“พบชัย” ชี้ SET รีบาวด์ ชู 3 ธีมหุ้นเด่น Domestic-Summer-Earnings Play
นายพบชัย ภัทราวิชญ์ นักกลยุทธ์ตลาดหุ้นและตลาดอนุพันธ์ สายงานวิจัย บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด (มหาชน) ในกลุ่ม SCB เปิดเผยผ่านรายการ “ข่าวหุ้นเจาะตลาด” โดยประเมินทิศทางตลาดหุ้นไทยวันนี้ (27 เม.ย. 2569) ว่า ดัชนีตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย หรือ SET Index มีโอกาสเห็นแรงรีบาวด์ หลังจากสัปดาห์ที่ผ่านมา SET Index ปรับตัวลงจากแรงกดดันเฉพาะตัวของหุ้นขนาดใหญ่หลายหลักทรัพย์ ซึ่งส่วนหนึ่งสะท้อนปัจจัยลบผ่านราคาหุ้นไปพอสมควรแล้ว
อย่างไรก็ตาม การฟื้นตัวของตลาดหุ้นไทยในระยะสั้นอาจยังเป็นไปอย่างจำกัด เนื่องจากสัปดาห์นี้มีวันทำการซื้อขายเพียง 4 วัน และต่อเนื่องไปถึงช่วงวันหยุดยาวในสัปดาห์หน้า ส่งผลให้มูลค่าการซื้อขายมีแนวโน้มเบาบางลง
โดยประเมินกรอบการเคลื่อนไหวของ SET Index สัปดาห์นี้ มีแนวต้านบริเวณ 1,480-1,490 จุด และแนวรับบริเวณ 1,445-1,435 จุด ขณะที่แนวโน้มตลาดหุ้นไทยวันนี้คาดว่ามีโอกาสฟื้นตัวจากแรงซื้อกลับระยะสั้น
สำหรับปัจจัยในประเทศที่ต้องติดตาม ได้แก่ การประชุมคณะรัฐมนตรีเศรษฐกิจนัดแรกในวันนี้ ซึ่งอาจมีการพิจารณามาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจต่าง ๆ ก่อนเสนอเข้าสู่ที่ประชุมคณะรัฐมนตรีชุดใหญ่ในวันถัดไป โดยประเด็นที่ตลาดจับตา ได้แก่ โครงการคนละครึ่ง Plus, โครงการ Land Bridge รวมถึงการพิจารณาค่าไฟฟ้าสำหรับงวดเดือนพฤษภาคม-สิงหาคม 2569 ว่าจะมีมาตรการช่วยเหลือกลุ่มเปราะบางหรือภาคส่วนที่ได้รับผลกระทบอย่างไร
ขณะเดียวกัน นักลงทุนยังต้องติดตามการประกาศผลประกอบการของบริษัทจดทะเบียนในกลุ่ม Real Sector โดยสัปดาห์นี้มีหุ้นขนาดใหญ่ทยอยประกาศงบการเงิน ได้แก่ บริษัท เดลต้า อีเลคโทรนิคส์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) หรือ DELTA ซึ่งคาดว่าจะประกาศผลประกอบการวันนี้, บริษัท ปูนซิเมนต์ไทย จำกัด (มหาชน) หรือ SCC คาดประกาศในวันพุธ และบริษัท ปตท.สำรวจและผลิตปิโตรเลียม จำกัด (มหาชน) หรือ PTTEP คาดประกาศในวันพฤหัสบดี
ทั้งนี้ ตลาดคาดว่าผลประกอบการของ DELTA มีแนวโน้มออกมาดี ขณะที่ PTTEP อาจอ่อนตัวลงทั้งเมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีก่อนและไตรมาสก่อนหน้า จึงต้องติดตามว่าผลประกอบการที่ประกาศออกมาจะเป็นปัจจัยหนุนราคาหุ้น หรือเกิดแรงขายทำกำไรหลังรับรู้ข่าวไปแล้ว
