โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

มาตรการเยียวยา ช่วยเหลือลูกหนี้ บรรเทาพิษโควิด รอบปี 2564 มัดรวมไว้แล้ว ที่นี่!!

The Bangkok Insight

อัพเดต 29 ธ.ค. 2564 เวลา 17.51 น. • เผยแพร่ 30 ธ.ค. 2564 เวลา 00.00 น. • The Bangkok Insight

รวมมาตรการเยียวยาช่วยลูกหนี้ บรรเทาผลกระทบโควิด-19 ธปท. เดินหน้ารีไฟแนนซ์และการรวมหนี้ หวังแก้หนี้ระยะยาว เช็คมาตรการช่วยเหลือจากธนาคารรัฐ-พาณิชย์ ในรอบปี 2564 ได้ที่นี่

การแพร่ระบาดของไวรัสโควิด-19 ทำให้หลายภาคส่วนธุรกิจ รวมถึงประชาชนทั่วไป ได้รับผลกระทบส่งผลให้สถาบันการเงิน นำโดย ธนาคารแห่งประเทศไทย ธนาคาร ออกมาจัดมาตรการเยียวยาช่วยลูกหนี้ ทั้งการพักการชำระหนี้ การยืดระยะเวลาจ่ายหนี้ รวมถึงการให้วงเงินกู้เพื่อเพิ่มวงเงินหมุนเวียน ดังนี้

มาตรการเยียวยา

ธปท. จูงใจสถาบันการเงิน รีไฟแนนซ์-รวมหนี้

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ได้กำหนดให้มีแรงจูงใจในการสนับสนุนให้สถาบันการเงินทำการรวมหนี้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่น (debt consolidation) เข้าด้วยกัน เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ที่มีประวัติการชำระหนี้ดี หรือลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากสถานการณ์โควิด-19 ด้วยการนำหลักประกันของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่มีอยู่มาใช้ประโยชน์ในการช่วยลดภาระดอกเบี้ยและค่างวดในระยะยาว

นอกจากนี้ ธปท. ได้ดำเนินการลดข้อจำกัดการทำรีไฟแนนซ์ (refinance) หนี้ เพื่อส่งเสริมการแข่งขันของสถาบันการเงินในการรวมหนี้ให้กับลูกหนี้ควบคู่ไปด้วย ดังนี้

การปรับโครงสร้างหนี้ด้วยการรวมหนี้

1. ห้ามเรียกเก็บค่าปรับจากการไถ่ถอนสินเชื่อก่อนครบกำหนด (prepayment fee) สำหรับสินเชื่อส่วนบุคคลภายใต้การกำกับและสินเชื่อรายย่อยเพื่อการประกอบอาชีพภายใต้การกำกับ เป็นการชั่วคราว โดยให้มีผลบังคับใช้ถึงวันที่ 31 ธันวาคม 2566

2. ปรับปรุงแนวทางการรวมหนี้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่น (debt consolidation) โดยขยายขอบเขตให้สามารถรวมหนี้ข้ามสถาบันการเงินและ/หรือผู้ประกอบธุรกิจรายอื่นได้ จากเดิมที่สามารถรวมหนี้ได้เฉพาะหนี้ในสถาบันการเงินเดียวกัน

มาตรการเยียวยาสนับสนุนรีไฟแนนซ์

ส่วนในกรณีที่รับโอนสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย (refinance) มาจากสถาบันการเงินอื่น สถาบันการเงินสามารถกำหนดอัตราดอกเบี้ยตามความเสี่ยงของลูกหนี้ได้

สำหรับสินเชื่อรายย่อยประเภทอื่นที่นำมารวมหนี้ด้วย ให้กำหนดอัตราดอกเบี้ยได้ไม่เกินอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยที่เป็นอัตราที่ใช้หลังการส่งเสริมการขาย (teaser rate) บวก 2% ต่อปี ซึ่งเป็นอัตราดอกเบี้ยที่ต่ำกว่าอัตราดอกเบี้ยของสินเชื่อรายย่อยโดยทั่วไปอย่างมีนัย

โดย ธปท. ได้ผ่อนปรนหลักเกณฑ์การกำกับดูแล ทั้งการจัดชั้นหนี้ การกันเงินสำรอง และการดำรงเงินกองทุน เพื่อลดต้นทุนให้กับสถาบันการเงินที่ช่วยเหลือลูกหนี้ สำหรับการรวมหนี้ที่ดำเนินการภายในวันที่ 31 ธันวาคม 2566 เพื่อสนับสนุนให้สถาบันการเงินและผู้ประกอบธุรกิจดำเนินการดังกล่าว

ทั้งนี้ คาดว่าสถาบันการเงินส่วนใหญ่จะทยอยเสนอผลิตภัณฑ์การรวมหนี้ได้ภายในสิ้นเดือนธันวาคม 2564 โดยลูกหนี้สามารถติดต่อสถาบันการเงินโดยตรงเพื่อสมัครเข้าร่วมมาตรการ

