โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

PETPAL ยื่นไฟลิ่งขายไอพีโอ 52 ล้านหุ้น เสริมแกร่งธุรกิจ “อาหารสัตว์เลี้ยง” ลุยเทรด mai

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 16 มิ.ย. 2568 เวลา 09.53 น. • เผยแพร่ 16 มิ.ย. 2568 เวลา 09.53 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายวสกร โมรากุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารและประธานเจ้าหน้าที่ฝ่ายการตลาด บริษัท เพ็ทพัล โปรดักส์ จำกัด (มหาชน) หรือ PETPAL เปิดเผยว่า บริษัทฯ ดำเนินธุรกิจรับจ้างผลิตอาหารสัตว์เลี้ยงชนิดแห้งแบบเม็ด (Dry Pet Food) ภายใต้แบรนด์ของลูกค้า (Original Design Manufacturer: ODM) พร้อมบริการแบบครบวงจร (One-stop Service) โดยครอบคลุมการให้คำปรึกษา การคิดค้นและพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ บรรจุภัณฑ์ การผลิต จัดเตรียมเอกสาร และจัดส่งสินค้า นอกจากนี้ ได้มุ่งเน้นการให้บริการที่มีความยืดหยุ่นเพื่อตอบสนองความต้องการที่หลากหลายของลูกค้า ทั้งที่เป็นเจ้าของแบรนด์ระดับสากลและลูกค้ารายใหม่ที่ต้องการสร้างแบรนด์สินค้าของตนเอง

ทั้งนี้ บริษัทฯ มีผู้บริหารที่มีองค์ความรู้และประสบการณ์ในอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงมานานกว่า 10 ปี และมีทีมผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านอาหารสัตว์เลี้ยงทำงานร่วมกับลูกค้าอย่างใกล้ชิดทุกขั้นตอน เริ่มตั้งแต่การคิดค้นและพัฒนาสูตรผลิตภัณฑ์ด้วยสูตรเฉพาะของบริษัทฯ เพื่อให้ได้ผลิตภัณฑ์ที่ตรงกับความต้องการของลูกค้าแต่ละราย การคัดสรรวัตถุดิบที่มีคุณภาพสูงและปลอดภัย การนำเทคโนโลยีที่ทันสมัยมาใช้ในกระบวนการผลิตและมีการตรวจสอบควบคุมคุณภาพทุกขั้นตอน

โดยโรงงานของบริษัทฯ ซึ่งตั้งอยู่ในจังหวัดสระบุรี ได้รับการรับรองมาตรฐานทั้งระดับประเทศและระดับสากล อาทิ มาตรฐานการผลิตที่ดี (GMP), มาตรฐานระบบการจัดการและควบคุมความปลอดภัยของอาหาร (GHP/HACCP – Food Safe) มาตราฐาน ISO22000, ISO9001:2015 ฯลฯ และมาตรฐานเฉพาะอื่น ๆ เช่น มาตรฐาน HALAL ที่รับรองผลิตภัณฑ์ของบริษัทฯ ว่าเป็นไปตามหลักของศาสนาอิสลาม, มาตรฐาน SUCI PURE ด้านความสะอาดและปลอดภัย เป็นต้น ซึ่ง ณ วันที่ 31 มีนาคม 2568 โรงงานมีกำลังการผลิต 36,000 ตันต่อปี

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังผลิตและจำหน่ายอาหารแมวและสุนัขชนิดเม็ดแบบแห้งภายใต้แบรนด์ของตนเอง (House Brand) เพื่อเพิ่มโอกาสขยายตลาดทั้งในและต่างประเทศ และเป็นกลยุทธ์สำคัญที่จะเพิ่มมูลค่าธุรกิจในระยะยาว รวมถึงเพิ่มยืดหยุ่นในการปรับตัวให้สอดคล้องกับตลาดที่มีแนวโน้มเปลี่ยนแปลงอยู่เสมอ โดยมีผลิตภัณฑ์ครอบคลุมตลาดทุกระดับ ได้แก่

1.) กลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับพรีเมี่ยม (Premium Grade) สำหรับลูกค้าที่ต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงที่ผลิตจากวัตถุดิบคุณภาพและมีคุณค่าทางโภชนาการสูง ได้แก่ อาหารแมวและสุนัข แบรนด์ Boom Gold และอาหารแมวแบรนด์ Animeals

2.) กลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับมาตรฐาน (Standard Grade) สำหรับลูกค้าที่ต้องการอาหารสัตว์เลี้ยงคุณภาพในราคาย่อมเยา ได้แก่ อาหารแมวและสุนัขแบรนด์ Boom และอาหารสุนัขแบรนด์ MYPETS และ 3.) กลุ่มผลิตภัณฑ์ระดับประหยัด (Economy Grade) โดยยังคงคุณค่าทางโภชนาการขั้นพื้นฐานสำหรับสัตว์เลี้ยง ได้แก่ อาหารแมวและสุนัขแบรนด์ Smillie

นายวสกร กล่าวต่อว่า บริษัทฯ ได้รับความไว้วางใจจากลูกค้าทั่วโลกและสามารถขยายธุรกิจอย่างต่อเนื่องในช่วงที่ผ่านมา ซึ่งมาจากข้อได้เปรียบเชิงการแข่งขันของบริษัทฯ ได้แก่

