ฮังการีเตรียมปิดระบบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์เป็นครั้งแรกในรอบ 44 ปี เนื่องจากระดับน้ำลดลง
นายกรัฐมนตรี ปีเตอร์ มาจาร์ แห่งฮังการี เปิดเผยว่า อาจต้องปิดระบบโรงไฟฟ้านิวเคลียร์ปักส์ (Paks Nuclear Power Plant) ซึ่งผลิตกระแสไฟฟ้าเกือบครึ่งหนึ่งของประเทศ เนื่องจากระดับน้ำในแม่น้ำดานูบ (Danube River) ลดลงต่ำสุด
ระดับน้ำที่ลดลงยังส่งผลกระทบต่อการขนส่งทางเรือและการท่องเที่ยวด้วย
โรงไฟฟ้าแห่งนี้ตั้งอยู่ห่างจากบูดาเปสต์ไปทางใต้ประมาณ 90 กิโลเมตร เตาปฏิกรณ์นิวเคลียร์ที่ผลิตโดยรัสเซียทั้ง 4 เครื่อง มีการทำงานเพียง 1 ใน 4 ของกำลังการผลิตรวม 2 กิกะวัตต์ เหลือเพียง 965 กิกะวัตต์ คาดว่าจะปิดการทำงานทั้งหมดเป็นครั้งแรกในรอบ 44 ปีภายในวันจันทร์ หรืออังคาร (3-4 ส.ค.69) เนื่องจากน้ำจากแม่น้ำดานูบถูกนำมาใช้เพื่อระบายความร้อนให้กับเตาปฏิกรณ์ นายกรัฐมนตรี มาจาร์ กล่าวว่า การที่ระดับน้ำในแม่น้ำดานูบมีแนวโน้มลดลง วิศวกรที่โรงไฟฟ้าปักส์จึงดำเนินการลดกำลังการผลิตอีกรอบในชั่วข้ามคืน และอาจต้องปิดระบบการทำงานเป็นเวลาหลายสัปดาห์
นอกจากนี้ คณะรัฐมนตรีฮังการี จะออกคำสั่งให้ผู้ใช้ไฟฟ้ารายใหญ่ลดความต้องการใช้ไฟฟ้าโดยสมัครใจ นอกเหนือจากที่ตกลงกันไว้แล้วประมาณ 240 เมกะวัตต์ และจะใช้มาตรการลงโทษหากไม่ปฏิบัติตามข้อกำหนด พร้อมยืนยันว่า การจำกัดการใช้ไฟฟ้าในครัวเรือนจะเป็นทางเลือกสุดท้าย
ในวันอาทิตย์ (2 ส.ค.69) โรงไฟฟ้าพลังงานก๊าซ ที่เมืองซาซาโลมบัตตา สามารถกู้คืนกำลังการผลิตไฟฟ้า 400 เมกะวัตต์ได้แล้ว แต่ก็ยังจำเป็นต้องมีมาตรการเพิ่มเติมเพื่อลดภาระในระบบส่งไฟฟ้า โดยตั้งแต่วันจันทร์ (3 ส.ค.) เป็นต้นไป บริการขนส่งสินค้าทางรถไฟจะหยุดให้บริการระหว่างเวลา 22.00 น.-03.00 น. ตามเวลาท้องถิ่น เพื่อลดการใช้พลังงาน และให้เจ้าหน้าที่ภาครัฐทำงานจากที่บ้านเป็นเวลา 3 วัน โดยขอให้บริษัทต่างๆ ปฏิบัติตามเช่นกัน
และให้ปิดไฟส่องสว่าง ไฟประดับอาคารสาธารณะ รวมถึงการจำกัดการใช้น้ำในพื้นที่ที่ได้รับผลกระทบหนักที่สุดด้วย
…
#โรงไฟฟ้านิวเคลียร์
#ฮังการี