คลินิกแก้หนี้ สูตรจ่ายเท่าที่ไหว

โครงการคลินิกแก้หนี้ได้ดำเนินการปรับเกณฑ์เพื่อช่วยเหลือลูกหนี้ ในมาตรการช่วยเหลือระยะที่ 3 สูตรจ่ายเท่าที่ไหว ตั้งแต่เดือนกรกฎาคมจนถึงสิ้นปี 2564 ซึ่งลูกหนี้ที่ชำระหนี้ไม่น้อยกว่า 40% ของค่างวดตามสัญญาจะได้รับส่วนลดดอกเบี้ย 1-2% ต่อปี

ล่าสุด คณะกรรมการกำกับดูแลโครงการคลินิกแก้หนี้ มีมติเห็นชอบให้ปรับเกณฑ์คุณสมบัติลูกหนี้ที่สามารถสมัครเข้าร่วมโครงการ เพื่อขยายความช่วยเหลือให้ครอบคลุมลูกหนี้สินเชื่อบัตรเครดิต บัตรกดเงินสด และสินเชื่อส่วนบุคคลที่ไม่มีหลักประกัน จากเดิมที่ต้องมีสถานะเป็นหนี้เสีย (NPL) ก่อนวันที่ 1 กุมภาพันธ์ 2564 เป็นก่อนวันที่ 1 ตุลาคม 2564 โดยมีผลตั้งแต่ 17 พฤศจิกายน 2564

มาตรการเยียวยาช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 3

ธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ร่วมมือกับผู้ให้บริการทางการเงิน ผ่านสมาคมและชมรมต่าง ๆ รวม 8 แห่ง ออกมาตรการช่วยเหลือลูกหนี้รายย่อยระยะที่ 3 ซึ่งมุ่งเน้นช่วยลดภาระหนี้ในระยะยาว ครอบคลุมสินเชื่อ 4 ประเภท ดังนี้

  • บัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคล (Revolving & Installment Loan)

1. เปลี่ยนเป็นหนี้ระยะยาว หรือลดค่างวด

2. กรณีขยายระยะเวลาเกินกว่า 48 งวด ให้ผู้บริการทางการเงินทบทวนอัตราดอกเบี้ยให้ต่ำกว่าอัตราที่กำหนด

3. รวมหนี้สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อยอื่น

 

สินเชื่อจำนำทะเบียนรถยนต์และรถจักรยานยนต์

  • จำนำทะเบียนรถยนต์

1. ลดค่างวด

2. สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง พิจารณาใน 2 ทางเลือก ได้แก่ พักชำระค่างวด หรือ การคืนรถสำหรับลูกหนี้ที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้ หากราคาขายประมูลได้จริงต่ำกว่าภาระหนี้ตามสัญญา ผู้ให้บริการทางการเงินสามารถช่วยลดภาระหนี้ให้สอดคล้องกับสถานะของลูกหนี้

3. รวมหนี้ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อยอื่น

  • จำนำทะเบียนรถจักรยานยนต์

1. ลดค่างวด

2. รวมหนี้ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อยอื่น

  • เช่าซื้อรถยนต์

1. ลดค่างวด หรือขยายเวลา

2. สำหรับลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบรุนแรง พิจารณาใน 2 ทางเลือก คือ พักชำระค่างวด โดยยกเว้นดอกเบี้ยในช่วงที่พัก หรือคิดดอกเบี้ยจากฐานค่างวดในช่วงที่พักชำระหนี้ หรือการคืนรถ สำหรับลูกหนี้ที่ไม่สามารถชำระหนี้ได้

ท้้งนี้ การช่วยเหลือตามข้อ 1 และ 2 เมื่อคำนวณอัตราดอกเบี้ยตลอดอายุสัญญา (EIR: Effective Interest Rate) ต้องไม่สูงกว่า EIR เดิม

3. รวมหนี้ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อยอื่น

4. หากลูกหนี้ชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดในคราวเดียวเพื่อปิดบัญชี ให้ลดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ไม่น้อยกว่า 50% ตามข้อกำหนดของ สคบ.

  • เช่าซื้อรถจักรยานยนต์

1. ลดค่างวด หรือขยายเวลา เมื่อคำนวณ EIR ใหม่ตลอดสัญญาต้องไม่สูงกว่า EIR เดิม

2. รวมหนี้ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อยอื่น

3. หากลูกหนี้ชำระค่าเช่าซื้อทั้งหมดในคราวเดียวเพื่อปิดบัญชี ให้ลดดอกเบี้ยที่ยังไม่ถึงกำหนดชำระ ไม่น้อยกว่า 50% ตามข้อกำหนดของ สคบ.

  • สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อที่มีที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน

1. บรรเทาภาระหนี้ โดยลดค่างวด หรือพักเงินต้นและจ่ายดอกเบี้ยบางส่วน หรือพักเงินต้นและพิจารณาลดอัตราดอกเบี้ย หรือพักชำระค่างวด

2. ทยอยชำระคืนเป็นขั้นบันได (Step up) ตามความสามารถของลูกหนี้ หลังลดค่างวดหรือพักชำระหนี้

3. รวมหนี้ สินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่อรายย่อยอื่น

ทั้งนี้ ลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบสามารถแจ้งความประสงค์รับความช่วยเหลือได้ตั้งแต่วันที่ 17 พฤษภาคม-31 ธันวาคม 2564 ผ่านช่องทางต่าง ๆ ของผู้ให้บริการทางการเงิน ที่เข้าร่วมโครงการดังกล่าว

 

ออมสินปล่อยกู้สูงสุด 10 ล้าน ผ่อน 0% นาน 6 เดือน

ในส่วนของธนาคารออมสิน ได้จัดมาตรการช่วยเหลือช่วงโควิด-19 ด้วยการจัด สินเชื่อไทรทองอเนกประสงค์  เพื่อเสริมภาพคล่อง หรือนำไปไถ่ถอนจำนองสินเชื่อเพื่อการอุปโภคบริโภคจากสถาบันการเงินอื่น โดยผ่อนปรนให้ใช้หลักทรัพย์หลายประเภทมาค้ำประกันเงินกู้ ภายใต้แคมเปญ กู้ปีนี้ ผ่อนปีหน้า

สินเชื่อไทรทองอเนกประสงค์ เป็นสินเชื่อที่สามารถเปลี่ยนทรัพย์สินที่มีอยู่ให้เป็นเงินช่วยเสริมสภาพคล่องในยามฉุกเฉิน โดยใช้บ้าน ที่ดิน สวนไร่นา หรือคอนโดที่ปลอดภาระจำนองเป็นหลักทรัพย์ค้ำประกัน

สำหรับเงื่อนไข กำหนดวงเงินกู้สูงสุด 10 ล้านบาท ระยะเวลาผ่อนชำระนานสูงสุด 25 ปี ปลอดชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 6 เดือนแรก เดือนที่ 7-24 ผ่อนชำระเพียงล้านละ 5,500 บาทต่อเดือน

จากนั้นคิดอัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบัน MRR ของธนาคารออมสินเท่ากับ 6.245%) หรือคิดเป็นอัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 3 ปี เพียง 4.914% ต่อปีเท่านั้น ในกรณีผู้กู้ประสงค์ทำประกันชีวิตเพื่อคุ้มครองวงเงินสินเชื่อตามเกณฑ์ที่ธนาคารกำหนด

ทั้งนี้ ผู้กู้จะต้องได้รับอนุมัติและจัดทำนิติกรรมสัญญาให้แล้วเสร็จภายในวันที่ 30 ธันวาคม 2564 โดยสามารถติดต่อยื่นกู้ที่สาขาธนาคารออมสินทุกแห่งทั่วประเทศ

  • มาตรการพักชำระหนี้ลูกค้าสินเชื่อรายย่อย

ให้พักชำระทั้งเงินต้นและดอกเบี้ยสูงสุด 6 งวด เริ่มตั้งแต่งวดเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2564 สำหรับลูกค้าสินเชื่อรายย่อย ที่มีวงเงินกู้ไม่เกิน 200,000 บาท และไม่ใช้หลักทรัพย์ ค้ำประกัน ที่ได้รับผลกระทบทำให้ต้องเลิกกิจการ ถูกเลิกจ้าง ขาดรายได้ ฯลฯ ฯลฯ (ยกเว้นข้าราชการและพนักงานรัฐวิสาหกิจ) สามารถเข้าตรวจสอบสิทธิ์ในแอป MyMo และกดทำรายการได้ทันทีที่ปรากฏเมนูพักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย

ส่วนผู้ที่ยังไม่มีแอป MyMo แต่มีบัตรเดบิต สามารถดาวน์โหลดและเปิดใช้งานแอป MyMo ด้วยตนเองได้โดยใช้ข้อมูลบัตรเดบิต ซึ่งจะได้รับความสะดวกในการขอพักชำระหนี้โดยไม่ต้องเดินทางไปติดต่อที่สาขาธนาคาร

  • มาตรการพักชำระหนี้กลุ่มธุรกิจร้านอาหาร โรงแรม รีสอร์ต เกสต์เฮาส์ เซอร์วิสอพาร์ตเม้นท์
  • กำหนดเงื่อนไขพักเงินงวดผ่อนชำระให้สูงสุด 6 งวด เริ่มตั้งแต่งวดเดือนกรกฎาคม-ธันวาคม 2564 หลังจากเมื่อสิ้นสุดระยะการพักชำระหนี้ ให้กลับมาจ่ายเงินงวดตามเงื่อนไขเดิม
  • เงินต้นและดอกเบี้ยที่ได้พักไว้ จะถูกนำไปรวมชำระในงวดสุดท้ายของสัญญาเงินกู้ โดยไม่ถือเป็นการผิดนัดชำระและไม่ส่งผลต่อข้อมูลเครดิตของลูกค้า รวมถึงไม่มีดอกเบี้ยผิดนัดใด ๆ

ลูกค้าสินเชื่อ SMEs มีวงเงินกู้ไม่กิน 250 ล้านบาท ติดต่อเข้าร่วมมาตรการเยียวยาได้ที่สาขาธนาคาร หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่ GSB Contact Center โทร. 1115

