โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กยศ. เผยปี 67 ยอดกู้ยืมแตะ 5 หมื่นล้านบาท มากสุดในประวัติศาสตร์ ผลพวงภาวะเศรษฐกิจ-ดอกเบี้ยต่ำ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 06 ก.ย 2567 เวลา 16.47 น. • เผยแพร่ 06 ก.ย 2567 เวลา 09.47 น.

กยศ.เผยปี 67 ยอดกู้ยืมแตะ 5 หมื่นล้านบาท มากสุดในประวัติศาสตร์ ผู้กู้เกือบ 8 แสนคน ผลพวงภาวะเศรษฐกิจ-ดอกเบี้ยต่ำที่ทำให้คนมากู้ยืมเงิน กยศ.มากขึ้น

วันที่ 6 กันยายน 2567 นายชัยณรงค์ กัจฉปานันท์ ผู้จัดการกองทุนเงินให้กู้ยืมเพื่อการศึกษา (กยศ.) เปิดเผยว่า คณะกรรมการกองทุนฯ ได้มีมติอนุมัติขยายกรอบการให้กู้ยืมในปีการศึกษา 2567 ส่งผลให้นักเรียน-นักศึกษาผู้กู้ยืม ได้รับโอกาสทางการศึกษาเพิ่มขึ้นอีก 68,000 คน เป็น 837,009 คน จากเดิม 769,009 คน

พร้อมปรับวงเงินให้กู้ยืมเพิ่มขึ้นเป็น 51,278 ล้านบาท จากเดิม 48,344 ล้านบาท เพื่อเป็นการช่วยเหลือค่าใช้จ่ายในการศึกษาของนักเรียน นักศึกษา และผู้ปกครอง

"ในปีการศึกษา 2567 มียอดกู้ยืมถึง 5 หมื่นล้านบาท ถือว่ามากสุดในประวัติศาสตร์นับตั้งแต่ที่ก่อตั้งกยศ. โดยเป็นการให้กู้ผ่านสถาบันการศึกษากว่า 4,400 แห่ง คิดเป็นผู้กู้เกือบ 8 แสนคน ซึ่งอาจมีสาเหตุมาจากหลายปัจจัย เช่น ภาวะเศรษฐกิจ และอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำ ก็อาจเป็นสาเหตุหนึ่งที่ทำให้คนมากู้ยืมเงินกยศ.มากขึ้น" นายชัยณรงค์ กล่าว

สำหรับความคืบหน้าในการปรับโครงสร้างหนี้เพื่อช่วยเหลือผู้กู้ยืมนั้น กยศ. ได้ขยายระยะเวลาผ่อนชำระหนี้อีก 15 ปี ปลดภาระผู้ค้ำประกันทันที และให้ส่วนลดเบี้ยปรับที่ตั้งพักไว้ทั้งหมด 100% หลังจากชำระหนี้เสร็จสิ้น

ซึ่งกยศ.ได้ทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้ทั้งในกรุงเทพฯ และจังหวัดต่างๆ ทั่วประเทศ ตั้งแต่เดือนก.พ.-ก.ย.67 มีผู้กู้ยืมเงินเข้าทำสัญญาปรับโครงสร้างหนี้แล้วกว่า 168,000 คน จากจำนวนผู้กู้ยืมที่เข้าข่ายต้องปรับโครงสร้างหนี้ประมาณ 2 ล้านคน

ผู้จัดการ กยศ. กล่าวด้วยว่า หลังจากนี้กยศ.จะประสานความร่วมมือกับกระทรวงยุติธรรม เพื่อดำเนินการออกไปปรับโครงสร้างหนี้ตามสถานที่ราชการของแต่ละจังหวัด เพื่อให้ลูกหนี้กยศ. สามารถเข้ามาปรับโครงสร้างหนี้ได้สะดวกมากขึ้น รวมถึงการประชาสัมพันธ์และสร้างความเข้าใจที่ถูกต้องเพื่อให้ลูกหนี้เข้ามาปรับโครงสร้างหนี้กันมากขึ้น

"เราจะเดินสายปรับโครงสร้างหนี้ทั่วประเทศ ตอนนี้ปรับไปแล้วเกือบ 1.7 แสนราย ช่วยเกิดผลหลายประการ คือ 1.ผู้กู้สามารถขยายเวลาผ่อนชำระ จากเดิมไปได้อีก 15 ปี เบี้ยปรับจะถูกพักไว้ทั้งหมด