ด้านปัจจัยมหภาคในประเทศ ตลาดยังให้ความสำคัญกับการประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน หรือ กนง. ในวันพุธนี้ โดยคาดว่าจะมีมติคงอัตราดอกเบี้ยนโยบาย ขณะที่ต่างประเทศยังมีการประชุมธนาคารกลางขนาดใหญ่หลายแห่ง ทั้งธนาคารกลางสหรัฐฯ ธนาคารกลางญี่ปุ่น ธนาคารกลางยุโรป และธนาคารกลางอังกฤษ ทำให้สัปดาห์นี้ยังเป็นช่วงที่ตลาดต้องติดตามทิศทางนโยบายการเงินโลกอย่างใกล้ชิด
ส่วนประเด็นต่างประเทศ นักวิเคราะห์ระบุว่า สถานการณ์การเจรจาระหว่างสหรัฐฯ และอิหร่านยังไม่มีความชัดเจน หลังการเดินทางของตัวแทนเพื่อเจรจาผ่านปากีสถานยังไม่เกิดขึ้นตามที่ตลาดคาดหวัง แม้อาจมีการส่งข้อเสนอหรือแผนเจรจาผ่านช่องทางเบื้องหลัง แต่ความตึงเครียดบริเวณช่องแคบฮอร์มุซยังเป็นประเด็นที่ต้องติดตาม โดยเฉพาะข่าวการตรวจยึดเรือที่เดินทางผ่านพื้นที่ดังกล่าว ซึ่งอาจส่งผลต่อความเสี่ยงด้านพลังงานและบรรยากาศการลงทุนโลก
สำหรับ DELTA ซึ่งราคาหุ้นปรับตัวลงแรงในสัปดาห์ที่ผ่านมา นักวิเคราะห์มองว่า ปัจจัยกดดันส่วนหนึ่งมาจากประเด็น Cash Balance และความกังวลเกี่ยวกับการปรับน้ำหนักหรือการคำนวณดัชนีของ MSCI ขณะที่ประเด็นผลประกอบการที่คาดว่าจะออกมาดีอาจสะท้อนในราคาหุ้นไปบางส่วนแล้ว หากงบออกมาตามคาด หุ้นอาจมีแรงรีบาวด์ระยะสั้น แต่ยังไม่น่าฟื้นกลับไปเท่าระดับก่อนหน้าที่ปรับลงมา ขณะที่หากผลประกอบการต่ำกว่าคาด อาจเผชิญแรงขายเพิ่มเติม จึงแนะนำให้นักลงทุนใช้ความระมัดระวังในการเก็งกำไร
ด้านกลยุทธ์การลงทุนในช่วงนี้ แนะนำเน้นหุ้นอิงปัจจัยในประเทศ หรือ Domestic Play โดยเฉพาะกลุ่มที่ได้ประโยชน์จากมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ การบริโภค และการจับจ่ายใช้สอย เช่น กลุ่มค้าปลีก อาทิ บริษัท สยามโกลบอลเฮ้าส์ จำกัด (มหาชน) หรือ GLOBAL, บริษัท โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์ จำกัด (มหาชน) หรือ HMPRO, บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL และบริษัท ธนพิริยะ จำกัด (มหาชน) หรือ TNP ซึ่งอาจได้รับอานิสงส์จากกำลังซื้อในประเทศ
นอกจากนี้ ยังมีกลุ่ม Summer Play ที่ได้รับประโยชน์จากอากาศร้อน โดยเฉพาะหุ้นกลุ่มเครื่องดื่ม เช่น บริษัท อิชิตัน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ ICHI และบริษัท หาดทิพย์ จำกัด (มหาชน) หรือ HTC
ขณะที่อีกธีมที่น่าสนใจคือกลุ่ม Earnings Play หรือหุ้นที่คาดว่าผลประกอบการไตรมาส 1/2569 จะออกมาแข็งแกร่ง โดยมีหุ้นเด่นที่ถูกกล่าวถึง เช่น บริษัท เซ็นทรัลพัฒนา จำกัด (มหาชน) หรือ CPN, บริษัท แอดวานซ์ อินโฟร์ เซอร์วิส จำกัด (มหาชน) หรือ ADVANC, บริษัท กัลฟ์ ดีเวลลอปเมนท์ จำกัด (มหาชน) หรือ GULF และบริษัท ไทยยูเนี่ยน กรุ๊ป จำกัด (มหาชน) หรือ TU