ธนาคารอาคารสงเคราะห์ ช่วยลูกหนี้ NPL

จัดทำมาตรการที่ 17 (M 17) ช่วยเหลือลูกหนี้สถานะ NPL ให้ผ่อนชำระเงินงวดต่ำพร้อมลดอัตราดอกเบี้ยเงินกู้พิเศษ ระยะเวลา 1 ปี แบ่งเป็น

  • เดือนที่ 1-3 ผ่อนชำระเพียงงวดละ 1,000 บาท คิดดอกเบี้ยเท่ากับ 0% ต่อปี (ตัดชำระเงินต้นทั้งหมด)
  • เดือนที่ 4-6 คิดเงินงวดจากอัตราดอกเบี้ย 1.99% ต่อปี กรณีเงินต้นคงเหลือ 1 ล้านบาท อัตราดอกเบี้ย 1.99% ต่อปี เงินงวดจะอยู่ที่ 1,800 บาทต่อเดือน
  • เดือนที่ 7-12 คิดเงินงวดจากอัตราดอกเบี้ย 3.90% ต่อปี กรณีเงินต้นคงเหลือ 1 ล้านบาท เงินงวดจะอยู่ที่ 3,500 บาท

ทั้งนี้ หากลูกหนี้ชำระเกินที่ธนาคารจำหนดจะนำไปตัดดอกเบี้ยค้างชำระของลูกหนี้ (ถ้ามี)

ลูกหนี้ที่มีสิทธิ์เข้ามาตรการเยียวยา คือ ลูกหนี้ที่มีสถานะ NPL (ค้างชำระเงินงวดติดต่อกันมากกว่า 3 เดือน) หรือ ลูกหนี้ที่ยังมีสถานะเป็น NPL ที่อยู่ระหว่างการใช้มาตรการความช่วยเหลือของธนาคาร หรืออยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้กับธนาคาร (จะพ้นสิทธิตามมาตรการเดิมเมื่อเปลี่ยนมาใช้มาตรการนี้)

นอกจากนี้ ต้องเป็นลูกหนี้ที่ได้รับผลกระทบจากการประกอบอาชีพ/ธุรกิจ/การค้า เนื่องจากการแพร่ระบาดของโควิด-19 โดยไม่สามารถผ่อนชำระเงินงวดตามสัญญาเงินกู้ หรือตามข้อตกลงปรับโครงสร้างหนี้ หรือตามคำพิพากษาได้

  • ขยายระยะเวลา ธอส. รวมไทย สร้างชาติ ปี 2564

ธอส. ยังขยายระยะเวลาความช่วยเหลือลูกค้าเดิม ที่อยู่ระหว่างการใช้มาตรการความช่วยเหลือของธนาคาร ตาม “โครงการ ธอส. รวมไทย สร้างชาติ ปี 2564” จำนวน 7 มาตรการ ไปสิ้นสุดความช่วยเหลือในวันที่ 31 ธันวาคม 2564 (จากเดิมสิ้นสุดความช่วยเหลือ 31 กรกฎาคม 2564)

  • มาตรการที่ 9, 10, 11 และ 11 New Entry แบ่งจ่ายเงินงวดผ่อนชำระ (ตัดต้น ตัดดอก) เหลือ 25% หรือ 50% หรือ 75% ของเงินงวดผ่อนชำระในปัจจุบัน ครอบคลุมกลุ่มลูกค้าที่อยู่ในมาตรการทั้งที่ มีสถานะบัญชีปกติ สถานะ NPL ลูกหนี้สถานะ NPL ที่อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้
  • มาตรการที่ 12 ขยายระยะเวลาลดเงินงวดผ่อนชำระ และพักชำระหนี้ สำหรับลูกค้าผู้ประกอบการสินเชื่อแฟลตรายเดิม ที่อยู่ในมาตรการความช่วยเหลือของธนาคาร ครอบคลุมลูกค้าผู้ประกอบการรายใหม่ที่มีสถานะบัญชีปกติ และไม่เคยเข้าร่วมมาตรการของธนาคารมาก่อน
  • มาตรการที่ 13 พักชำระเงินต้น และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน สำหรับลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติ (ไม่เป็น NPL ไม่อยู่ขั้นตอนของกฎหมาย และไม่อยู่ระหว่างทำข้อตกลงประนอมหนี้) ที่อยู่ระหว่างใช้มาตรการความช่วยเหลือเดิมของธนาคาร
  • มาตรการที่ 14 พักชำระเงินต้น และจ่ายเฉพาะดอกเบี้ยรายเดือน พร้อมลดดอกเบี้ยลงเหลือ 3.90% ต่อปี สำหรับลูกหนี้ที่สถานะ NPL และลูกหนี้ NPL ที่อยู่ระหว่างการปรับโครงสร้างหนี้ ต้องเป็นผู้ที่ได้รับผลกระทบจากโควิด-19 และไม่สามารถผ่อนชำระเงินงวดให้ธนาคารได้ตามสัญญาเงินกู้

