โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

"Ford" เรียกรถคืน 6.9 แสนคัน เหตุเสี่ยงไฟไหม้

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 28 ก.ค. 2568 เวลา 08.52 น.
Ford ประกาศเรียกคืนรถยนต์กว่า 694,000 คันทั่วโลก หลังพบความเสี่ยงจากหัวฉีดเชื้อเพลิงแตกและรั่วซึม ซึ่งอาจนำไปสู่การเกิดไฟไหม้ในห้องเครื่อง

บริษัท Ford Motor ประกาศเรียกคืนรถยนต์รุ่น Bronco Sport ปี 2021–2024 และ Escape ปี 2020–2022 รวมจำนวนมากกว่า 694,000 คันทั่วโลก หลังตรวจพบปัญหาหัวฉีดเชื้อเพลิงอาจเกิดรอยร้าวและมีการรั่วซึม ซึ่งในกรณีที่เชื้อเพลิงรั่วใกล้เครื่องยนต์หรือชิ้นส่วนท่อไอเสียที่มีความร้อนสูง อาจเพิ่มความเสี่ยงในการเกิดไฟไหม้ได้ การตรวจสอบเบื้องต้นของ Ford พบว่ามีรถยนต์ 8 คันที่เกิดไฟไหม้ใต้ฝากระโปรงเครื่องยนต์ โดยในจำนวนนี้ 6 คัน ไม่ได้รับการอัปเดตซอฟต์แวร์ควบคุมเครื่องยนต์ ซึ่งเป็นหนึ่งในแนวทางการแก้ไขปัญหาที่บริษัทเริ่มดำเนินการมาตั้งแต่ปี 2022

Ford ระบุว่าได้เริ่มพิจารณาปัญหานี้ร่วมกับสำนักงานบริหารความปลอดภัยการจราจรบนทางหลวงแห่งชาติ (NHTSA) มาตั้งแต่ปี 2022 และได้อนุมัติแผนเรียกรถคืนมาแล้ว3 ครั้งก่อนหน้านี้ ในเดือนพฤศจิกายน 2022 มีนาคม 2024 และมีนาคม 2025 พร้อมทั้งมีการอัปเดตซอฟต์แวร์ในกลุ่มรถที่ได้รับผลกระทบ

ระหว่างเดือนเมษายนถึงพฤษภาคม 2025 Ford ยังได้ตรวจสอบเพิ่มเติมถึงสาเหตุของรอยร้าวในหัวฉีดเชื้อเพลิง โดยให้ความสำคัญกับปัจจัยด้านการกัดกร่อน ซึ่งอาจเป็นตัวเร่งให้เกิดปัญหา

แม้จะยังไม่มีรายงานการบาดเจ็บจากเหตุการณ์ไฟไหม้ดังกล่าว แต่คณะกรรมการของ Ford ได้อนุมัติการเรียกรถคืนอีกครั้งในต้นเดือนกรกฎาคมที่ผ่านมา เพื่อดำเนินการอัปเดตซอฟต์แวร์ให้กับรถยนต์บางรุ่นโดยไม่เสียค่าใช้จ่าย จนกว่าจะได้มาตรการแก้ไขถาวร

ทั้งนี้ Ford เตรียมส่งจดหมายแจ้งเตือนเจ้าของรถเกี่ยวกับความเสี่ยงด้านความปลอดภัยในวันที่ 18 สิงหาคม และจะส่งจดหมายฉบับที่สองเมื่อมีแนวทางแก้ไขถาวร เจ้าของรถสามารถติดต่อที่ฝ่ายบริการลูกค้า Ford

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...