โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

SMEs-การเกษตร

น้ำหมักชีวภาพ วัตถุดิบใกล้บ้าน หาง่าย ราคาถูก ลดต้นทุนการปลูกลำไยถึง 20 เปอร์เซ็นต์

เทคโนโลยีชาวบ้าน

อัพเดต 08 ก.ค. 2565 เวลา 08.22 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2565 เวลา 04.00 น.

คุณประสิทธิ์ รัตนพรหม เลขที่ 1 หมู่ที่ 3 ตำบลเหล่ายาว อำเภอบ้านโฮ่ง จังหวัดลำพูน อดีตวิศวกร ผันตัวมาเป็นชาวสวนลำไยโดยการใช้น้ำหมักอินทรีย์บำรุงลำไย จากวัตถุดิบใกล้บ้าน หาง่าย ราคาถูก ต้นทุนถูกลงกว่าการใช้ปุ๋ยเคมี 20 เปอร์เซ็นต์ ใช้ต่อเนื่องสภาพใบและต้นลำไยดีขึ้นเห็นผลอย่างชัดเจน ที่สำคัญยังหารายได้จากการขายน้ำหมักอินทรีย์ได้อีกด้วย

คุณประสิทธิ์ เล่าว่า ก่อนจะมายึดอาชีพเป็นชาวสวนลำไยอย่างเต็มตัวนั้น ตนเป็นวิศวกรในนิคมอุตสาหกรรมจังหวัดลำพูน ประสพกับช่วง 13 ปีที่แล้ว ภรรยาท้องลูกแฝด 3 คน ตนจึงต้องเสียสละลาออกจากงานเพื่อมาดูแลลูก อีกทั้งครอบครัวพ่อแม่ของตนก็มีอาชีพเป็นชาวสวนลำไยอยู่แล้ว ประกอบกับราคาลำไยช่วงนั้นค่อนข้างดี จึงหันมาเป็นชาวสวนลำไยอย่างเต็มตัว ปัจจุบันมีสวนลำไยอยู่ที่ 120 ไร่ มีต้นลำไย 1,400 ต้น

สาเหตุที่หันมาใช้น้ำหมักอินทรีย์บำรุงต้นลำไย คุณประสิทธิ์บอกว่า เมื่อประมาณ 5 ปีก่อน การทำลำไยให้มีคุณภาพที่สูงขึ้นจำเป็นต้องใช้สารเคมีสูง ส่งผลให้ต้นทุนการผลิตลำไยนั้นสูงขึ้นตาม และพบว่าดินของลำไยมีปริมาณธาตุอาหารหลายๆ ตัวเกินสมดุล จึงมองหาความรู้ศึกษาแนวทางการปรับปรุงสภาพดิน นั่นคือการนำฮอร์โมนไข่, น้ำหมักจากปลาทะเล เข้ามาช่วยแก้ไขปรับปรุงสภาพดินให้ดีขึ้น

โชคดีที่รอบๆ สวนลำไยของตนค่อนข้างที่จะมีวัตถุดิบหลักที่ทำน้ำหมักทั้งสองตัวครบ ไม่ว่าจะเป็นน้ำนมตกเกรดเหลือทิ้งจากฟาร์ม ไข่ไก่ที่ขายไม่ได้ช่วงปิดเทอมโรงเรียนจากฟาร์มใกล้บ้าน ประกอบกับมีคนรู้จักที่ทำธุรกิจอาหารสัตว์ ทำให้มีปลาทะเลมาหมักได้ตลอดทั้งปี วัตถุดิบทั้งหมดที่ได้มาราคาไม่แพง นั่นคือข้อได้เปรียบที่หันมาทำน้ำหมักอินทรีย์มากกว่าการใช้ปุ๋ยเคมี

