซึ่งธปท.ก็เห็นข้อมูลนี้ แต่การพิจารณาผ่อนคลาย LTV จะกระตุ้นอสังหาได้จริงหรือไม่ ต้องหารือร่วมกันหลายภาคส่วน ส่วนจะเห็นการปรับ LTV ภายในครึ่งปีแรกของปี 2568 หรือไม่ยังตอบไม่ได้

“เรื่องLTV ต้องมีการหารือร่วมกันก่อน ซึ่งตอนนี้เห็นว่าแบงก์ปล่อยกู้ได้น้อยลงเพราะเสี่ยงสูง การจะใช้LTV มาช่วย ก็ต้องพิจารณาอย่างละเอียด โดยเฉพาะบ้านหลังที่ 2 หลังที่ 3 ส่วนจุดยืนธปท.จะดูสถานการณ์ที่เหมาะสม และต้องมีประโยชน์ได้จริง”

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ วงการธนาคาร ทั้งหมด ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...