โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

UK: The Digital Gateway เจาะตลาด E-Commerce สหราชอาณาจักร สู่โอกาสทางการค้าออนไลน์ใหม่ของผู้ประกอบการไทย

Marketing Oops

อัพเดต 20 มิ.ย. 2568 เวลา 12.56 น. • เผยแพร่ 20 มิ.ย. 2568 เวลา 07.59 น. • Marketing Oops!

ปัจจุบันสถานการณ์การค้าโลกมีการเปลี่ยนแปลงอย่างก้าวกระโดด ส่งผลให้รูปแบบทางการค้าโลกไม่ได้จำกัดอยู่แค่การค้าในรูปแบบเดิม (General Trade) เพียงเท่านั้น การค้าออนไลน์ข้ามพรมแดน (Cross Border E-Commmerce) ได้เข้ามามีบทบาททางการค้าในยุคดิจิทัลมากยิ่งขึ้น การที่ผู้ประกอบการไทยจะสามารถแข่งขันในการค้าออนไลน์โลกนั้นไม่ใช่เรื่องง่าย

การมีช่องทางที่จะสามารถ พาผู้ประกอบการทุกท่านไปบุกตลาดการค้าออนไลน์ต่างประเทศในการทดลองตลาดโลกจึงเป็นสิ่งสำคัญ ซึ่งโครงการร้าน TOPTHAI by DITP ถือได้ว่าเป็นโครงการสำคัญที่จะช่วยผลักดันผู้ประกอบการไทยในการส่งออกสินค้าศักยภาพไปขายบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับโลกได้ และเป็นอีกกลไกสำคัญในการเชื่อมโยงตลาดทางการค้าและสินค้าไทยให้กับผู้ประกอบการไทยสู่ผู้บริโภคทั่วโลก ผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซระดับสากลได้ ซึ่งครั้งนี้จะพาไปเจาะลึกอีกหนึ่งในตลาด E-Commerce สำคัญที่เป็นที่น่าจับตามอง คือ ตลาด E-Commerce ในสหราชอาณาจักร (UK) ซึ่งกำลังกลายเป็นอีกหนึ่งโอกาสใหม่สำหรับผู้ประกอบการไทยในอนาคต

ภาพรวมตลาด E-Commerce ในสหราชอาณาจักร

จากรายงานผลสำรวจของเว็บไซต์ Statista พบว่า ในปี 2567 ตลาด E-Commerce ของสหราชอาณาจักร (UK) เป็นตลาดสำคัญอันดับ 3 ของโลก รองจากจีน และสหรัฐอเมริกา ตามลำดับ [1] โดยคาดการณ์ว่าในปี 2568 ตลาด E-Commerce ของสหราชอาณาจักรจะมีมูลค่า 141.8 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ [2] และมีการคาดการณ์ว่าการค้าออนไลน์ของสหราชอาณาจักรจะมีมูลค่าถึง 185.97 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2572 [2] จึงนับได้ว่าตลาดE-Commerce สหราชอาณาจักร เป็นตลาด E-Commerce ที่ใหญ่ที่สุดในภูมิภาคยุโรป

(ที่มา: https://www.mobiloud.com/blog/ecommerce-market-size-by-country)

ช่องทางยอดนิยม: แพลตฟอร์มที่ผู้บริโภคอังกฤษเลือกใช้

รายงานผลสำรวจข้อมูลจาก Statistaพบว่า ในปี 2567 แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำในสหราชอาณาจักรที่ได้รับความนิยมมากที่สุด ได้แก่

อันดับที่ 1 Amazon.co.uk ยังคงครองตำแหน่งผู้นำอย่างแข็งแกร่งด้วยยอดขายมูลค่า 16.1 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดย Amazon.co.uk เป็นแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่ผู้บริโภคชาวสหราชอาณาจักรร้อยละ 86 นิยมใช้ซื้อสินค้า ทั้งนี้ ร้อยละ 70 ของผู้บริโภคในสหราชอาณาจักรมีการซื้อสินค้าจากเว็บไซต์ Amazon อย่างน้อย 1 ครั้ง/เดือน

อันดับที่ 2 Tesco.com ซึ่งเป็นแพลตฟอร์มออนไลน์ของเครือซูเปอร์มาร์เก็ต Tesco มียอดขายมูลค่า 7.22 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ โดยเน้นสินค้าซูเปอร์มาร์เก็ตและของใช้ในชีวิตประจำวัน

