ธพ. เดินหน้าบังคับใช้กฎหมาย ลงดาบผู้ค้าน้ำมันไม่ส่งข้อมูลตามคำสั่งนายกฯ
วันนี้ (24 มี.ค.2569) นายสราวุธ แก้วตาทิพย์ อธิบดีกรมธุรกิจพลังงาน (ธพ.) เปิดเผยว่า ในภาวะปกติช่วงเดือนม.ค.2569 ประเทศไทยผลิตน้ำมันดีเซลได้ประมาณ 76 ล้านลิตรต่อวัน ขณะที่มีการใช้อยู่ที่ประมาณ 67 ล้านลิตรต่อวัน ทำให้มีส่วนเกินสำหรับสำรองเก็บไว้ แต่ปัจจุบันในช่วงสถานการณ์สู้รบในภูมิภาคตะวันออกกลางช่วงเดือนมี.ค. แม้จะเพิ่มกำลังการผลิตเป็นประมาณ 80 ล้านลิตรต่อวัน แต่ความต้องการใช้เพิ่มขึ้นเป็นเฉลี่ย 84 ล้านลิตรต่อวัน และบางวันสูงกว่า 100 ล้านลิตรต่อวัน ส่งผลให้ต้องนำสต็อกน้ำมันที่มีอยู่ออกมาใช้เพื่อรองรับความต้องการที่เพิ่มขึ้น
สถานการณ์ปัจจุบันการจัดหาน้ำมันดิบ ยังสามารถดำเนินการได้เพียงพอต่อความต้องการของโรงกลั่น เพื่อผลิตเป็นน้ำมันสำเร็จรูป โดยกระจายแหล่งนำเข้าจากแหล่งอื่น ๆ และเปลี่ยนเส้นทางการขนส่ง แต่ในด้านความต้องการใช้น้ำมันสำเร็จรูป พบว่าเพิ่มสูงขึ้นมากอย่างผิดปกติ ส่งผลกระทบต่อระบบขนส่งและการกระจายน้ำมันไปยังสถานีบริการ ทำให้หลายพื้นที่เกิดภาวะน้ำมันขาดช่วง
รัฐบาลจึงมีคำสั่งยกเลิกเงื่อนไขการสำรองน้ำมัน น้ำมันสำเร็จรูปที่เดิมจะทยอยเพิ่มเป็น 1.5% ภายในวันที่ 31 มี.ค. และ 3% ภายในวันที่ 30 เม.ย. และให้คงระดับสำรองไว้ที่ 1% เพื่อให้มีน้ำมันออกมาสู่ระบบให้มากพออย่างทั่วถึงโดยเร็วที่สุด ลดผลกระทบต่อประชาชน
นายสราวุธ กล่าวต่อว่า เพื่อให้ระบบการการบริหารจัดการน้ำมันมีความโปร่งใส ป้องกันการกักตุน รัฐบาลมีคำสั่งให้ผู้ค้าน้ำมันตามมาตรา 7 และมาตรา 10 ต้องติดประกาศราคาจำหน่ายน้ำมันเชื้อเพลิงหน้าสถานประกอบการ โดยต้องรายงานข้อมูลการค้าให้ ธพ. ทราบทุกวันภายในเวลา 18.00 น. ซึ่งหากผู้ค้าไม่ดำเนินการตามคำสั่งถือว่ามีความผิดและจะถูกดำเนินคดีตามกฎหมายต่อไป
นอกจากนี้ ออกมาตราการห้ามสถานีบริการน้ำมัน ปฏิเสธการจำหน่ายน้ำมันแก่กลุ่มภารกิจจำเป็นและฉุกเฉิน อาทิ รถพยาบาล รถดับเพลิง รถหน่วยงานราชการ รวมถึงกลุ่มเกษตรกรและผู้ประกอบอาชีพที่จำเป็น เพื่อให้กลไกพื้นฐานของประเทศดำเนินต่อไปได้
อย.ออก 2 มาตรการด่วน รับมือวิกฤตต้นทุนพุ่ง-ป้องกันยาขาดตลาด
ตะวันออกกลางยังตึงเครียด เตือนแรงงานไทย เฝ้าติดตามข่าวใกล้ชิด
โฆษกกองทัพบก ยอมรับ "ทหารกัมพูชา" ประชิด "ปราสาทตาควาย"