“อนุทิน” แจ้ง “นายกรัฐมนตรี” แล้ว เตรียมโหวต “ไม่เห็นด้วย” นำ “กัญชา” กลับเป็นยาเสพติด
“อนุทิน” เผยแจ้ง “นายกรัฐมนตรี” แล้วเหตุไม่สบายใจหากนำ “กัญชา” กลับเป็นยาเสพติด มองต้องมีข้อมูลให้มากกว่านี้ ย้ำไม่เกี่ยวพรรคร่วม เป็นเรื่องของคณะกรรมการ ป.ป.ส. ไม่จำเป็นคุย “สมศักดิ์” เพราะไม่อยากขัดแย้ง
อนุทิน ชาญวีกรกูล รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงมหาดไทย กล่าวถึงปัญหาการนำ“กัญชา” กลับไปเป็นยาเสพติด ว่า เรื่องนี่เป็นเรื่องของระดับกระทรวง ไม่ใช่เรื่องของรัฐบาล ซึ่งตนเองได้ชี้แจงต่อนายกรัฐมนตรี และนายภูมิธรรม เวชยชัย รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงพาณิชย์ ว่า ในส่วนของพรรคภูมิใจไทยมีความไม่สบายใจตรงจุดไหนบ้าง และคิดว่าควรจะศึกษาข้อมูลอีกเยอะก่อนที่จะตัดสินใจว่าจะนำกัญชากลับเป็นยาเสพติดหรือไม่ พร้อมกับได้เรียนนายกรัฐมนตรีว่า ในส่วนของกระทรวงที่กำกับ และต้องเข้าร่วมประชุมกับคณะกรรมการ ป.ป.ส. ก็ต้องสงวนท่าที และขอโหวตไม่เห็นด้วย ซึ่งมองว่าข้อมูลในคณะกรรมการ ป.ป.ส. ยังมีอะไรที่ไม่สมบูรณ์ และคณะกรรมการที่ตั้งขึ้นมาก็ชุดเดียวกันกับที่เคยนำกัญชาออกจากยาเสพติด ทั้งโครงสร้าง และตัวบุคคล จึงเห็นว่าน่าจะมีข้อมูลอะไรที่เพิ่มมากขึ้น ถ้าหากจะตัดสินใจเรื่องสำคัญแบบนี้ ส่วนที่ต้องเรียนนายกรัฐมนตรี เพราะเป็นหัวหน้าส่วนรัฐบาล และเรื่องนี้ไม่ได้นำเข้าที่ประชุมคณะรัฐมนตรี ซึ่งนายกรัฐมนตรี ได้ตอบกลับว่า เรื่องนี้ต้องนำไปพูดคุยกัน และต้องไปดูว่ารับฟังเหตุผลจากฝั่งตนเองอย่างไร ซึ่งนายกรัฐมนตรีตอบมาแบบนี้ก็ต้องเคารพ
อนุทิน ยังย้ำว่า เรื่องนี้ไม่เกี่ยวข้องกับพรรคร่วมรัฐบาล เป็นเรื่องของคนทำงาน เมื่อครั้งที่ตนเองเป็นรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข ก็ได้รับข้อมูลจากหน่วยงานภายใน แต่เมื่อมีรัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุขคนใหม่ถึงไม่ยืนยันข้อมูลตามเดิมให้กับรัฐมนตรีคนใหม่ได้รับทราบ และทำไมคณะกรรมการที่มีปลัดกระทรวงสาธารณสุขเป็นประธาน กลับเห็นชอบให้นำกัญชากลับเป็นยาเสพติดอีก
ส่วนเหตุผลที่รัฐบาลอยากนำกัญชากลับเป็นยาเสพติดเป็นเพราะพรรคเพื่อไทยเคยหาเสียงในเรื่องนี้ไว้หรือไม่ นายอนุทิน มองว่า ทุกพรรคมีนโยบายเป็นของตัวเอง แต่หากมีข้อมูลต่างกันก็นำมาพิจารณา
อนุทิน ยังระบุว่า เรื่องนี้ไม่จำเป็นจะต้องพูดคุยกับ สมศักดิ์ เทพสุทิน รัฐมนตรีว่าการกระทรวงสาธารณสุข เพราะไม่อยากให้เกิดความขัดแย้ง แม้จะมีความเห็นต่างกัน พร้อมย้ำว่า เรื่องของกัญชายังบังคับใช้ตามประกาศของกระทรวงสาธารณสุขอยู่