โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

ออราเคิลผนึกแม็คโครใช้ Data Warehouse รับแผนขยายธุรกิจระดับภูมิภาค

การเงินธนาคาร

อัพเดต 20 เม.ย. 2566 เวลา 16.52 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. 2566 เวลา 09.48 น.

Oracle หรือ ออราเคิล ผู้ให้บริการแอปพลิเคชันคลาวด์ชั้นนำประกาศความร่วมมือกับ บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) หรือ แม็คโคร ในการย้ายภาระงานด้านการวิเคราะห์ธุรกิจค้าปลีกของสยามแม็คโครเข้าสู่ Oracle Autonomos Data Warehouse (Oracle ADW) ซึ่งป็นระบบฐานข้อมูลอัตโนมัติระบบแรกและระบบเดียวที่ถูกพัฒนาขึ้นเพื่อการวิเคราะห์ข้อมูลปริมาณมากโดยเฉพาะ โดยทำงานบนโครงสร้างพื้นฐานระบบคลาวด์ของออราเคิล การย้ายภาระงานของสยามแม็คโครครั้งนี้ช่วยให้กลุ่มธุรกิจค้าปลีกของบริษัทฯ สามารถลดขั้นตอนการรายงานข้อมูลสินค้าคงคลังด้วยแรงงานมนุษย์ ทั้งยังเพิ่มความแม่นยำของข้อมูล ซึ่งส่งผลถึงการยกระดับประสิทธิภาพของการดำเนินธุรกิจในภาพรวม

นายทวีศักดิ์ แสงทอง กรรมการผู้จัดการ ออราเคิล คอร์ปอเรชั่น ประเทศไทย เปิดเผยว่า ปัจจุบันธุรกิจสินค้าอุปโภคบริโภคกำลังเคลื่อนไหวอย่างรวดเร็วด้วยอุปสงค์ในตลาดที่สูงมาก ดังนั้น การทำงานของ Oracle ADW ต้องสามารถบริหารจัดการข้อมูลที่สอดรับกับความต้องการของอุตสาหกรรมในวันนี้ ช่วยลดขั้นตอนการทำงานของมนุษย์ทั้งในด้านการดูแล เสริมสร้างความปลอดภัย ตรวจตรา สำรองข้อมูล กู้ข้อมูล แก้ไขปัญหา และปรับรูปแบบให้สอดคล้องกันในฐานข้อมูล ตลอดจนสามารถปกป้องตัวเองได้จากแพตช์ความปลอดภัยและซ่อมแซมตัวเองได้ด้วยระบบกู้ข้อมูลอัตโนมัติหากเกิดความชำรุดจากอุปกรณ์ เพื่อช่วยยกระดับกลุ่มธุรกิจต่าง ๆ ของแม็คโครให้เติบโตอย่างมั่นคง

หลักการทำงานของ Oracle ADW คือการผสานความยืดหยุ่นและความเป็นอิสระในการทำงานของระบบคลาวด์เข้ากับ Machine Learning เพื่อให้รูปแบบของการบริหารจัดการข้อมูลด้วยโซลูชั่นที่มั่นคงปลอดภัย ใช้งานได้จริงและมีประสิทธิภาพสูง อีกทั้งยังใช้ต้นทุนต่ำที่สุดเนื่องจากภาระการดำเนินงานทั้งหมดเป็นระบบอัตโนมัติเต็มรูปแบบ พร้อมความสามารถจาก Machine Learning ที่ติดตั้งมาพร้อมในระบบ

ทำให้ Oracle ADW สามารถทำงานแบบอัตโนมัติทั้งในด้าน การบริหารจัดการ การเพิ่มขนาดธุรกิจ การตรวจสอบ การปรับรูปแบบข้อมูลให้สอดคล้องกัน และการสำรองข้อมูล ทั้งยังขจัดภาระเรื่องผู้ดูแลฐานข้อมูลที่ต้องคอยปรับรูปแบบฐานข้อมูลที่มีปริมาณเพิ่มขึ้นอย่างมหาศาล รวมถึงการพยายามรักษาประสิทธิภาพและความแม่นยำของฐานข้อมูลเอาไว้ตลอดเวลา ซึ่งหลังจากนี้ ภาระงานทั้งหมดที่กล่าวมา ADW จะดำเนินงานเองโดยระบบอัตโนมัติ 100%

นายพอล สตีเฟ่น ฮาวเว่ ประธานเจ้าหน้าที่บริหาร สายงานเทคโนโลยี บริษัท สยามแม็คโคร จำกัด (มหาชน) กล่าวว่า สำหรับประเทศไทยนั้น เป็นประเทศที่ก้าวเข้าสู่โลกดิจิทัลรวดเร็ว ทำให้พฤติกรรมการใช้ชีวิตของคนเริ่มเปลี่ยนไป ทั้งการบริโภคไปจนถึงการประกอบอาชีพที่หลายคนย้ายการมาทำงานที่บ้านในลักษณะของ Home Bussinesse ที่เป็นส่วนในการกระตุ้นให้ภาคการค้าปลีกตื่นตัวมากขึ้น เนื่องจากการแพร่ระบาดของไวรัส COVID-19 ทำให้พฤติกรรมของผู้บริโภคเปลี่ยนไป เน้นหันมาจับจ่าใช้สอยผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น กระตุ้นให้แพลตฟอร์ม E Commerce ได้รับความนิยมเป็นอย่างมาก อีกทั้งยังดึงคนที่เคยทำงานประจำ มาเริ่มหารายได้เสริมผ่านช่องทางออนไลน์มากขึ้น หรือที่แม็คโครเรียกคนกลุ่มนี้ว่า “Prosumer” ซึ่งทำให้มีการสต็อกของไว้มากกว่าช่วงก่อนการแพร่ระบาด

