โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

นิมนต์พระเข้าป่า! ทำพิธีฝัง'พังแม่สร้อยทอง' ยังไม่เจอลูกช้างน้อยเดินหากินลำพัง

แนวหน้า

เผยแพร่ 22 มิ.ย. 2567 เวลา 17.00 น.

23 มิถุนายน 2567 จากกรณีที่พบช้างป่าแม่ลูกอ่อนป่วยแก้มป่อง อยู่ในป่าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ซึ่งทางเจ้าหน้าที่และสัตวแพทย์ได้ช่วยรักษาเบื้องต้น จนอาการทรงตัวแล้วนั้น

เวลาต่อมาเป็นเรื่องเศร้า เมื่อโลกออนไลน์เฟสบุ๊ค NuNa Silpa-archa เปิดเผยข้อมูลว่า แม่สร้อยช้างพังแก้มป่อง ทนความเจ็บปวดไม่ไหวตายแล้ว

คลิกอ่านข่าวเพิ่มเติม : สู่สุคตินะ! พัง'แม่สร้อย'ช้างป่าป่วยแก้มป่อง นอนตายกลางป่า

ต่อมาเวลา 14.00 น.นายรัชสิต จงจรัสพร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ นายปฐม แหนกลาง อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปากลำห้วยปิล็อก พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ และชาวบ้านจำนวนหนึ่ง ได้นิมนต์พระสงฆ์จากหลายวัดมาทำพิธีทางศาสนา โดยมีเจ้าหน้าที่ ตร.สภ.ทองผาภูมิ เดินทางมาร่วมพิสูจน์เพื่อนำข้อมูลไปลงบันทึกประจำวันเอาไว้เป็นหลักฐาน ก่อนที่จะใช้รถแบคโฮขุดหลุมเพื่อฝังซากโรยด้วยปูนขาวเพื่อป้องกันเชื้อ

สำหรับจุดที่พบซากพังสร้อยทองอยู่ภายในเขตองค์การอุตสาหกรรมป่าไม้ สวนป่าไม้ห้วยเขย่ง บ้านไร่ป้า หมู่ 5 ต.ห้วยเขย่ง อ.ทองผาภูมิ ซึ่งเจ้าหน้าที่ต้องเดินเท้าเข้าไปประมาณ 2 กิโลเมตร ส่วนลูกของพังสร้อยทองที่หายตัวไป จะติดตามหาอีกครั้งหนึ่งในภายหลัง

ทั้งนี้ เมื่อวันที่ 2 พฤษภาคมที่ผ่านมา พระครูภาวนาสุทธาจารย์ (หลวงพ่อสาคร ธัมมาวุโธ) เจ้าอาวาสวัดเวฬุวันวนาราม (วัดเวฬุวัน) ต.ท่าขนุน อ.ทองผาภูมิ จ.กาญจนบุรี ประธานมูลนิธิคชสาร และนายปฐม แหนกลาง อดีตผู้อำนวยการโรงเรียนบ้านปากลำห้วยปิล็อก พบแม่พังสร้อยทอง ช้างป่าทองผาภูมิ เพศเมีย อายุประมาณ 40- 50 ปี มีอาการป่วยแก้มซ้ายอักเสพอย่างรุนแรง จนแก้มบวมขนาดใหญ่ ออกหากินอยู่กับลูกเพศผู้อายุ ประมาณ 2 ปี จึงรีบแจ้งนายรัชสิต จงจรัสพร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ ร่วมเดินทางไปตรวจสอบ

หลังจากนายอนันต์ โพธิ์พันธุ์ ผู้อำนวยการสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ได้รับรายงาน จึงมอบหมายให้ สพ.ญ.กิตติยาภรณ์ เอี่ยมสะอาด สัตวแพทย์ศาสตร์กลุ่มงานจัดการสุขภาพสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สพ.ญ.ลักษณา ประสิทธิชัย สัตวแพทย์จากสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3 (บ้านโป่ง) ร่วมกับ ผศ.ดร.สพ.ญ.สุภาเพ็ญ ศรีพิบูลย์ สพ.ญ.สุธีรานันท์ พิพิธวณิชธรรม คณะสัตวแพทยศาสตร์มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ วิทยาเขตกำแพงแสน นายรัชสิต จงจรัสพร หัวหน้าอุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ พร้อมเจ้าหน้าที่อุทยานแห่งชาติทองผาภูมิ พระครูภาวนาสุทธาจารย์ (หลวงพ่อสาคร ธัมมาวุโธ) ประชุมหาแนวทางในการรักษามาอย่างต่อเนื่อง