ธ.ก.ส. เปิด 2 สินเชื่อใหม่ ให้กู้ 1 แสน

1. สินเชื่อสานฝันสร้างอาชีพ วงเงินกู้ ไม่เกิน 100,000 บาทต่อราย

วัตถุประสงค์การกู้เพื่อนำไปเป็นค่าใช้จ่ายหรือค่าลงทุนในการเริ่มต้นประกอบอาชีพ สนับสนุนการสร้างงาน สร้างอาชีพในชุมชนเมืองและภาคชนบท ผ่านโครงการสินเชื่อสานฝันสร้างอาชีพ

คุณสมบัติผู้กู้ ต้องเป็นเกษตรกร ทายาทเกษตรกร บุคคลในครัวเรือนเกษตรกร หรือบุคคลทั่วไป ที่ได้รับผลกระทบจากการแพร่ระบาดของเชื้อไวรัสโควิด-19 ที่มีแผนในการประกอบอาชีพเกษตรหรือ ประกอบการเกษตรตามหลักปรัชญาของเศรษฐกิจพอเพียง หรืออาชีพนอกภาคการเกษตร หรืออาชีพที่มีลักษณะเป็นการลงทุนค้าขายเพื่อเลี้ยงชีพในครัวเรือนซึ่งใช้เงินลงทุนไม่มากนัก

กรณีกู้เป็นค่าใช้จ่ายคิดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 4 ต่อปี กำหนดระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 12 เดือน (พิเศษไม่เกิน 18 เดือน) นับแต่วันกู้ กรณีเป็นค่าลงทุนปีที่ 1-3 คิดดอกเบี้ย 4% ต่อปี ปีที่ 4-5 อัตราดอกเบี้ย MRR กำหนดระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 5 ปี โดยปลอดชำระต้นเงิน 2 ปีแรก แต่ยังต้องชำระดอกเบี้ย

2. สินเชื่อนวัตกรรมดี มีเงินทุน

สนับสนุนให้เกษตรกรและบุคคลทั่วไปที่มีแนวคิดในการประกอบอาชีพการเกษตร หรือนอกภาคการเกษตรที่ใช้นวัตกรรมหรือเทคโนโลยี ในลักษณะ Smart Farmer ตลอดจนภูมิปัญญาชาวบ้าน มาใช้ในการประกอบอาชีพการเกษตรหรือนอกภาคการเกษตร หรือต่อยอดธุรกิจที่ดำเนินการอยู่เดิม เป็นการสร้างรายได้ หรือฟื้นฟูธุรกิจให้ดำเนินต่อไปได้

คุณสมบัติผู้กู้ ต้องเป็นเกษตรกรหรือบุคคลทั่วไป ที่มีการจัดทำแผนงานหรือแผนธุรกิจที่ชัดเจน มีทักษะและประสบการณ์ในการประกอบอาชีพนั้น ๆ รวมถึงมีแนวคิดในการใช้นวัตกรรมหรือเทคโนโลยีหรือได้รับการศึกษา หรือฝึกอบรมจากส่วนงานทั้งของภาครัฐหรือเอกชน วงเงินให้กู้ตามความจำเป็นตามแผนการประกอบอาชีพหรือแผนธุรกิจ

อัตราดอกเบี้ย กรณีกู้เพื่อเป็นค่าใช้จ่าย อัตราดอกเบี้ย 4% ต่อปี กำหนดระยะเวลาชำระคืนไม่เกิน 12 เดือน (พิเศษไม่เกิน 18 เดือน) นับแต่วันกู้ กรณีเป็นค่าลงทุน ปีที่ 1-3 อัตราร้อยละ 4 ต่อปี ปีที่ 4 เป็นต้นไป อัตราดอกเบี้ย MRR (ปัจจุบัน MRR เท่ากับร้อยละ 6.5 ต่อปี) กำหนดระยะเวลาชำระคืน ไม่เกิน 10 ปี ปลอดชำระ ต้นเงิน 3 ปีแรก แต่ยังต้องชำระดอกเบี้ย

ระยะเวลาจ่ายเงินกู้ทั้ง 2 โครงการ ตั้งแต่วันที่ 1 กรกฎาคม 2564 ถึง 31 มีนาคม 2567

ธนาคารกรุงไทย ออก 5 มาตรการเยียวยาช่วยลูกหนี้ทุกกลุ่ม

1. สินเชื่อที่อยู่อาศัย สินเชื่อ Home for Cash สินเชื่อกรุงไทยบ้านให้เงิน (Home Easy Cash) วงเงินกู้แบบมีกำหนดระยะเวลา พักชำระเงินต้นและชำระดอกเบี้ยบางส่วน สูงสุด 12 เดือน หรือขยายระยะเวลาโดยลดอัตราผ่อนชำระ สูงสุด 12 เดือน หรือพักชำระเงินต้น โดยชำระเฉพาะดอกเบี้ย สูงสุด 3 เดือน

2. สินเชื่อส่วนบุคคล วงเงินกู้แบบมีกำหนดระยะเวลา (Term Loan) ลดการผ่อนชำระค่างวดลง 30% นานสูงสุด 6 เดือน

