โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หยุดมโน!! ‘พิชิต’ ยันเชื่อมจิตไม่มีในพระไตรปิฎก จ่อถกสำนักพุทธทั่วประเทศ

The Bangkok Insight

อัพเดต 17 พ.ค. 2567 เวลา 08.23 น. • เผยแพร่ 17 พ.ค. 2567 เวลา 08.23 น. • The Bangkok Insight

"พิชิต" รมต.นร. ยืนยันการเชื่อมจิตไม่มีในพระไตรปิฎก เตรียมเชิญสำนักพุทธฯ ทั่วประเทศ หารือทำความเข้าใจเพื่อทำงานเชิงรุก

นายพิชิต ชื่นบาน รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรี ในฐานะกำกับดูแลสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ (พศ.) นายอินทพร จั่นเอี่ยม ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ นายบุญเชิด กิตติธรางกูร ผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดนครปฐม ในฐานะคณะทำงานตรวจสอบ กลั่นกรอง ข้อมูล ข่าวสาร และการกระทำอันอาจส่งผลกระทบต่อความมั่นคงทางพระพุทธศาสนา และนายสมคิด เชื้อคง รองเลขาธิการนายกรัฐมนตรีฝ่ายการเมือง ร่วมแถลงข่าวกรณีเด็กเชื่อมจิต อาจารย์น้องไนซ์ โดยสรุปสาระสำคัญ ดังนี้

พระไตรปิฎก

นายพิชิต กล่าวว่า การแถลงข่าววันนี้ไม่ได้มีเจตนาที่จะใส่ร้ายบุคคลใดที่เกี่ยวข้องหรือสร้างความแตกต่าง ความขัดแย้งใด ๆ ซึ่งเป็นเรื่องที่ทุกคนต้องใช้สติ มีศีล สมาธิ และปัญญาที่จะต้องตัดสินใจให้ถูกต้องตามหลักธรรมคำสอน

ในส่วนของประเด็นข้อสงสัยที่มีการพูดถึงการเชื่อมจิตเชื่อได้หรือไม่นั้น ตนเองขอยืนยันว่า การเชื่อมจิตโดยวุฒิภาวะหรือสถานะอายุที่ยังไม่บรรลุนิติภาวะ อีกทั้งยังอยู่ในความปกครองของบิดา มารดา และการศึกษาที่ไม่ได้เรียนปริยัติธรรมอย่างที่ผู้ทรงคุณวุฒิเรียนเปรียญธรรมถึง 9 ประโยค

ดังนั้น การแสดงออกต่อสาธารณชน การกล่าวอ้างดังกล่าวไม่ปรากฏอยู่ในพระไตรปิฎก และขอยืนยันว่าในพระพุทธศาสนาฝ่ายเถรวาทไม่มีเรื่องการเชื่อมจิตและในประเทศไทยยึดเถรวาทเท่านั้น

ทั้งนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาจะร่วมทำงานเชิงรุกกับสำนักงานตำรวจแห่งชาติและผู้ทรงคุณวุฒิในด้านต่าง ๆ ร่วมกันหารือ ซึ่งการล่วงละเมิดกฎหมายบ้านเมืองเป็นอีกเรื่องที่สำคัญที่จะต้องมีการพิจารณาว่ามีใครเสียหายหรือไม่

หลังจากนั้น จะรายงานเรื่องดังกล่าวไปยังมหาเถรสมาคมให้รับทราบในวันที่ 20 พฤษภาคมนี้ และจะเชิญผู้อำนวยการสำนักพระพุทธศาสนาแห่งชาติทั่วประเทศ มาทำความเข้าใจและให้นโยบายเชิงรุกในวันพุธที่ 29 พฤษภาคมนี้ ณ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ พุทธมณฑล สาย 4 อำเภอพุทธมณฑล จังหวัดนครปฐม

ด้านผอ.สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ กล่าวว่า พศ. ไม่ได้นิ่งนอนนอนใจ หากมีการเผยแพร่เกิดขึ้น ทางคณะทำงานคุ้มครองพระพุทธศาสนาจะดำเนินรวบรวมข้อมูล คลิป รายละเอียดข่าวสารต่าง ๆ เพื่อดำเนินการขั้นต่อไป

