โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไม่พ้นทุนจีน! CK Hutchison จ่อดึง ‘บ.ชิปปิ้งแดนมังกร’ เข้าร่วมดีลขายกิจการท่าเรือมูลค่า $22,800 ล้าน เพื่อให้ได้รับ ‘ไฟเขียว’ จากปักกิ่ง

Manager Online

เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 05.08 น. • MGR Online

CK Hutchison ระบุวันนี้ (28 ก.ค.) ว่า บริษัทอยู่ระหว่างเจรจากับกลุ่มธุรกิจที่จะเข้ามาลงทุนท่าเรือมูลค่า 22,800 ล้านดอลลาร์สหรัฐเพื่อดึง “นักลงทุนเชิงกลยุทธ์รายใหญ่” สัญชาติจีนเข้ามามีส่วนร่วม หลังรัฐบาลจีนสั่งเปิดการสอบสวนดีลธุรกิจดังกล่าวท่ามกลางความตึงเครียดระหว่างจีนกับสหรัฐฯ ที่ทวีความรุนแรงขึ้น

กลุ่มธุรกิจยักษ์ใหญ่ที่มีฐานอยู่ในฮ่องกงได้ออกมาเปิดเผยเรื่องนี้เพียง 1 วัน หลังการเจรจาพิเศษกับกลุ่มนักลงทุนซึ่งนำโดยบริษัท แบล็กร็อค (BlackRock) ของสหรัฐฯ และบริษัทเดินเรือ MSC ซึ่งบริหารงานโดยครอบครัวของ จานลุยจิ อาปอนเต (Gianluigi Aponte) มหาเศรษฐีชาวอิตาลี สิ้นสุดลง

เมื่อเดือนมีนาคม ทั้ง 3 บริษัทดังกล่าวบรรลุข้อตกลงเบื้องต้นสำหรับการบริหารกิจการท่าเรือ 43 แห่งใน 23 ประเทศ รวมถึงท่าเรือสองแห่งตามแนวคลองปานามาที่มีความสำคัญเชิงยุทธศาสตร์

ไชน่า คอสโก ชิปปิง คอร์ป (China COSCO Shipping Corp) ซึ่งเป็นผู้ประกอบการท่าเรือสัญชาติจีน แสดงความสนใจที่จะเข้าร่วมลงทุนในกลุ่มธุรกิจนี้ ตามข้อมูลที่แหล่งข่าวเผยกับรอยเตอร์

แบล็กร็อค ปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็น ขณะที่ MSC และ COSCO ก็ยังไม่ตอบข้อซักถามจากผู้สื่อข่าวเช่นกัน

CK Hutchison ยอมรับว่า การปรับเปลี่ยนองค์ประกอบของกลุ่มธุรกิจและโครงสร้างของธุรกรรมนี้เป็นสิ่งจำเป็น เพื่อให้ได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล และจะเผื่อเวลาให้มากที่สุดเท่าที่จำเป็นเพื่อให้บรรลุเป้าหมายดังกล่าว

“เราได้ยืนยันหลายครั้งแล้วว่า จะไม่เดินหน้าธุรกรรมใดๆ หากไม่ได้รับอนุมัติจากหน่วยงานที่เกี่ยวข้องทั้งหมด” CK Hutchison ระบุในเอกสารที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ฮ่องกงในวันจันทร์ (28)

แหล่งข่าวผู้ไม่ประสงค์ออกนามระบุด้วยว่า CK Hutchison พร้อมที่จะเปิดรับข้อเสนอจากบริษัทอื่นๆ ด้วยหลังจากที่ช่วงเวลาเจรจาแบบ exclusive สิ้นสุดลงแล้ว

บริษัทปฏิเสธที่จะแสดงความคิดเห็นใดๆ นอกเหนือจากข้อมูลในเอกสารที่ยื่นต่อตลาดหลักทรัพย์ ทว่าสถานการณ์เช่นนี้ยิ่งเพิ่มความไม่แน่นอนให้กับดีลขายกิจการท่าเรือซึ่งริเริ่มขึ้นหลังจากประธานาธิบดี โดนัลด์ ทรัมป์ แห่งสหรัฐฯ เรียกร้องให้คลองปานามากลับมาอยู่ภายใต้การควบคุมของสหรัฐฯ จนกระพือความไม่พอใจทั้งต่อปานามาและจีน

ทรัมป์ ยกย่องข้อตกลงนี้ว่าเป็นการ "ทวงคืน" คลองปานามา หลังจากที่รัฐบาลของเขาเคยเรียกร้องให้ขับไล่จีนออกจากการถือครองกรรมสิทธิ์เหนือท่าเรือตามแนวคลองปานามา

สำนักงานกำกับดูแลตลาดแห่งรัฐของจีน (State Administration for Market Regulation) ประกาศจะตรวจสอบดีลขายกิจการท่าเรือของ CK Hutchison ว่าเป็นไปตามกฎหมายหรือไม่ เพื่อปกป้องการแข่งขันที่เป็นธรรมและผลประโยชน์ของสาธารณะ

สื่อที่ได้รับการสนับสนุนจากรัฐบาลจีนวิพากษ์วิจารณ์ข้อตกลงดังกล่าว โดยชี้ว่าเรื่องนี้กระทบต่อผลประโยชน์ของจีน และการขายท่าเรือตามข้อตกลงที่เป็นอยู่ในปัจจุบันจะเข้าข่ายเป็นการทรยศชาติ

CK Hutchison ระบุในถ้อยแถลง นักลงทุนรายใหม่ที่จะเข้ามาจะต้องมีสถานะเป็นสมาชิก "สำคัญ" ของกลุ่มบริษัท

"นี่เป็นพัฒนาการที่น่าสนใจ ในมุมมองของผม การที่นักลงทุนจากจีนจะเข้าไปมีอำนาจควบคุมส่วนใหญ่ในกลุ่มธุรกิจฟังดูไม่น่าจะเป็นไปได้ แต่หากเป็นนักลงทุนที่ถือหุ้นน้อยกว่า 50% ก็น่าจะทำให้ทุกคนพอใจ" เดวิด เบลนเนอร์แฮสเซตต์ ผู้เชี่ยวชาญด้านยุทธศาสตร์จาก Ballingal Investment Advisors ระบุ

เจพีมอร์แกน ระบุในจดหมายถึงลูกค้าว่า การเพิ่ม COSCO เข้าไปในกลุ่มบริษัทน่าจะช่วยบรรเทาความกังวลของรัฐบาลจีนได้บางส่วน และเพิ่มโอกาสที่ดีลนี้จะได้รับการอนุมัติจากหน่วยงานกำกับดูแล

บริษัทโบรกเกอร์ของสหรัฐฯ รายนี้ยังระบุด้วยว่า มีความเป็นไปได้ที่ข้อตกลงใหม่อาจจะไม่ครอบคลุมท่าเรือทั้งหมด โดยเฉพาะท่าเรือ 2 แห่งในคลองปานามา และกลุ่มผู้ซื้ออาจเปลี่ยนแปลงไปตามความกังวลด้านภูมิรัฐศาสตร์ซึ่งอาจจะส่งผลต่อราคาสุดท้ายได้

ที่มา: รอยเตอร์

website : mgronline.com
facebook : MGRonlineLive
twitter : @MGROnlineLive
instagram : mgronline
line : MGROnline
youtube : MGR Online VDO

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...