อันดับที่ 3 Sainsbury’s.co.uk เครือซูเปอร์มาร์เก็ต Sainsbury’s มียอดขายมูลค่า 6.6 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็นอีกหนึ่งแพลตฟอร์มค้าปลีกที่ผู้บริโภคใน UK ให้ความไว้วางใจแสดงให้เห็นว่าผู้บริโภคในสหราชอาณาจักรนิยมใช้บริการแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่หลากหลาย โดยเฉพาะอย่างยิ่งแพลตฟอร์มที่มีชื่อเสียงและมีความน่าเชื่อถือรวมถึงแพลตฟอร์มของซูเปอร์มาร์เก็ตรายใหญ่ทีตอบสนองความต้องการในชีวิตประจำวันได้อย่างครบวงจรแพลตฟอร์มเหล่านี้ไม่เป็นแค่เพียงศูนย์กลางของการซื้อขายสินค้าเท่านั้น แต่ยังเป็นจุดเชื่อมสำคัญที่เปิดโอกาสให้ผู้ประกอบการจากต่างประเทศ โดยเฉพาะจากเอเชียตะวันออกเฉียงใต้ อย่างประเทศไทย ได้เข้าถึงผู้บริโภคสหราชอาณาจักรอย่างมีประสิทธิภาพ

ที่มา : www.statista.com/forecasts/870307/united-kingdom-top-online-stores-united-kingdom-ecommercedb [3]

โอกาสของสินค้าไทยในตลาดE-commerce UK:ชี้ช่องรุกตลาดดิจิทัล

สหราชอาณาจักรขึ้นแท่นเป็นตลาด E-commerce ที่มีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง ผู้บริโภคอังกฤษโดยเฉพาะกลุ่มอายุ 25-34 ปี ซึ่งซื้อสินค้าเฉลี่ย 6 ครั้งต่อเดือน หันมานิยมซื้อสินค้าออนไลน์มากขึ้นอย่างชัดเจน ทั้งนี้ กลุ่มอายุ 25-34 ปี มีสัดส่วนมากที่สุดที่ร้อยละ 23.2 ในทางตรงกันข้าม กลุ่มอายุ 18-24 ปีมีสัดส่วนน้อยที่สุดที่ร้อยละ 13.9 โดยมีความแตกต่างจากกลุ่มอายุ 25-34 ปี อยู่ที่ร้อยละ 9.3 [4] นี่คือโอกาสทองของผู้ประกอบการไทยในการขยายช่องทางการจำหน่ายสินค้าผ่านแพลตฟอร์ม E-commerce เพื่อเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายได้อย่างกว้างขวางขึ้น เพิ่มศักยภาพการแข่งขัน และสร้างผลกำไรด้วยต้นทุนที่ต่ำลง สินค้าไทยที่มีศักยภาพ โดยเฉพาะสินค้าอาหารและไลฟ์สไตล์ ควรได้รับการผลักดันสู่ตลาดออนไลน์ โดยร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า ซูเปอร์มาร์เก็ต และผู้ค้าปลีกรายใหญ่ในสหราชอาณาจักร ซึ่งส่วนใหญ่มีช่องทางจำหน่ายออนไลน์ควบคู่ไปกับหน้าร้าน

การจับมือกับพันธมิตรเหล่านี้เพื่อจัดกิจกรรมส่งเสริมการขายและประชาสัมพันธ์สินค้าไทยผ่านแพลตฟอร์มออนไลน์ของพวกเขา เช่น Argos, Tesco, Amazon และ Ocado จะช่วยเพิ่มโอกาสให้สินค้าไทยเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายขึ้น โดยอาจนำเสนอสิทธิประโยชน์หรือส่วนลดพิเศษ “Hot Deal” เพื่อดึงดูดใจผู้ซื้อ อย่างไรก็ตาม การแข่งขันในตลาด E-commerce สหราชอาณาจักรนั้นสูงมาก โดยมีผู้เล่นรายใหญ่อย่าง Amazon และเครือซูเปอร์มาร์เก็ตชั้นนำ ผู้ประกอบการไทยจึงจำเป็นต้องศึกษาและทำความเข้าใจพฤติกรรมและความคาดหวังของผู้ซื้อออนไลน์อย่างถ่องแท้ ให้ความสำคัญทั้งเรื่องราคาและข้อมูลรายละเอียดคุณภาพของสินค้า รวมทั้ง กฎ ระเบียบ และเงื่อนไขของแต่ละแพลตฟอร์ม ทั้งนี้จากรายงานผลการสำรวจจาก Statista ระบุว่า จากการจัดทำผลสำรวจออนไลน์จากจำนวนผู้ทำการตอบแบบสำรวจกว่า 4,746 ราย [5] พบว่า สินค้าที่นิยมซื้อออนไลน์ในสหราชอาณาจักร 3 อันดับแรก คือ:

  • แฟชั่น (เสื้อผ้า , รองเท้า , กระเป๋าและเครื่องประดับ)
  • เครื่องสำอางและผลิตภัณฑ์ดูแลร่างกาย
  • เครื่องใช้ไฟฟ้า