3. สินเชื่อวงเงินกู้แบบหมุนเวียน (Revolving Loan) ได้แก่ สินเชื่อกรุงไทยธนวัฏ สินเชื่อกรุงไทยธนวัฏ 5 Plus ปรับเป็นวงเงินกู้แบบมีกำหนดระยะเวลา (Term Loan) ได้นาน 48 งวด หรือตามความสามารถในการชำระหนี้

4. มาตรการสินเชื่อฟื้นฟู สินเชื่อสำหรับผู้ประกอบการอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 2% ต่อปี ใน 2 ปีแรก (อัตราดอกเบี้ยเฉลี่ย 5 ปี ไม่เกิน 5% ต่อปี) ผ่อนชำระสูงสุดไม่เกิน 10 ปี ได้รับยกเว้นดอกเบี้ย 6 เดือนแรก รวมทั้งได้รับการค้ำประกันสินเชื่อจากบรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) นานสูงสุด 10 ปี

เปิดกว้างให้ลูกค้าเดิมและลูกค้าใหม่ ลูกค้าเดิมที่มีวงเงินไม่เกิน 500 ล้านบาท ณ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ขอกู้ได้ไม่เกิน 30% ของวงเงินเดิมที่มีอยู่กับธนาคาร สูงสุดไม่เกิน 150 ล้านบาท ลูกค้าใหม่ที่ไม่เคยมีวงเงินสินเชื่อกับธนาคารและสถาบันการเงินอื่น ณ 28 กุมภาพันธ์ 2564 ขอกู้ได้ไม่เกิน 20 ล้านบาท

2. มาตรการพักทรัพย์ พักหนี้ เพื่อช่วยเหลือลูกค้าธุรกิจที่มีศักยภาพและมีทรัพย์สินเป็นหลักประกันให้สามารถลดภาระทางการเงินชั่วคราว ในช่วงที่รอให้ธุรกิจฟื้นตัว ด้วยวิธีการโอนทรัพย์ชําระหนี้และได้รับสิทธิซื้อทรัพย์คืนในอนาคต ในราคาต้นทุนรับโอนบวกค่าธรรมเนียม Carrying Cost 1 % และบวกค่าใช้จ่ายในการดูแลทรัพย์ที่ธนาคารจ่ายตามจริง หักค่าเช่าที่ลูกค้าชำระมาแล้ว

มาตรการนี้ให้สิทธิประโยชน์ทางภาษีค่าธรรมเนียมทุกประเภทที่เกี่ยวข้องกับการรับโอนและการโอนคืนกลับให้ลูกค้า สําหรับลูกค้าที่มีความประสงค์โอนทรัพย์สินเพื่อชําระหนี้ ต้องมียอดสินเชื่อธุรกิจคงเหลือกับธนาคาร ณ 28 กุมภาพันธ์ 2564 และ ไม่เป็น NPL ณ 31 ธันวาคม 2562 รวมทั้งทรัพย์สินที่โอนต้องเป็นหลักประกันกับธนาคารก่อน 1 มีนาคม 2564

ธนาคารกรุงเทพช่วยลูกค้าบัตรเครดิต สินเชื่อเงินกู้

1. บัตรเครดิต

  • ปรับลดอัตราการผ่อนชำระขั้นต่ำมาอยู่ที่ 5% (จากเดิม 10%) จนถึง 31 ธันวาคม 2564 สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพทุกประเภท และทุกรายได้รับสิทธิ์อัตโนมัติ โดยไม่ต้องลงทะเบียนขอรับสิทธิ์
  • ปรับลดเพดานดอกเบี้ยมาอยู่ที่ 16% ต่อปี (จากเดิม 18% ต่อปี) มีผลตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 สำหรับผู้ถือบัตรเครดิตธนาคารกรุงเทพทุกประเภท และทุกรายได้รับสิทธิ์อัตโนมัติ โดยไม่ต้องลงทะเบียนขอรับสิทธิ์
  • ขยายวงเงินให้แก่ลูกค้าที่มีความจำเป็นและมีประวัติการชำระหนี้ที่ดีมาอย่างต่อเนื่อง สำหรับลูกค้าที่มีรายได้เฉลี่ยต่อเดือนต่ำกว่า 30,000 บาท จาก 1.5 เท่า เป็น 2 เท่า เป็นการชั่วคราว ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2564 (เข้าร่วมโครงการ หรือสอบถามรายละเอียดเพิ่มเติม โทร. 0-2638-4000

2. สินเชื่อเงินกู้ที่ผ่อนชำระเป็นงวด (Installment Loan)

  • ลดค่างวดอย่างน้อย 30% โดยคิดอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22% ต่อปี

3. สินเชื่อที่อยู่อาศัยและสินเชื่ออเนกประสงค์ที่ใช้ที่อยู่อาศัยเป็นหลักประกัน

  • เลื่อนชำระค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) เป็นระยะเวลา 3 เดือน หรือ
  • เลื่อนชำระเงินต้น (จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย) เป็นระยะเวลา 3 เดือน และพิจารณาลดดอกเบี้ยให้ลูกค้าแต่ละรายตามความเหมาะสม หรือ
  • ลดค่างวดโดยขยายเวลาการชำระหนี้