1.) มีผลิตภัณฑ์ที่มีคุณภาพสูงและกระบวนการผลิตที่ได้รับรองมาตรฐานระดับสากล โดยบริษัทฯ ยึดมั่นในคุณภาพ ความปลอดภัย และความรับผิดชอบต่อสัตว์เลี้ยงอย่างเคร่งครัดมาตลอด รวมถึงมุ่งเน้นการสร้างสรรค์ผลิตภัณฑ์ที่มีคุณค่าทางโภชนาการครบถ้วน เพื่อส่งเสริมสุขภาพและการเจริญเติบโตที่ดีของสัตว์เลี้ยง

2.) บริการที่ยืดหยุ่นและครบวงจรโดยทีมงานมืออาชีพเพื่อตอบสนองความต้องการของ SME และผู้ประกอบการรายใหม่ โดยมุ่งเน้นการพัฒนาสูตรอาหารสัตว์เลี้ยงแบบ In-House ด้วยทีมงานภายในทั้งหมด และส่งเสริมให้ลูกค้ามีส่วนร่วมในทุกขั้นตอนของการพัฒนาผลิตภัณฑ์

3.) มีกลุ่มลูกค้ากระจายตัวหลายประเทศและการทำตลาดที่หลากหลาย โดยบริษัทฯ ทำการตลาดทั้งแบบ B2B และ B2C ทั้งในและต่างประเทศ จึงช่วยกระจายความเสี่ยงกลุ่มลูกค้าและการพึ่งพารายได้จากประเทศใดประเทศหนึ่ง สะท้อนจากปี 2567 ลูกค้ารายใหญ่ที่สุดมีสัดส่วนรายได้เพียงร้อยละ 20 และมีการส่งออกผลิตภัณฑ์แบบ ODM และ House Brand กว่าร้อยละ 61

4.) อุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มเติบโตดีช่วยสนับสนุนการขยายตัวของบริษัทฯ บริษัทฯ มั่นใจว่าจะเติบโตอย่างแข็งแกร่งไปพร้อมกับภาพรวมอุตสาหกรรมและแนวโน้มการเลี้ยงสัตว์เพิ่มขึ้น โดย Fortune Business Insights ประเมินว่าตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงทั่วโลกปี 2567 มีมูลค่ารวม 126.66 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ และคาดว่าปี 2568-2575 จะมีมูลค่ารวมเพิ่มขึ้นจาก 132.92 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เป็น 193.65 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ เติบโตเฉลี่ยต่อปี (CAGR) ร้อยละ 5.52

5.) มีทีมผู้บริหารรุ่นใหมที่มีวิสัยทัศน์ โดยผู้บริหารและผู้ก่อตั้งบริษัทฯ (คุณวสกร โมรากุล CEO และคุณวัฒนา โมรากุล CFO) เห็นโอกาสเติบโตของอุตสาหกรรมอาหารสัตว์เลี้ยง จึงตั้งเป้าหมายยกระดับคุณภาพ สารอาหาร โภชนาการ และคุณประโยชน์ของอาหารสัตว์เลี้ยงให้เทียบเท่าอาหารของมนุษย์

ขณะที่นางสาวนลิน วิริยะเสถียร กรรมการผู้จัดการ ฝ่ายวาณิชธนกิจ บริษัทหลักทรัพย์ เมย์แบงก์ (ประเทศไทย) จำกัด (มหาชน) ในฐานะที่ปรึกษาทางการเงิน กล่าวว่า บมจ.เพ็ทพัล โปรดักส์ ได้เดินหน้าเข้าจดทะเบียนในตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ (mai) ปัจจุบันได้ยื่นแบบคำขออนุญาตเสนอขายหลักทรัพย์และแบบแสดงรายการข้อมูลการเสนอขายหลักทรัพย์ (แบบไฟลิ่ง) ต่อสำนักงาน ก.ล.ต.แล้ว เพื่อเตรียมเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนต่อประชาชนเป็นครั้งแรก (IPO)

โดยปัจจุบันมีทุนจดทะเบียน 75,384,500 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 150,769,000 หุ้น มูลค่าหุ้นที่ตราไว้ (พาร์) หุ้นละ 0.50 บาท โดยทุนที่ออกและเรียกชำระแล้วมีจำนวน 49,000,000 บาท แบ่งเป็นหุ้นสามัญจำนวน 98,000,000 หุ้น และจะเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนจำนวนทั้งสิ้นไม่เกิน 52,769,000 หุ้น คิดเป็นสัดส่วน ไม่เกินร้อยละ 35 ของจำนวนหุ้นสามัญที่ออกและชำระแล้วทั้งหมดของบริษัทฯ ภายหลังการเสนอขายหุ้นสามัญเพิ่มทุนในครั้งนี้ วัตถุประสงค์เพื่อนำไปใช้ขยายการลงทุนโครงการที่อยู่ระหว่างดำเนินงานและในอนาคต รวมถึงใช้เป็นเงินทุนหมุนเวียนในกิจการ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...