โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

นิกเกอิ ปิดตลาดลบ 313.11 จุด เงินเยนแข็งค่า-กังวลสถานะการคลังของสหรัฐฯ

การเงินธนาคาร

อัพเดต 22 พ.ค. 2568 เวลา 16.41 น. • เผยแพร่ 22 พ.ค. 2568 เวลา 09.41 น.

ดัชนี นิกเกอิ ตลาดหุ้นโตเกียวปิดลบในวันนี้ (22 พ.ค.) แตะระดับต่ำสุดในรอบ 2 สัปดาห์ ตามแรงกดดันจากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้น ซึ่งส่งผลกระทบโดยตรงต่อหุ้นกลุ่มส่งออก ประกอบกับความกังวลที่เพิ่มขึ้นเกี่ยวกับสถานะการคลังของสหรัฐฯ ที่ย่ำแย่ลง

สำนักข่าวเกียวโดรายงานว่า ดัชนี นิกเกอิ ปิดตลาดที่ระดับ 36,985.87 จุด ลดลง 313.11 จุด หรือ -0.84% ซึ่งเป็นระดับต่ำสุดนับตั้งแต่วันที่ 8 พ.ค.

หุ้นที่ปรับตัวลงนำโดยกลุ่มขนส่งทางอากาศ กลุ่มอุปกรณ์การขนส่ง รวมถึงกลุ่มผลิตภัณฑ์น้ำมันและถ่านหิน

ตลาดหุ้นโตเกียวถูกกดดันจากภาวะขาลงของทั้งตลาดหุ้น พันธบัตร และค่าเงินดอลลาร์สหรัฐเมื่อคืนที่ผ่านมา ขณะเดียวกัน เงินเยนก็ยังคงแข็งค่าขึ้นต่อเนื่อง หลังการพบปะหารือระหว่างคัตสึโนบุ คาโตะ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังญี่ปุ่น และสก็อตต์ เบสเซนต์ รัฐมนตรีว่าการกระทรวงการคลังสหรัฐฯ

เซอิจิ ซูซูกิ หัวหน้านักวิเคราะห์ตลาดหุ้นจากสถาบันวิจัยโตไก โตเกียวกล่าวว่า "การเทขายสินทรัพย์สามประเภทพร้อมกันในตลาดการเงินสหรัฐฯ ดูเหมือนจะส่งผลกระทบต่อบรรยากาศการลงทุนมากกว่าผลลัพธ์จากการประชุมทวิภาคี"

บรรดาโบรกเกอร์ระบุว่า หุ้นกลุ่มยานยนต์ซึ่งเน้นการส่งออกถูกเทขายอย่างหนัก เนื่องจากเงินเยนที่แข็งค่าขึ้นจะกระทบผลกำไรจากต่างประเทศเมื่อแปลงกลับเป็นเงินเยน ขณะที่หุ้นกลุ่มเทคโนโลยีขนาดใหญ่ก็ปรับตัวลงตาม จากการดีดตัวขึ้นของอัตราดอกเบี้ยระยะยาวของญี่ปุ่น

ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตตลาดหุ้นจีนลบในวันนี้ (22 พ.ค.) ตามทิศทางตลาดหุ้นทั่วโลกที่ปรับตัวลงท่ามกลางความวิตกกังวลเกี่ยวกับแนวโน้มด้านการคลังของสหรัฐฯ

ทั้งนี้ ดัชนีเซี่ยงไฮ้คอมโพสิตปิดที่ 3,380.19 จุด ลดลง 7.39 จุด หรือ -0.22%

ตลาดหุ้นทั่วโลกได้รับแรงกดดันจากความวิตกกังวลว่าหนี้สินของรัฐบาลสหรัฐฯ อาจปรับตัวสูงขึ้น หากสภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่นำเสนอโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ขณะที่นักวิเคราะห์เตือนว่า การปรับลดอัตราภาษีครั้งใหม่จะทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ มีภาระหนี้เพิ่มขึ้นอีก 3-5 ล้านล้านดอลลาร์ จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 36.2 ล้านล้านดอลลาร์

หุ้นที่ปรับตัวลงในวันนี้รวมถึงหุ้น Contemporary Amperex ลดลง 1.4%, หุ้น Gotion High-Tech ร่วงลง 2.8%, และหุ้น Tianjin Motor ดิ่งลง 2.8%

ดัชนีฮั่งเส็งตลาดหุ้นฮ่องกงปิดลบในวันนี้ (22 พ.ค.) จากความกังวลว่าหนี้สินของรัฐบาลสหรัฐฯ อาจปรับตัวสูงขึ้น หากสภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลที่นำเสนอโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ โดยขณะนี้ปธน.ทรัมป์พยายามโน้มน้าวสมาชิกพรรครีพับลิกันให้โหวตสนับสนุนร่างกฎหมายดังกล่าว

ดัชนีฮั่งเส็งปิดตลาดที่ระดับ 23,544.31 จุด ลดลง 283.47 จุด หรือ -1.19%

ทั้งนี้ ร่างกฎหมายปรับลดภาษีเงินได้บุคคลธรรมดาและนิติบุคคลถือเป็นการสานต่อกฎหมายปฏิรูปภาษีปี 2560 ซึ่งเป็นผลงานสำคัญของปธน.ทรัมป์ขณะดำรงตำแหน่งประธานาธิบดีสมัยแรก แต่นักวิเคราะห์เตือนว่า การปรับลดอัตราภาษีครั้งใหม่จะทำให้รัฐบาลสหรัฐฯ มีภาระหนี้เพิ่มขึ้นอีก 3-5 ล้านล้านดอลลาร์ จากปัจจุบันอยู่ที่ระดับ 36.2 ล้านล้านดอลลาร์

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ปรับตัวลดลงกว่า 1% ในวันนี้ (22 พ.ค.) หลังนักลงทุนเทขายหุ้นบลูชิปส่วนใหญ่ ตามทิศทางดัชนีดาวโจนส์ของตลาดหุ้นนิวยอร์กที่ปิดร่วงลงเมื่อคืนที่ผ่านมา

ดัชนีคอมโพสิตตลาดหุ้นเกาหลีใต้ (KOSPI) ปิดที่ 2,593.67 จุด ลดลง 31.91 จุด หรือ 1.22%

รายงานระบุว่า ดัชนีดาวโจนส์ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดร่วงลง เนื่องจากอัตราผลตอบแทนพันธบัตรพุ่งขึ้น ท่ามกลางความวิตกกังวลว่าหนี้สินของรัฐบาลสหรัฐฯ อาจปรับตัวสูงขึ้นหากสภาคองเกรสผ่านร่างกฎหมายปรับลดอัตราภาษีเงินได้ที่นำเสนอโดยประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์

นักวิเคราะห์เปิดเผยว่า ตลาดหุ้นเกาหลีใต้ได้รับแรงกดดันอย่างชัดเจนจากทิศทางของตลาดหุ้นสหรัฐฯ ขณะเดียวกัน ตลาดยังขาดแรงหนุนที่ชัดเจน จึงทำให้มีแนวโน้มที่จะอยู่ในภาวะระมัดระวังและรอดูทิศทางตลาดในช่วงนี้

หุ้นบลูชิปส่วนใหญ่ปิดตลาดในแดนลบ โดยหุ้น Samsung Electronics ลดลง 1.8% และ SK hynix ลดลง 1.8% ขณะที่ Hyundai Motor ร่วง 2.98% และ Hanhwa Ocean ลดลง 2.4%

หุ้น LG Energy Solution ลดลง 1.08% ขณะที่ Samsung Biologics ร่วง 1.82%

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...