โดยเมื่อวันที่ 8 มิถุนายนที่ผ่านมา คณะเจ้าหน้าที่ได้ยิงไซลาซีน (Xylazine) ที่เป็นยาซึม เมื่อยาออกฤทธิ์ คณะสัตวแพทย์จึงใช้เครื่องอัลตราซาวนด์ตรวจแก้มด้านซ้ายเพื่อหาสาเหตุของการบวม พบลักษณะเป็นของเหลวอยู่ภายในแก้ม จึงทำการดูดของเหลวออกมามีลักษณะเป็นน้ำใสปนเลือด และพบว่ามีการอักเสบ และมาอาการหนาตัวของเนื้อเยื่อแก้มด้านนอกและกระพุ้งแก้มด้านใน ทีมสัตวแพทย์จึงได้ทำการฉีดยาฆ่าเชื้อ รวมทั้งให้ยาลดการอักเสบและลดอาการปวด รวมทั้งให้วิตามิน และสารน้ำทางเส้นเลือด และได้เก็บตัวอย่างเลือด ตัวอย่างของเหลวที่แก้ม เพื่อนำไปตรวจวิเคราะห์สุขภาพทางห้องปฏิบัติการ เพื่อหาเชื้อแบคทีเรีย และระหว่างนี้คณะเจ้าหน้าที่ได้เฝ้าติดตามดูอาการของแม่พังสร้อยทอง อย่างใกล้ชิดมาโดยตลอด 52 วันที่ผ่านมา

สำหรับผลการตรวจแก้มและช่องปาก พบลักษณะการบวมและขยายขนาดของเนื้อเยื่อกระพุ้งแก้มที่อยู่ในช่องปาก ส่งผลให้ช่องปากมีพื้นที่ลดลงประกอบกับฟันด้านล่างซ้ายมีการโยกขยับตัวคล้ายกับการผลัดชุดฟันของช้างทำให้เคี้ยวอาหารได้ลำบาก แก้มด้านนอกเมื่อสัมผัสดูมีลักษณะเป็นเนื้อนิ่ม เกิดจากการอักเสบและหนาตัวของเนื้อแก้ม จากการอัลตราซาวนด์ พบว่าด้านในเป็นของเหลว จึงทำการเจาะดูดพบมีของเหลวสีใสปนเลือด ไม่พบสิ่งแปลกปลอมภายในช่อปาก เหงือก หรือแก้มด้านนอก

ส่วนผลการตรวจเลือด พบค่าตับไตอยู่ในเกณฑ์ปกติ ส่วนค่าเม็ดเลือดขาวต่ำกว่าปกติ สามารถพบเจอตอนที่ติดเชื้อรุนแรง หรือติดเชื้อในกระแสเลือด ซึ่งพังสร้อยทองยังไม่แสดงอาการที่บ่งชี้ไปในทางนั้น หรืออาจเกิดจากการอักเสบเรื้อรังร่วมกับการขาดสารอาหาร ทำให้กลไกของร่างกายพังสร้อยทองยังดำเนินไปเรื่อยๆ แต่ร่างกายสร้างทดแทนใหม่ไม่ทัน พบวาวะเลือดจางที่มาจากการอักเสบ และการขาดสารอาหารโดยตรง สรุปการที่ช้างกินอาหารได้ไม่ปกติ ทำให้เกิดภาวะขาดสารอาหารและเลือดจาง รวมทั้งมีอาการอักเสบเรื้อรังของร่างกาย ทำให้เม็ดเลือดต่างๆต่ำลง จึงติดเชื้อในกระแสเลือด ส่วนสาเหตุการเสียชีวิตที่แท้จริงนั้น คณะสัตวแพทย์ประจำสำนักบริหารพื้นที่อนุรักษ์ที่ 3(บ้านโป่ง)จะเก็บตัวอย่างเนื้อเยื้อไปพิสูจน์อีกครั้งหนึ่ง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...