นอกจากนั้นหากมีคำสอนที่ผิดเพี้ยนไป ได้กราบนมัสการพระมหาเถระ และขอคำปรึกษาคำแนะนำ และให้ พศ. ดำเนินการอย่างมีสติและรอบคอบ ละเอียดอ่อน เนื่องจากเป็นเรื่องละเอียดอ่อน และจะส่งผลกระทบต่อเด็กและครอบครัว โดยทาง พศ. ได้จัดตั้งคณะกรรมการตรวจสอบข้อมูลข่าวสารในการกระทำที่ทำให้เกิดผลกระทบต่อความมั่นคงทางพระพุทธศาสนา

ทั้งนี้ พศ. ไม่มีอำนาจในการห้าม หรือระงับยับยั้งบุคคลที่เผยแพร่คำสอนทางพระพุทธศาสนาจากพระไตรปิฎก แต่ได้ดำเนินการประสานกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาโดยตลอด โดยเฉพาะจังหวัดสุราษฎร์ธานี ได้ทำงานร่วมกันอย่างรอบคอบ รัดกุม ส่วนอำนาจเกี่ยวข้องกับหน่วยงานราชการใดจะดำเนินการและยกระดับมาตรการขึ้นมาตามกระบวนการกฎหมายที่หน่วยงานนั้น ๆ รับผิดชอบ

ในส่วนภาคเอกชนที่มีการยื่นเรื่องไปยังกองบัญชาการตำรวจสอบสวนกลางเป็นที่เรียบร้อย เป็นหน้าที่ของ พศ. ในการให้ความกระจ่าง และข้อเท็จจริงที่ถูกต้อง ตามที่รัฐมนตรีประจำสำนักนายกรัฐมนตรีได้ให้นโยบายไว้ ทั้งนี้ เรื่องหลักธรรมคำสอนขอให้เป็นหน้าที่ของมหาเถรสมาคม ในการควบคุมกำกับดูแลให้เรียบร้อย และจะเตรียมเข้าประชุมมหาเถรสมาคมเพื่อทราบและจะรายงานให้ทราบอีกครั้งหนึ่ง

ขณะที่นายบุญเชิด กล่าวว่า ในกรณีการเชื่อมจิต ได้มีการตรวจสอบในพระไตรปิฎกแล้ว ไม่ปรากฏหลักฐานแต่อย่างใด การเชื่อมจิตนั้นนอกจากไม่ปรากฏแล้ว ยังขัดต่อหลักธรรมคุณ 6 ประการ ซึ่งธรรมของพระพุทธองค์นั้น ผู้ใดปฏิบัติจะพึงเห็นชัดด้วยตัวเอง ผู้ใดไม่ปฏิบัติ ไม่บรรลุ ผู้อื่นจะบอกก็เห็นไม่ได้ อีกทั้งวิญญูชนพึงรู้เฉพาะตน ทั้งนี้ กรณีการเชื่อมจิตนั้น เป็นเรื่องไม่จริง

สำหรับสิ่งที่แถลงในวันนี้ เจ้าหน้าที่ตำรวจสามารถนำไปเป็นพยานหลักฐานเพื่อทำความเข้าใจ รวมทั้งสามารถเชิญผู้อำนวยการสำนักงานพระพุทธศาสนาจังหวัดปทุมธานีไปทำการสอบสวนเพื่อให้ได้ความจริง

ทั้งนี้ การล่วงละเมิดกฎหมายบ้านเมืองเป็นอีกเรื่องหนึ่งซึ่งจะต้องพิจารณาว่ามีใครเสียหายหรือไม่และเป็นเรื่องที่เจ้าหน้าที่ตำรวจจะต้องดำเนินการต่อไป ส่วนในประเด็นครอบครัวหรือเด็กนั้น ทางกรมกิจการเด็กและเยาวชนได้เข้ามาดำเนินการเรียบร้อยแล้ว

จากนี้ สำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ และหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง จะร่วมกันทำงานเชิงรุก พร้อมจะให้ความร่วมมือกับการหน่วยงานบังคับใช้กฎหมาย โดยมีรัฐธรรมนูญเป็นกฎหมายคุ้มครองสิทธิ มีการพิสูจน์ความจริงแต่การบังคับใช้กฎหมายที่เกี่ยวข้องกับกระบวนการยุติธรรมทางอาญานั้น

ต้องเห็นใจสำนักงานพระพุทธศาสนาแห่งชาติ ที่ไม่มีอำนาจที่จะไปออกหมายเรียกได้ ซึ่งกระบวนการทางอาญาเป็นเรื่องของหน่วยงานบังคับใช้กฎหมายของบ้านเมือง

อ่านข่าวเพิ่มเติม

ติดตามเราได้ที่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...