​ธนาคารกสิกรไทย จัดมาตรการเยียวยา โครงการรวมใจไม่ทิ้งกัน

ประเภทที่ 1 มาตรการช่วยเหลือที่ไม่ต้องลงทะเบียน (ลดอัตราดอกเบี้ยให้อัตโนมัติ โดยไม่ต้องติดต่อธนาคาร)

1. บัตรเครดิตกสิกรไทย ลดอัตราดอกเบี้ยจาก 18% เป็น 16%

2. บัตรเงินด่วน ลดอัตราดอกเบี้ยจาก 28% เป็น 25%

3. สินเชื่อเงินด่วน ลดอัตราดอกเบี้ยจาก 28% เป็น 25%

4. สินเชื่อรถ (สินเชื่อรถช่วยได้ ประเภทจำนำทะเบียนรถ) ลดอัตราดอกเบี้ยจาก 28% เป็น 24%

ประเภทที่ 2 มาตรการช่วยเหลือที่ต้องลงทะเบียน

1. บัตรเครดิตสกิกรไทย

  • ทางเลือกที่ 1 พักชำระเงินต้น จ่ายแต่ดอกเบี้ย เป็นเวลา 6 รอบบัญชีนับจากเดือนที่ลงทะเบียน
  • ทางเลือกที่ 2 เปลี่ยนยอดคงค้าง เป็นผ่อนชำระ 48 งวด ดอกเบี้ยพิเศษ 12% ต่อปี

2. บัตรเงินด่วน

  • ทางเลือกที่ 1 พักชำระเงินต้น จ่ายแต่ดอกเบี้ย เป็นเวลา 6 รอบบัญชีนับจากเดือนที่ลงทะเบียน
  • ทางเลือกที่ 2 เปลี่ยนยอดคงค้าง เป็นผ่อนชำระ 48 งวด ดอกเบี้ยพิเศษ 22% ต่อปี

3. สินเชื่อเงินด่วน

  • ทางเลือกที่ 1 พักชำระเงินต้น จ่ายแต่ดอกเบี้ย เป็นเวลา 6 รอบบัญชีนับจากเดือนที่ลงทะเบียน
  • ทางเลือกที่ 2 ลดค่างวด 30% ของค่างวดเดิม เป็นเวลา 6 รอบบัญชี ดอกเบี้ยพิเศษ 22% ต่อปี

4. สินเชื่อบ้านกสิกรไทย

  • ทางเลือกที่ 1 จ่ายเฉพาะดอกเบี้ย และลดอัตราดอกเบี้ยลง 0.1% เป็นเวลา 3 เดือน
  • ทางเลือกที่ 2 ลดค่างวด 50% ของค่างวดเดิม เป็นเวลา 3 เดือน
  • ทางเลือกที่ 3 พักชำระเงินต้น และดอกเบี้ย เป็นเวลา 3 เดือน

ธนาคารกรุงศรีอยุธยา บรรเทาผลกระทบโควิด ระยะที่ 2

1. สินเชื่อบ้าน และสินเชื่อส่วนบุคคล

  • พักชำระหนี้เงินต้น สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน
  • พักชำระหนี้เงินผ่อนชำระค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) สูงสุดไม่เกิน 3 เดือน
  • ปรับลดค่างวดผ่อนชำระ (Installment) อย่างน้อยไม่ต่ำกว่า 30% ของค่างวดเดิม (สินเชื่อส่วนบุคคล)
  • เปลี่ยนจากวงเงินหมุนเวียน (Revolving) เป็นผ่อนชำระค่างวด สูงสุดไม่เกิน 48 เดือน (สินเชื่อส่วนบุคคล)

2. ลูกค้าบัตรเครดิตและสินเชื่อส่วนบุคคลในเครือกรุงศรี คอนซูมเมอร์

มาตรการที่ 1 ลดอัตราผ่อนชำระขั้นต่ำ โดยไม่ต้องลงทะเบียน หรือโทรแจ้งความจำนงกับบริษัท

  • บัตรเครดิต ปรับจาก 10% เป็น 5%
  • สินเชื่อส่วนบุคคล ปรับจาก 5% เป็น 3%

มาตรการที่ 2 ปรับลดดอกเบี้ยเป็นกรณีพิเศษและขยายเวลาผ่อนชำระ สำหรับลูกค้าที่มีสถานะบัญชีปกติ (โดยต้องลงทะเบียนเข้าร่วมโครงการผ่านโมบายแอป UCHOOSE เท่านั้น)

  • บัตรเครดิต อัตราดอกเบี้ยพิเศษ พร้อมลดภาระการชำระคืนด้วยการขยายเวลาผ่อนชำระให้นานสูงสุด 99 เดือน (ขึ้นอยู่กับยอดคงค้าง)
  • สินเชื่อบุคคล อัตราดอกเบี้ยพิเศษ พร้อมลดภาระการชำระคืนด้วยการขยายเวลาผ่อนชำระให้นานสูงสุด 99 เดือน (ขึ้นอยู่กับยอดคงค้าง)