การมุ่งเน้นสินค้าในกลุ่มเหล่านี้ พร้อมการนำเสนอที่น่าสนใจและตอบโจทย์ความต้องการของผู้บริโภค จะช่วยให้สินค้าไทยประสบความสำเร็จในตลาด E-commerce ของสหราชอาณาจักรได้อย่างแน่นอน

TOPTHAI: โอกาสของผู้ประกอบการไทยบนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำ

โครงการร้าน TOPTHAI เป็นอีกหนึ่งโครงการศักยภาพที่ดำเนินการโดยกรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ (DITP) ได้ริเริ่มขึ้นตั้งแต่ ปี 2563 มุ่งเน้นผลักดันการส่งออกสินค้าไทยไปยังต่างประเทศ ผ่านแพลตฟอร์มพันธมิตรของDITPเพื่อช่วยผู้ประกอบการไทยและผลักดันภาคธุรกิจไทยให้สามารถปรับตัวเข้าสู่การค้าโลกในยุคดิจิทัลได้ ผ่านการจัดกิจกรรมพัฒนาผู้ประกอบการเพื่อเตรียมความพร้อมการเข้าสู่การค้าออนไลน์ โดย DITP ได้ขยายความร่วมมือกับแพลตฟอร์มชั้นนำทั่วโลก และจัดตั้งร้าน TOPTHAI บนแพลตฟอร์มต่าง ๆ ซึ่งปัจจุบันมีกว่า 10 แพลตฟอร์ม ใน 11 ประเทศ ได้แก่ 1) Amazon (สหรัฐอเมริกา) 2) Tmall China (จีน) 3) Bigbasket (อินเดีย) 4) Klangthai (กัมพูชา) 5) Blibli.com (อินโดนีเซีย) 6) PChome Thai (ไต้หวัน) 7) Shopee (สิงคโปร์/มาเลเซีย/ฟิลิปปินส์) 8) Lazada 9) Rakuten (ญี่ปุ่น) และล่าสุด 10) LetsTango (สหรัฐอาหรับเอมิเรตส์) [6]

โดยโครงการร้าน TOPTHAI เป็นโมเดลที่ช่วยให้ SMEs ไทยมีโอกาสทดลองตลาด ช่วยลดต้นทุนในการดำเนินการ ช่วยเสริมภาพลักษณ์สร้างความน่าเชื่อถือ และมีทีมผู้เชี่ยวชาญช่วยทำประชาสัมพันธ์และการตลาด ปัจจุบันมีผู้ประกอบการไทยเข้าร่วมโครงการกว่า 2,500 ราย และมียอดขายที่เกิดขึ้นจริงรวมมากกว่า 800 ล้านบาท ทั้งนี้ โครงการ TOPTHAI มีแผนตั้งเป้าที่จะขยายร้าน TOPTHAI ไปยังตลาดศักยภาพอื่น ไม่ว่าจะเป็นตลาดสำคัญในภูมิภาคเอเชียตะวันออก ภูมิภาคยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาด E-Commerce ในสหราชอาณาจักร อาทิ Amazon.co.uk นอกจากนี้ ยังมีแผนขยายความร่วมมือกับห้างสรรพสินค้า/ซูเปอร์มาร์เก็ต ที่มีแพลตฟอร์มออนไลน์ ในตลาดเป้าหมายอื่น ๆ อาทิ ประเทศในภูมิภาคยุโรป

ซึ่งหากผู้ประกอบการไทยที่มีความพร้อมในการส่งออกและมีความประสงค์อยากทดลองขายสินค้าไทยออนไลน์บนแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซชั้นนำเพื่อทดลองตลาด โครงการ TOPTHAI อาจเป็นอีกหนึ่งช่องทางเลือกที่จะเป็นโอกาสในการขยายตลาดให้ผู้ประกอบการไทยได้โดยสามารถเข้าศึกษาคุณสมบัติและรายละเอียดเพิ่มเติมได้ที่เว็บไซต์ https://www.thaitrade.com/topthai/

ข้อควรรู้ทางกฎหมายก่อนบุกตลาด UK [7]