การทำฮอร์โมนไข่

การทำฮอร์โมนไข่ คุณประสิทธิ์อธิบายว่า จะใช้สัดส่วนถังสีฟ้า 200 ลิตร ไข่ไก่ 30 กิโลกรัม กากน้ำตาล 30 กิโลกรัม นมสด 120 ลิตร ผง พด.2 1 ซอง นมเปรี้ยวขวดใหญ่ 1 ขวด น้ำเปล่า 5 ลิตร เมื่อเตรียมวัตถุดิบเรียบร้อย ให้นำน้ำตาลใส่ในถัง 200 ลิตร จากนั้นให้ใส่ไข่ไก่ลงไป โดยจะมีเทคนิคเล็กๆ นั่นคือการทุบไข่พอให้ไข่แดงแตก แล้วนำเปลือกใส่ในถุงตาข่าย หย่อนลงไปทั้งหมด นำผง พด.2 มาละลายน้ำ 5 ลิตร แล้วค่อยเติมลงไปในถัง เติมนมเปรี้ยวและนมสดเป็นส่วนผสมสุดท้าย หลังจากนั้นปิดฝานำพลาสติกคลุมพร้อมใช้ยางรัดปากถังให้แน่น เก็บในที่ร่ม น้ำเข้าไม่ถึง ใช้เวลากระบวนการหมักประมาณ 2 สัปดาห์ ก็สามารถนำมาใช้พ่นทางใบได้แล้ว

คุณประสิทธิ์ เล่าหลักการนำน้ำหมักไปใช้พ่นทางใบว่า จะใช้ถังพ่น 200 ลิตร จะใช้ฮอร์โมนไข่ 300-500 ซีซี โดยสามารถใช้ร่วมกับปุ๋ยเกล็ด ฮอร์โมนธาตุอาหารเสริมได้ ผสมพร้อมกับน้ำในการฉีดพ่นทางใบลำไย ฮอร์โมนไข่จะใช้พ่นได้ 2 ช่วง นั่นคือช่วงระยะที่เมล็ดลำไยเล็กๆ เป็นสีขาว และช่วงที่เมล็ดลำไยเป็นสีดำหรือน้ำตาล สามารถพ่นได้ 1-2 ครั้ง

ข้อดี ข้อเสีย

ข้อดี คือ 1. เรื่องต้นทุนที่ถูกลง 2. สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลายมากขึ้น 3. มีความปลอดภัยต่อต้นลำไยต่อชาวสวนมากขึ้น

ข้อเสีย คือ 1. ความรวดเร็วในการดูดซึม เช่น การทำดอกของผลไม้ จะมีสภาวะการแข่งขันกับใบ หมายความว่าหากพ่นปุ๋ยช้าไป หรือให้ฮอร์โมนช้าไป แทนที่จะได้ดอกลำไยกลับได้ใบลำไยแทน การใช้อินทรีย์ในช่วงนี้ค่อนข้างจะมีความเสี่ยง จำเป็นต้องเปลี่ยนมาใช้เคมีสัก 1 ครั้ง 2. ความสะดวกของสถานที่ในการหมัก

ข้อควรระวัง

  • หากอยู่ระหว่างกระบวนการหมักแล้วมีน้ำเข้าไปในถังจะทำให้เกิดกลิ่นเหม็น
  • การทำน้ำหมักต้องใช้กากน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ ดังนั้น อาจทำให้เกิดเชื้อราได้ง่าย จึงต้องระวังที่จะพ่นในช่วงการขยายขนาดผลลำไย แนะนำว่าหากไม่อยากใช้กากน้ำตาลเป็นส่วนประกอบ สามารถเปลี่ยนมาใช้น้ำตาลทางด่วนหมักแทนกากน้ำตาล ราคาก็จะแพงขึ้นมากหน่อย แต่ตัดปัญหาเรื่องของกากน้ำตาลเป็นเหตุของเชื้อราได้