มาตรการที่ 3 ปรับลดยอดผ่อนชำระรายเดือนด้วยการขยายระยะเวลาในการผ่อนชำระนานสูงสุด 99 เดือน (ปรับโครงสร้างหนี้) พร้อมอัตราดอกเบี้ยพิเศษสำหรับผลิตภัณฑ์บัตรเครดิต และผลิตภัณฑ์สินเชื่อส่วนบุคคล สำหรับลูกค้าที่มียอดค้างชำระ โดยลูกค้าสามารถแจ้งความจำนง หรือติดต่อมายังบริษัท และจะได้รับการพิจารณาเป็นรายกรณี

3. ลูกค้าสินเชื่อยานยนต์ กรุงศรี ออโต้

  • ลดค่างวดผ่อนชำระสูงสุด 30% ของค่างวดเดิม หรือ
  • พักชำระค่างวด สูงสุด 3 เดือน
  • สินเชื่อเช่าซื้อ พักชำระ ค่างวดทั้งเงินต้นและดอกเบี้ย
  • สินเชื่อจำนำทะเบียนรถ พักชำระ เฉพาะเงินต้น
  • พักชำระหนี้ ยืดระยะเวลาผ่อนชำระ มาตรการช่วยลูกหนี้ ช่วงโควิด-19

ธนาคารยูโอบี ช่วยลูกหนี้บัตรเครดิต บัตรกดเงินสด

1. บัตรเครดิต ปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำจากเดิม 10% เป็นดังนี้

  • ปี 2563-2563 ชำระขั้นต่ำ 5%
  • ปี 2565 ชำระขั้นต่ำ 8%
  • ปี 2566 ชำระขั้นต่ำ 10% ตามเดิม

2. บัตรกดเงินสดแคชพลัส ปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำจากเดิม 5% เป็นดังนี้

  • ปี 2563-2565 ชำระขั้นต่ำ 2.5%
  • ปี 2566 ชำระขั้นต่ำ 5% ตามเดิม

3. บัตรเครดิต และบัตรกดเงินสดแคชพลัส

  • พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 รอบบัญชี
  • เปลี่ยนยอดหนี้คงค้างเป็นยอดผ่อนชำระรายเดือนสูงสุด 48 รอบบัญชี

4. สินเชื่อส่วนบุคคล i-Cash

  • พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 รอบบัญชี

5. สินเชื่อบ้าน

  • พักชำระเงินต้นและดอกเบี้ย 3 รอบบัญชี
  • พักชำระเงินต้น โดยชำระเฉพาะดอกเบี้ย 12 รอบบัญชี

ธนาคารทิสโก้ ส่งมาตรการเยียวยา ปรับลดค่างวด

1. สินเชื่อเงินกู้ ประเภทจำนำทะเบียนรถ

  • ลดค่างวด 30% ของค่างวดเดิม โดยขยายเวลาการผ่อนชำระ และอัตราดอกเบี้ยไม่เกิน 22% ต่อปี

2. สินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์

  • พักชำระค่างวด 3 งวด หรือ
  • ปรับลดค่างวด โดยขยายเวลาการผ่อนชำระ

3. สินเชื่อที่อยู่อาศัย

  • เลื่อนจ่ายเงินต้นและดอกเบี้ยนาน 3 เดือน หรือ
  • เลื่อนการจ่ายเงินต้น 3 เดือน และพิจารณาลดดอกเบี้ยตามความเหมาะสม หรือ
  • ลดค่างวดโดยขยายเวลาชำระหนี้

ธนาคารไอซีบีซี (ไทย) อุ้มบัตรเครดิต สินเชื่อ

1. ผู้ถือบัตรเครดิต

  • ปรับลดอัตราผ่อนชำระคืนขั้นต่ำจาก 10% เป็น 5% สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตทุกท่านอัตโนมัติโดยไม่ต้องแจ้งความประสงค์ ตั้งแต่วันนี้-31 ธันวาคม 2564
  • ปรับลดอัตราดอกเบี้ยบัตรเครดิตทุกประเภท จาก 18% เป็น 16% สำหรับลูกค้าบัตรเครดิตทุกท่าน อัตโนมัติ โดยไม่ต้องติดต่อธนาคาร ตั้งแต่วันที่ 1 สิงหาคม 2563 เป็นต้นไป

2. ลูกค้าสินเชื่อเช่าซื้อรถยนต์ไม่จำกัดวงเงินสินเชื่อ

  • ปรับลดภาระค่างวดต่อเดือน และขยายเวลาชำระค่างวด

3. ลูกค้าสินเชื่อเพื่อที่อยู่อาศัย สามารถเลือกเข้าร่วมมาตรการใดมาตรการหนึ่งดังต่อไปนี้

  • ผ่อนปรนการชำระค่างวด (เงินต้นและดอกเบี้ย) เป็นระยะเวลา 3 เดือน หรือ
  • ผ่อนปรนการชำระเงินต้นเป็นระยะเวลา 3 เดือน และปรับอัตราดอกเบี้ยตามความเหมาะสม หรือ
  • ปรับลดยอดผ่อนชำระค่างวด และขยายระยะเวลาชำระหนี้

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...