การเข้าสู่ตลาด E-Commerce ในสหราชอาณาจักรไม่เพียงต้องพิจารณาเรื่องสินค้า ช่องทางจำหน่าย หรือการทำการตลาดดิจิทัลเท่านั้น แต่ “กฎหมายคุ้มครองผู้บริโภค” (Consumer Law) ก็เป็นอีกหนึ่งองค์ประกอบที่สำคัญอย่างยิ่ง โดยเฉพาะสำหรับผู้ประกอบการไทยที่ต้องการสร้างความน่าเชื่อถือในตลาดต่างประเทศ และหลีกเลี่ยงปัญหาทางกฎหมายในอนาคตแม้สหราชอาณาจักร (UK) จะออกจากสหภาพยุโรป (EU) แล้ว แต่หลายมาตรฐานทางกฎหมายของ EU ยังคงถูกนำมาใช้ในประเทศ รวมถึงกฎหมายคุ้มครองสิทธิของผู้บริโภคออนไลน์ ซึ่งมีผลบังคับใช้กับผู้ขายสินค้าในแพลตฟอร์มE-Commerce ทุกรูปแบบดังนั้น ผู้ประกอบการไทยควรศึกษากฎหมายคุ้มครองผู้บริโภคของ UK อย่างรอบคอบ โดยเฉพาะสิทธิการยกเลิกภายใน 14 วัน และรายละเอียดสินค้าก่อนชำระเงิน เช่น ชนิดของสินค้า ราคา และข้อมูลของผู้ซื้อ เพื่อให้ผู้ซื้อได้ทำการตรวจสอบก่อนการชำระเงินซึ่งมีผลบังคับใช้กับผู้ขายออนไลน์ทุประเภท แม้จะขายผ่านแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซก็ตาม ในกรณีของผู้ประกอบการรายเล็กที่ไม่มีเว็บไซต์เป็นของตัวเอง และใช้ แพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซที่มีการดำเนินการอยู่แล้ว โดยผู้ประกอบการควรตรวจสอบว่าปฏิบัติตามกฎของรัฐบาลสหราชอาณาจักรหรือไม่

พร้อมมุ่งสู่ตลาดUK อย่างมั่นใจ ด้วยกลยุทธ์ที่ชัดเจนและยั่งยืน

เมื่อพิจารณาทั้งในด้านพฤติกรรมผู้บริโภค เทคโนโลยี และกฎระเบียบต่าง ๆ สหราชอาณาจักรจึงไม่ได้เป็นเพียงตลาดขนาดใหญ่ แต่ยังเป็น “ตลาดที่ใช่” สำหรับสินค้าไทยที่มีคุณภาพและพร้อมแข่งขันในระดับสากล ความร่วมมือระหว่างโครงการ TOPTHAI กับแพลตฟอร์ม

อีคอมเมิร์ซชั้นนำพันธมิตรของ DITP ที่มีแผนจะขยายความร่วมมือกับแพลตฟอร์มอีคอมเมิร์ซในตลาดสหราชอาณาจักรในอนาคต จะเป็นอีกหนึ่งโครงการฯ สำคัญที่จะช่วยให้ผู้ประกอบการไทยสามารถก้าวข้ามข้อจำกัดเดิม และเข้าถึงผู้บริโภคในตลาดยุโรป โดยเฉพาะอย่างยิ่งตลาดอังกฤษได้อย่างมั่นใจผ่านมุมมองเชิงลึกในการสร้างธุรกิจไทยให้สามารถเติบโตสู่ระดับโลกได้

🔗ติดต่อ:

สนใจเข้าร่วมโครงการหรือศึกษาข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่: http://www.thaitrade.com/topthai

หรือหากมีข้อสงสัยเพิ่มเติม/สอบถามเพิ่มเติมได้ที่ digitalnet@ditp.go.th

Social Media (ผ่านช่องทาง Facebook/Tiktiok/Instagram/Youtube): TOPTHAI by DITP

อ้างอิงจากแหล่งข้อมูล:

[1] https://www.mobiloud.com/blog/ecommerce-market-size-by-country และhttps://www.sellerscommerce.com/blog/largest-ecommerce-markets/

[2] https://www.statista.com/outlook/emo/ecommerce/united-kingdom และ

https://www.statista.com/forecasts/1438045/revenue-e-commerce-e-commerce-marketunitedkingdom#:~:text=The%20revenue%20in%20the%20e,broad%20range%20of%20additional%20markets

[3] https://www.statista.com/forecasts/870307/united-kingdom-top-online-stores-united -kingdom-ecommercedb

และ https://www.statista.com/statistics/1186167/internet-sales-share-by-retail-sector-uk/

[5] https://www.statista.com/forecasts/997800/most-popular-categories-for-online- uk#:~:text=Among%20UK%20consumers%20the%20two,in%20the%20UK%2C%20in%202023. และ https://anchanto.com/the-uk-e-commerce-industry-everything-you-need-to-know/

[4] https://www.statista.com/forecasts/1325979/users-ecommerce-market-age-distribution-united-kingdom

[6] กรมส่งเสริมการค้าระหว่างประเทศ ข้อมูลโครงการร้าน TOPTHAI

[7] https://www.legislation.gov.uk/uksi/2002/2013/contents และ

https://www.theguardian.com/small-business-network/2014/jul/03/ecommerce-legal

สำนักงานส่งเสริมการค้าในต่างประเทศ ณ กรุงลอนดอน รายงานคู่มือการค้าออนไลน์ข้ามพรมแดนในสหราชอาณาจักร (Cross Border E-Commerce)

Related posts:

No related posts.

อ่านบทความทั้งหมด ที่ MarketingOops.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...