ดังนั้นเพื่อรองรับกับการเติบโตทางธุรกิจ แม็คโครจึงเลือกใช้โซลูชันคลาวด์เพื่อลดขั้นตอนการบริหารข้อมูลคลังสินค้า เนื่องจากบริษัทกำลังขยายฐานลูกค้าอย่างต่อเนื่อง การย้ายภาระงานนี้ครั้งทำให้แม็คโครมีทรัพยากรที่เพียงพอในการเพิ่มขนาดธุรกิจ ปรับการทำงานเป็นแบบอัตโนมัติ และบริหารจัดการข้อมูลปริมาณมหาศาลทั้งในปัจจุบันและอนาคต พร้อมความมั่นใจเรื่องความแม่นยำที่มากขึ้นและการเติมสินค้าในสต็อกตามกำหนดเวลาที่เหมาะสม เพื่อรองรับการดำเนินงานที่กำลังเติบโตสู่ระดับภูมิภาคได้อย่างสมบูรณ์แบบ

“เราต้องการระบบการบริหารฐานข้อมูลที่ทำงานในคลาวด์เป็นหลักสำหรับฝ่ายงานสินค้าคงคลัง เพื่อให้สอดคล้องกับการขยายการดำเนินงานของเรา ซึ่ง Oracle ADW สามารถช่วยลดภาระการรายงานสินค้าคงคลังที่ซับซ้อน ทำให้เรามีประสิทธิภาพการทำงานสูงขึ้นและปกป้องข้อมูลคลังสินค้าได้อย่างปลอดภัยทั้งในการปฏิบัติงานแบบออนไลน์และออฟไลน์ของเรา”

นายพอล เสริมว่า ด้าน Digital Roadmap ตอนนี้แม็คโครกำลังศึกษาเทคโนโลยีใหม่ที่จะนำมาใช้ในการดำเนินธุรกิจต่อไปได้แก่

  • เทคโนโลยี AI: แม็คโครวางแผนจะนำมาใช้เพื่อยกระดับประสบการณ์การเข้าใช้บริการของลูกค้า เช่นการสร้าง Chat Bot เพื่อคอยแนะนำและตอบคำถามลูกค้าไปจนถึงการใช้ AI ในการช่วยประมวลผลพฤติกรรมของลูกค้าในแต่ละราย โดยในปัจจุบัน แม็คโครได้มีการใช้เทคโนโลยี AI อยู่แล้วในการช่วยประมวลผลในฐานข้อมมูลแบบอัตโนมัติบน Oracle ADW มากว่า 10 ปีแล้ว ซึ่งในอนาคตจะเริ่มนำ AI มาต่อยอดการให้บริการให้ดียิ่งขึ้น
  • Robotic Warehouse: การใช้หุ่นยนต์มาจัดการกับการบริหารคลังสินค้าซึ่งในปัจจุบันเริ่มทดลองในโครงการ โลตัส นอร์ธ ราชพฤกษ์ โดยจะเป็นซูเปอร์มาร์เก็ตที่แรกที่ไม่มีพนักงาน ซึ่งแม็คโครจะต่อยอดประสบการณ์จากส่วนนี้ไปสู่การบริหารจัดการสต็อกสินค้าในโกดัง รวมถึงจะมีการเพิ่มการใช้งานหุ่นยนต์ในการช่วยเหลือการจัดการสินค้าบางประเภทด้วย ซึ่งคาดการณ์ว่าการใช้หุ่นยนต์ในโกดังเก็บของนั้นจะมีระยะเวลาที่จะสมบูรณ์ไม่เกิน 5 ปี

อย่างไรก็ตามแนวคิดนี้ยังติดปัญหาที่ สินค้าบางประเภทในแม็คโครนั้นเป็นสินค้าประเภทอาหารสดที่อาจต้องใช้คนในการดูแลอยู่ แต่แม็๕โครได้พยายามมองหาเทคโนโลยีและช่องทางอย่างต่อเนื่องเพื่อพัฒนาการใช้งานหุ่นยนต์ในโกดังสินค้าให้มีประสิทธิภาพสูงสุดและไม่ก่อให้เกิดความเสียหายแก่สินค้า

สยามแม็คโครเป็นบริษัทจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย ในรูปแบบศูนย์ค้าส่งสินค้า นอกจากนี้ กลุ่มบริษัทยังเป็นเจ้าของ โลตัส แบรนด์ธุรกิจค้าปลีกชั้นนำในไทยและมาเลเซีย โดยตลอดระยะเวลาการดำเนินงาน 33 ปี แม็คโครได้ขยายธุรกิจและบริการอย่างต่อเนื่อง โดยมุ่งมั่นสู่การเป็น Digital Leginal Retail Leader อันดับ 1 ของเอเชีย ที่ให้บริการทั้งแบบ B2B และ B2C สามารถให้บริการธุรกิจทั้งแบบออนไลน์และออฟไลน์ เพื่อตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวันของผู้บริโภคด้วยนวัตกรรมเทคโนโลยีและการดำเนินงานที่ดี ปัจจุบันแม็คโครบริหารศูนย์ค้าส่งแม็คโครมากกว่า 150 สาขา และศูนย์ค้าปลีกโลตัสมากกว่า 2,600 สาขาใน 6 ประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...