โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เสียงเตือนจากธนาคารโลก.!

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 09 เม.ย. เวลา 12.21 น. • เผยแพร่ 09 เม.ย. เวลา 23.30 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

รายงานจากธนาคารโลก (World Bank)ล่าสุด เปรียบเสมือนสัญญาณเตือนภัยทางเศรษฐกิจ ทั่วภูมิภาคเอเชียตะวันออกและแปซิฟิก (EAP) ช่วงต้นปี 2569 เมื่อตัวเลขคาดการณ์การเติบโตถูกปรับลดลงอย่างมีนัยสำคัญ จากเคยคาดหวังความคึกคักที่ 5% ในปี 2568 กลับต้องเผชิญกับสภาวะชะลอตัวเหลือเพียง 4.2% ปรากฏการณ์นี้ไม่ใช่เรื่องบังเอิญ แต่เป็นผลพวงจาก “มรสุมสมบูรณ์แบบ” ที่พัดถล่มจากหลายทิศทาง

หัวใจสำคัญของปัญหาที่ธนาคารโลกเน้นย้ำคือ “ภูมิรัฐศาสตร์” โดยเฉพาะวิกฤตการณ์ตะวันออกกลาง ยังคงยืดเยื้อและทวีความรุนแรงขึ้นอย่างต่อเนื่อง ผลกระทบที่ชัดเจนสุดคือราคาพลังงานที่พุ่งสูงขึ้น เปรียบเสมือนภาษีทางอ้อมที่ซ้ำเติมทั้งภาคการผลิต และผู้บริโภคหากสถานการณ์เลวร้ายจนราคาพลังงานดีดตัวขึ้นถึง 50% รายได้ที่แท้จริงของครัวเรือน ในภูมิภาคอาจหายไปทันที 3-4% ฉุดกำลังซื้อภายในประเทศให้ดิ่งลงอย่างรวดเร็ว

ซ้ำร้ายกว่านั้น “มาตรการกีดกันทางการค้า” ที่พุ่งสูงขึ้นทั่วโลก ยังกลายเป็นกำแพงขวางกั้น การส่งออกที่เป็นเครื่องยนต์หลักของเศรษฐกิจเอเชีย ความผันผวนของนโยบายโลก ทำให้เหล่านักลงทุนเกิดความไม่มั่นใจ และเลือกที่จะชะลอการตัดสินใจลงทุนออกไปก่อน ส่งผลให้เม็ดเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจลดน้อยลงอย่างเห็นได้ชัด

“จีน” ในฐานะพี่ใหญ่ของภูมิภาค กำลังเผชิญมรสุมภายในที่หนักหน่วงไม่แพ้กัน การเติบโตที่คาดว่าจะลดลงเหลือ 4.2% ในปี 2026 สะท้อนถึงบาดแผลลึกภาคอสังหาริมทรัพย์ ที่ยังรักษาไม่หายและอุปสงค์ ภายในประเทศที่ยังซบเซา

เมื่อจีนซึ่งเป็น “โรงงานของโลก” และ “ตลาดขนาดใหญ่” เริ่มขยับตัวช้าลง ประเทศเพื่อนบ้านในอาเซียน ที่พึ่งพาการส่งออกวัตถุดิบและสินค้าขั้นกลางไปยังจีน ย่อมได้รับผลกระทบอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ตามหลัก “โดมิโนทางเศรษฐกิจ”

ท่ามกลางข่าวร้าย..รายงานยังชี้ให้เห็นถึงจุดแข็งที่น่าจับตามอง นั่นคืออุตสาหกรรมที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) โดยเฉพาะไทย มาเลเซีย และเวียดนาม..!!

ประเทศเหล่านี้เริ่มเห็นการขยายตัวของการลงทุนศูนย์ข้อมูลและโครงสร้างพื้นฐาน AI ซึ่งอาจเป็นกุญแจสำคัญในการยกระดับผลิตภาพ (Productivity) ระยะยาว

อย่างไรก็ตามความกังวลที่ “ช่องว่างทางทักษะ” เนื่องจากปัจจุบันบริษัทที่นำ AI มาใช้ในไทยและจีน ยังมีสัดส่วน ที่ต่ำมาก เมื่อเทียบกับประเทศอุตสาหกรรมชั้นนำ

“ธนาคารโลก” มีการเสนอแนะแนวทางชัดเจนคือการใช้ “มาตรการช่วยเหลือแบบเจาะจง”เพื่อพยุงกลุ่มเปราะบางและ SMEs โดยไม่ให้กระทบต่อวินัยทางการคลังมากเกินไป

ขณะเดียวกันการปฏิรูปเชิงโครงสร้าง ที่เคยหยุดชะงักไปจะต้องถูกนำกลับมาปัดฝุ่นใหม่ ทั้งการปรับปรุงระบบการศึกษา การสร้างโครงสร้างพื้นฐานดิจิทัลที่ทันสมัยและการเปิดเสรีภาคบริการ เพื่อดึงดูดเม็ดเงินลงทุน ที่มีคุณภาพจากต่างชาติ

บทสรุปของสถานการณ์ปี 2026 นี้ คือการเตือนให้ทุกภาคส่วนตระหนักว่า ความยืดหยุ่นในอดีตไม่ใช่เครื่องรับประกันความสำเร็จในอนาคตประเทศที่สามารถปรับตัวเข้ากับยุคดิจิทัล และบริหารจัดการความเสี่ยงจากความขัดแย้งระดับโลกได้ดีที่สุดเท่านั้น ที่จะสามารถผ่านพ้นมรสุมภูมิรัฐศาสตร์ครั้งนี้ไปได้อย่างมั่นคงและกลับมาเติบโตอย่างแข็งแกร่งได้อีกครั้งในปี 2027 ตามที่คาดการณ์ไว้..!!

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...