น้ำหมักปลาทะเล

การทำน้ำหมักปลาทะเล คุณประสิทธิ์อธิบายว่า จะใช้สัดส่วนถังสีฟ้า 200 ลิตร ปลาทะเล 30 กิโลกรัม กากน้ำตาล 30 กิโลกรัม ผง พด.2 1 ซอง นี่คือวัตถุดิบหลัก หากชาวสวนลำไยท่านไหนมีน้ำหมักชีวภาพ EM หรือเปลือกสับปะรดใส่ลงไปได้ยิ่งดี เพราะระยะการหมักแรกๆ น้ำหมักจะมีกลิ่นเหมือนปลาร้า อาจส่งกลิ่นรบกวนเพื่อนบ้านได้ หากใช้น้ำหมักชีวภาพ EM จะช่วยลดปัญหาเรื่องกลิ่นได้ดีขึ้น การใส่สับปะรดลงไปจะทำให้ส่วนผสมย่อยสลายได้ง่ายขึ้น เมื่อเตรียมวัตถุดิบเรียบร้อยให้นำส่วนผสมข้างต้นลงไปในถังทั้งหมด จากนั้นเติมน้ำลงไปในถังให้เหลือปริมาณจากปากถัง 1 คืบ ไม่ต้องปิดฝา

ช่วงสัปดาห์แรกต้องคนส่วนผสมให้เข้ากันวันละครั้ง เมื่อหมักผ่านไประยะเวลา 2 สัปดาห์ ให้ปิดฝาไม่ให้อากาศเข้าป้องกันกลิ่นรบกวนเพื่อนบ้าน ห้ามให้น้ำไหลเข้าไปในถังกรณีที่ฝนตก เมื่อหมักครบ 2 เดือน ส่วนผสมจะย่อยสลายเหลือแค่ก้าง สามารถนำก้างและน้ำหมักมาใช้งานราดทางดิน เพื่อปรับปรุงสภาพดินและฟื้นฟูระบบรากดินได้ และหมักต่อไปอีก 1 เดือน ก็สามารถนำมาพ่นทางใบทดแทนอะมิโนที่จะต้องไปซื้อตามร้านเคมีเกษตรได้ หลักการนำน้ำหมักไปใช้พ่นทางใบ คือใช้น้ำ 200 ลิตร น้ำหมักปลาทะเล 300-500 ซีซี ผสมกันแล้วฉีดพ่นทางใบในช่วงบำรุงใบ สามารถใช้สลับช่วงกับฮอร์โมนไข่ได้

ข้อดี ข้อเสีย

ข้อดี คือ 1. เรื่องต้นทุนที่ถูกลง อะมิโนทำใบขายตามร้านค้า 1 ลิตร เฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 150-300 บาท พ่น 1 ครั้ง จะมีต้นทุนอยู่ที่ประมาณ 50 บาท หากใช้น้ำหมักปลา ต้นทุนต่อครั้งจะอยู่ที่ 10 บาท 2. สามารถใช้งานได้อย่างหลากหลายมากขึ้น 3. มีความปลอดภัยต่อต้นลำไยและชาวสวนมากขึ้น

ข้อเสีย คือ 1. สภาพต้นจะอยู่ที่ 80 เปอร์เซ็นต์ หากเทียบกับต้นลำไยที่ใช้สารเคมี 100 เปอร์เซ็นต์ 2. ใช้ช่วงขยายขนาดผลลำไยอาจเกิดเชื้อราได้จากส่วนผสมกากน้ำตาล 3. มีกลิ่นเหม็นเหมือนปลาร้า อาจรบกวนเพื่อนบ้านเรื่องกลิ่น

ฝากถึงชาวสวนลำไย

คุณประสิทธิ์ฝากถึงชาวสวนลำไยว่า การทำลำไยไม่ให้ขาดทุนต้องประเมินให้ได้ อย่างช่วงระยะทำดอกเสร็จ จะต้องประมาณการให้ออกว่าลำไยที่ติดผลมันคุ้มกับต้นทุนที่เราจะลงทุนไปไหม ยกตัวอย่าง ถ้าลำไยติดลูกน้อยเกินไป ตนแนะนำให้ตัดทิ้งเลย ไม่อยากให้ดันทุรังทำลำไยต่อ ถ้าน้ำหนักที่ได้มันหารต่อต้นทุนที่จะลงไปไม่คุ้ม ให้ตัดทิ้งแล้วทำใหม่และเน้นบำรุงต้นลำไยจากอินทรีย์

ติดต่อเพิ่มเติมได้ทาง เพจเกษตร สนุก ต้นทุนต่ำ เบอร์โทร. 098-294-7894

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรก เมื่อวันอาทิตย์ที่ 23 มกราคม พ.ศ.2565

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...