เปิดลิสต์ 10 อันดับ เมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก พนมเปญ แซงหน้า กรุงเทพ รั้งอันดับ 2 เมืองค่าครองชีพสูงสุดในอาเซียน
เปิดรายชื่อ 10 อันดับ เมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลก สำหรับชาวต่างชาติที่ย้ายมาทำงานหรืออยู่อาศัย โดยกรุงเทพติดอันดับ 3 เมืองที่ค่าครองชีพสูงสุดในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ รองจากพนมเปญและสิงคโปร์
ในยุคปัจจุบัน มีผู้คนโยกย้ายไปทำงานในประเทศอื่น ๆ มากขึ้น ด้วยเหตุผลหลากหลายประการ ตั้งแต่ข้อเสนอด้านค่าจ้างที่สูงกว่า ไปจนถึงความต้องการปรับตัวเข้าสู่วัฒนธรรมใหม่ ๆ อย่างไรก็ตาม การย้ายไปทำงานในต่างประเทศนั้นมีสิ่งที่ต้องคำนึงถึงและเป็นสิ่งที่ไม่สามารถหลีกเลี่ยงได้ นั่นก็คือค่าครองชีพ
โดยล่าสุด Mercer บริษัทที่ปรึกษาระดับโลก ได้เปิดเผยรายงานการจัดอันดับ เมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุดในโลกประจำปี 2567 หรือ Cost of Living City Ranking 2024**
เมืองค่าครองชีพสูง วัดจากอะไร?
การจัดอันดับได้สำรวจเปรียบค่าใช้จ่ายในด้านต่าง ๆ อย่างครอบคลุมมากกว่า 200 รายการ โดยค่าใช้จ่ายเหล่านี้รวมถึง ค่าเช่าที่อยู่อาศัย ค่าเดินทาง ค่าอาหาร ค่าเสื้อผ้า ค่าข้าวของเครื่องใช้ในครัวเรือน ค่าใช้จ่ายด้านความบันเทิง ค่าใช้จ่ายด้านสาธารณูปโภค ค่าใช้จ่ายด้านการศึกษา ไปจนถึงอัตราภาษีท้องถิ่นในแต่ละประเทศ
การสำรวจดังกล่าวเก็บข้อมูลจาก 226 เมืองทั่วโลก โดนใช้มหานครนิวยอร์กเป็นเกณฑ์มาตรฐานในการจัดอันดับ และใช้สกุลเงินดอลลาร์สหรัฐเป็นเกณฑ์ในการวัดความผันผวนของค่าเงินในสกุลเงินต่าง ๆ
ปัจจัยเบื้องหลังเมืองแสนแพง
ปัจจัยหลักที่เป็นตัวขับเคลื่อนค่าครองชีพคือ อัตราเงินเฟ้อที่สูง ความตึงเครียดทางเศรษฐกิจและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ที่เพิ่มสูงขึ้น โดยปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้ค่าใช้จ่ายพุ่งขึ้นในแทบทุกด้าน โดยเฉพาะค่าที่อยู่อาศัย ซึ่งในช่วงปี 2566 จนถึงปี 2567 ต้นทุนด้านอสังหาริมทรัพย์ทั่วโลกผันผวนอย่างมาก
นอกจากนี้แล้ว อุปทานที่อยู่อาศัยไม่เพียงพอที่จะตอบสนองอุปสงค์ในระดับสูงได้ ส่งผลให้ราคาบ้านพุ่งขึ้น และราคาค่าเช่าบ้านในเมืองต่าง ๆ มีความแตกต่างกันมากเช่นกัน โดยเมืองที่ติด 10 อันดับแรก ต่างที่มีต้นทุนที่อยู่อาศัยเพิ่มขึ้น เช่น ฮ่องกงและสิงคโปร์ มีราคาบ้านพุ่งขึ้น 8% นิวยอร์ก 7% และซูริค 6%
ความท้าทายที่ชาวต่างชาติต้องเผชิญ
นางอีวอนน์ เทรเบอร์ หัวหน้าฝ่ายการย้ายถิ่นฐานทั่วโลกของ Mercer กล่าวว่า ชาวต่างชาติที่ตั้งใจย้ายไปทำงานต่างประเทศ หรือได้รับมอบหมายให้ไปทำงานต่างประเทศ อาจจำเป็นต้องปรับไลฟ์สไตล์การใช้ชีวิตของพวกเขาเพื่อให้สอดคล้องกับค่าครองชีพที่สูง ซึ่งเพียงแค่ความต้องการขั้นพื้นฐานอาจทำให้บางส่วนเผชิญกับความยากลำบากใช้การดำเนินชีวิต
ค่าใช้จ่ายพื้นฐาน โดยเฉพาะค่าที่อาศัยอาจยิ่งมีความท้าทายเป็นพิเศษในเมืองที่มีอัตราจำนวนประชากรเพิ่มขึ้นสูง หรือมีพื้นที่จำกัดจนทำให้การพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เป็นเรื่องยาก ซึ่งจะทำให้พนักงานที่เป็นชาวต่างชาติต้องสูญเสียค่าใช้จ่ายจำนวนมากไปกับค่าที่อยู่อาศัย ส่งผลให้รายได้หลังหักภาษีแล้วเหลือน้อยลง
สำหรับรายชื่อ 10 อันดับ "เมืองที่แพงที่สุด" เนื่องจากมีค่าครองชีพสูงสุดที่โลก ได้แก่
1. ฮ่องกง
2. สิงคโปร์
3. ซูริค - สวิตเซอร์แลนด์
4. เจนีวา - สวิตเซอร์แลนด์
5. บาเซิล - สวิตเซอร์แลนด์
6. เบิร์น - สวิตเซอร์แลนด์
7. นิวยอร์ก - สหรัฐ
8. ลอนดอน - อังกฤษ
9. แนสซอ - บาฮามาส
10. ลอสแอนเจลิส - สหรัฐ
หากไม่นับ สิงคโปร์ แล้ว กรุงเทพมหานคร ติดอันดับ เมืองที่มีค่าครองชีพสูงที่สุด เป็นอันดับ 2 ของอาเซียน โดย 5 เมืองในเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ที่ติดอันดับดังกล่าว ได้แก่
1. พนมเปญ - กัมพูชา (อันดับที่ 123)
2. กรุงเทพมหานคร - ไทย (อันดับที่ 129)
3. มะนิลา - ฟิลิปปินส์ (อันดับที่ 131)
4. จาการ์ตา - อินโดนีเซีย (อันดับที่ 157)
5. ฮานอย - เวียดนาม (อันดับที่ 172)
ในทางตรงกันข้าม 10 อันดับ เมืองที่มีค่าครองชีพต่ำที่สุด สำหรับชาวต่างชาติที่เข้ามาพำนักและทำงานในประเทศ ได้แก่
1. อาบูจา - ไนจีเรีย
2. ลากอส - ไนจีเรีย
3. อิสลามาบัด - ปากีสถาน
4. บิชเคก - คีร์กีซสถาน
5. การาจี - ปากีสถาน
6. บลันไทร์ - มาลาวี
7. ดูชานเบ - ทาจิกิสถาน
8. เดอร์บัน - แอฟริกาใต้
9. วินด์ฮุก - นามิเบีย
10. ฮาวานา - คิวบา
อ้างอิง : cnbc.com, mercer.com
📌 อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ สถานการณ์รอบโลก ทั้งหมด ได้ที่นี่ 📌