โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Soft Power ต้องเปลี่ยนฐานแฟนคลับ ให้เป็นเครือข่ายผู้สนับสนุนในระยะยาว

Thai PBS

อัพเดต 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา • Thai PBS

นักวิชาการ เสนอให้ไทยทบทวนความเข้าใจเรื่อง Soft Power ชี้ ที่ผ่านมาเน้นเพียงส่งออกวัฒนธรรมและสร้างความนิยม แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยน “แฟนคลับ” ให้เป็น “ผู้สนับสนุนประเทศ” ได้ แนะใช้แนวคิด “พลังบารมี” เพื่อสร้างความน่าเชื่อถือ เครือข่าย และอำนาจต่อรองในเวทีโลก

1 ส.ค. 2569 ว่าที่ ร.ต. เสกสรร อานันทศิริเกียรติ นักวิจัยอาวุโส ศูนย์ศึกษาการต่างประเทศ (ISC) และผู้อำนวยการฝ่ายประชาสัมพันธ์ สมาคมไทยคดีศึกษาแห่งสาธารณรัฐเกาหลี เสนอในโครงการ “เพิ่มองค์ความรู้สื่อมวลชน เรื่อง กระบวนทัศน์ใหม่ของสื่อ หลังโลกาภิวัตน์” รุ่นที่ 3 ให้ประเทศไทยทบทวนความเข้าใจเกี่ยวกับ Soft Power ใหม่ โดยเห็นว่า ที่ผ่านมาไทยตีความ Soft Power ในฐานะการส่งออกวัฒนธรรมหรือเศรษฐกิจสร้างสรรค์ ซึ่งคลาดเคลื่อนจากความหมายดั้งเดิมที่หมายถึง“อำนาจในการโน้มน้าวและสร้างอิทธิพล” พร้อมเสนอให้ใช้คำว่า “พลังบารมี” เพื่อสื่อถึงการเป็นประเทศที่น่าเชื่อถือ พึ่งพาได้ และสามารถสร้างผู้สนับสนุนนโยบายหรือผลประโยชน์ของประเทศได้มากกว่าการมีเพียงแฟนคลับที่ชื่นชอบวัฒนธรรมไทยเท่านั้น

ว่าที่ ร.ต. เสกสรร มองว่า ปัจจุบันการที่ไทยเดินทางไปจัดเทศกาลในประเทศต่าง ๆ นั้น ทำได้มากสุดแค่สร้างภาพลักษณ์ที่ดี เพื่อให้ต่างชาติเห็นว่าไทยมีวัฒนธรรมที่ดีและทันสมัย จนกระทั่งเกิดความนิยม แต่ยังไม่สามารถเปลี่ยนความนิยมให้เป็นพลังสนับสนุนประเทศได้ เช่น คนเที่ยวเสร็จแล้วก็จบ

“วันนี้เรามีแฟนคลับ Thai Pop จำนวนมาก แต่สนับสนุนเพียงเพลงไทย เราต้องทำให้สนับสนุนประเทศ คนสนับสนุนนโยบายของเรา นี่คือโจทย์ที่ต้องขยับต่อไปจากการทำเรื่องแฟนคลับร้องเพลงไทย อันนี้เป็นโจทย์ที่ยาก”

เขามองว่า เป้าหมายของ Soft Power ไม่ควรหยุดอยู่เพียงการสร้างความนิยมต่ออาหาร เพลง หรือการท่องเที่ยวไทย แต่ควรต่อยอดไปสู่การสร้างเครือข่ายผู้สนับสนุนประเทศไทยในระยะยาว

ทั้งนี้ เสนอให้ภาครัฐต่อยอดด้วยการสร้างเครือข่ายระยะยาวกับชาวต่างชาติ เช่น นักเรียนทุน ผู้เรียนภาษาไทย หรือผู้ที่มีความผูกพันกับประเทศไทย เพื่อให้กลุ่มคนเหล่านี้พัฒนาเป็นผู้สนับสนุนประเทศไทย มากกว่าการเป็นเพียงแฟนคลับวัฒนธรรมไทย

ว่าที่ ร.ต. เสกสรร ยกตัวอย่าง ประเทศสิงคโปร์แม้จะไม่ได้โดดเด่นด้านวัฒนธรรมป๊อป (Popular Culture) แต่สามารถสร้างเครือข่ายและความน่าเชื่อถือระหว่างประเทศได้อย่างมีประสิทธิภาพ ขณะที่ญี่ปุ่นมีทั้งวัฒนธรรมที่ได้รับความนิยมและเครือข่ายความร่วมมือ ส่วนเกาหลีใต้แม้ประสบความสำเร็จด้านอุตสาหกรรมบันเทิง แต่หากไม่มีการต่อยอดความนิยมไปสู่การสร้างเครือข่ายระยะยาว ก็อาจไม่ก่อให้เกิดอำนาจต่อรองได้

นอกจากนี้ ยังยกตัวอย่างการสื่อสารของสื่อต่างประเทศในช่วงความขัดแย้งไทย–กัมพูชา โดยระบุว่า แม้ไทยจะมองว่าตนเองเป็นฝ่ายถูกกระทำ แต่การรายงานข่าวในต่างประเทศกลับนำเสนอไทยในฐานะผู้เริ่มใช้กำลัง ซึ่งสะท้อนว่าไทยยังขาดเครือข่ายและอิทธิพลด้านการสื่อสารระหว่างประเทศ

สำหรับดัชนี Soft Power Index ยังมีข้อจำกัด เนื่องจากผลการจัดอันดับขึ้นอยู่กับกลุ่มตัวอย่างที่ใช้สำรวจ อย่างไรก็ตาม หากพิจารณาองค์ประกอบต่าง ๆ ของไทย จะพบว่าประเทศไทยมีจุดแข็งด้านวัฒนธรรมและประชาชน แต่จุดอ่อนสำคัญที่สุดคือ “Governance หรือการบริหารจัดการและธรรมาภิบาล ซึ่งเป็นประเด็นที่ทั้งคนไทยและชาวต่างชาติสะท้อนตรงกันว่าเป็นข้อจำกัดต่อการสร้างอิทธิพลของประเทศ

สุดท้าย ว่าที่ ร.ต. เสกสรร มองว่า แม้ปัจจุบันรัฐบาลยังคงให้ความสำคัญกับ Soft Power ในฐานะเครื่องมือส่งเสริมเศรษฐกิจสร้างสรรค์เป็นหลัก หรือส่งเสริมความนิยม แต่กลับไม่ได้ยกระดับ Soft Power ไปสู่การสร้างผู้สนับสนุนประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...

ล่าสุดจาก Thai PBS

มือใหม่วิ่งแลกของ ได้อะไร ? ที่มากกว่าของ…

1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

‘รักษ์พะโต๊ะ’ จี้ รัฐบาลยกเลิกศึกษา EIA-EHIA ภายใต้ ‘แลนด์บริดจ์’ ทั้งหมด

2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วิดีโอแนะนำ

ข่าว ทั่วไป อื่น ๆ

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...