และเมื่อผ่อนครบ 15 ปี จะยกเบี้ยปรับให้ทั้งหมด โดยมีโอกาสผิดนัดชำระได้ 6 งวด และผู้ค้ำประกันจะหลุดพ้นจากความรับผิดทั้งหมด ใครที่เคยถูกฟ้อง ถูกบังคับคดีไว้ เมื่อส่งปรับโครงสร้างหนี้แล้ว จะมีผลตามกฎหมายให้การค้ำประกันสิ้นสุดลง ผู้ค้ำประกันจะได้รับการไถ่ถอนการบังคับคดีทุกอย่าง

ที่สำคัญ คือ ทุกคนที่เคยผิดนัดชำระหนี้ จะกลับเป็นหนี้ปกติ และผู้กู้ที่เคยถูกฟ้อง ก็จะสามารถกลับมากู้ได้ทุกคน ดอกเบี้ยคิด 1% เบี้ยปรับคิด 0.5% และคิดบนเงินต้นที่ผิดนัดชำระหนี้เท่านั้น จะไม่มีการทำอะไรที่เกินกว่ากฎหมายกำหนด หรือผิดกฎหมายอย่างแน่นอน"

ผู้จัดการ กยศ. ระบุ ปัจจุบันกยศ. ได้ให้เงินกู้ยืมแก่นักเรียน นักศึกษา ไปแล้วรวมทั้งสิ้นประมาณ 7 ล้านราย คิดเป็นวงเงินให้กู้ราว 7-8 แสนล้านบาท ซึ่งในจำนวนนี้ มีลูกหนี้ที่ปิดบัญชีไปแล้วประมาณ 2 ล้านคน ขณะที่ประมาณ 4.5 ล้านคน ส่วนหนึ่งเป็นผู้ที่ยังอยู่ระหว่างศึกษา และอีกส่วนเป็นผู้ที่อยู่ระหว่างชำระหนี้ ซึ่งลูกหนี้บางคนสามารถชำระหนี้ได้ตามปกติอยู่แล้ว จึงไม่มีความจำเป็นต้องเข้ามาปรับโครงสร้างหนี้

นายชัยณรงค์ กล่าวถึงการคำนวณยอดหนี้ใหม่ (ตามกฎหมายฉบับใหม่) ว่ากยศ. ได้ดำเนินการเสร็จเรียบร้อยแล้ว ผู้กู้สามารถเข้าไปตรวจสอบได้จากเว็บไซต์ของกยศ. ซึ่งการคำนวณยอดหนี้ใหม่นี้ จะนำเงินต้นที่ถึงกำหนดชำระมาตัดชำระหนี้ก่อน จากนั้นค่อยตัดดอกเบี้ย และเบี้ยปรับตามลำดับ ซึ่งทำให้ลูกหนี้กยศ.หลายคนมีภาระหนี้ที่ลดลง

ขณะที่ภาพรวมการรับชำระหนี้ในปี 67กยศ. ได้รับชำระเงินคืนแล้ว 23,359 ล้านบาท (ข้อมูล ณ วันที่ 31 ส.ค.67)

นายชัยณรงค์ กล่าวด้วยว่า ในปี 68กยศ. ได้รับงบประมาณจากรัฐบาลประมาณ 3,000 ล้านบาท จากที่เสนอขอไปในระดับหมื่นล้านบาท และมีการแปรญัตติในรอบ 2 เหลือ 9,000 ล้านบาท แต่ทั้งนี้ ขอให้ผู้กู้ไม่ต้องกังวลว่ากยศ.จะมีเงินไม่เพียงพอที่จะนำมาปล่อยกู้ โดยกยศ.ยังมีเงินหมุนเวียนที่เกิดจากการทยอยรับชำระหนี้คืนในแต่ละปี ซึ่งไม่ใช่ว่ารัฐบาลตัดงบประมาณแล้วกยศ.จะไม่สามารถอยู่ได้

"ปี 68 เราได้รับงบแล้ว ประมาณ 3,000 ล้านบาท จากเดิมที่เสนอของบไปหมื่นล้านบาท และมีการแปรญัตติในรอบสอง เหลือ 9,000 ล้านบาท และได้รับกลับมา 3,000 ล้านบาท ถ้าจำเป็นจริง ๆ รัฐบาลจะไม่ปล่อยให้ใครไม่มีเงินเรียน ไม่ต้องกังวล เรามีเงินพร้อมดำเนินการ…เราดูร่วมกับสำนักงบประมาณ ไม่ใช่ว่ารัฐบาลตัดงบแล้ว เราจะไม่สามารถอยู่ได้"ผู้จัดการ กยศ. ระบุ

📌 อ่านข่าว เศรษฐกิจทั่วไทย ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...