โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

“กองทุน Money Market” หลุมหลบภัยช่วง “ตลาดผันผวน”... ตั้งรับพิทักษ์เงินลงทุน “สภาพคล่องดี-ผลตอบแทนดีกว่าเงินฝาก” รอ “โอกาสลงทุน” !!!

Wealthy Thai

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 09 มิ.ย. 2568 เวลา 10.18 น. • สรวิศ อิ่มบำรุง

ลายแทงกองทุน: ปีนี้ “ตลาดหุ้นไทย” ปรับตัวลงมาแล้ว -18.84% มาอยู่ที่ระดับประมาณ 1,135 จุด แต่นักลงทุนบางกลุ่มก็ยังแนะให้ลดน้ำหนักการลงทุนและถือครอง “เงินสด” เพิ่มขึ้น เพื่อลดผลกระทบจากตลาดขาลงและรอจังหวะโอกาสในการลงทุน
ล่าสุดทาง Goldman Sachs” ออกมาซ้ำเติมอีกระลอกหั่นเป้าดัชนีปีนี้เหลือ 1,180 จุด จากเดิม 1,250 จุด พร้อมลดน้ำหนักหุ้นไทยเป็น Underweight” ยิ่งทำให้ภาพตลาดหุ้นไทยดูไม่ดีนัก
ส่วนใครจะหันไปถือครอง “เงินสด” เพื่อรอจังหวะลงทุนนั้น อีกทางเลือกที่น่าสนใจกว่าก็คือ “กองทุนตราสารตลาดเงิน” (Money Market) ที่มีสภาพคล่องสูง และยังให้ผลตอบแทนที่ดีกว่า “เงินสด/เงินฝากออมทรัพย์” อีกด้วย
ปีนี้ กองทุนกลุ่ม Money Market” ตามนิยามของ Morningstar” ให้ผลตอบแทนเป็น “บวก” ทั้งหมดเฉลี่ย +0.75% (ดีสุด +0.97%, ต่ำสุด +0.40%)
วันนี้ ทีมงาน ‘Wealthy Thai’ ได้คัดเอา 4 “กองทุนเด่น” ในกลุ่ม Money Market” ที่น่าสนใจมาฝากกัน

เปิด 4 "กองทุนเด่น" ธีม "Money Market"…หลุมหลบภัยยาม "ตลาดผันผวนสูง"-รอ "โอกาสลงทุน"

สำหรับ 4 “กองทุนเด่น”ที่คัดมาในครั้งนี้ เป็น “กองตราสารหนี้ระยะสั้น” 1 กอง และ “กองตราสารตลาดเงิน” อีก 3 กอง แต่ทั้งหมดจัดอยู่ในกลุ่ม Money Market” ของทาง Morningstar” เหมือนกัน
ประกอบด้วย

- “K-SF-A: กองทุนเปิดเค ตราสารหนี้ระยะสั้น ชนิดผู้ลงทุนทั่วไป ของบลจ.กสิกรไทย เป็นกองทุนในกลุ่ม Short Term General Bond” ความเสี่ยงระดับ 4 (ความเสี่ยงปานกลางค่อนข้างต่ำ) ที่เน้นลงทุน ตราสารหนี้" ทั้งในและต่างประเทศ อายุเฉลี่ย (Portfolio Duration) ไม่เกิน 1 ปี โดยลงทุนในต่างประเทศไม่เกิน 50% ของ NAV ลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมอื่นซึ่งอยู่ภายใต้การการบริหารจัดการได้ไม่เกิน 60% ของ NAV
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 เม.ย. 25) มีอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ 4.56 เดือน มี Yield to Maturity 1.98% ต่อปี
โดย 5 ประเทศที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย 1) ไทย 62.30%, 2) จีน 20.42%, 3) มาเลเซีย 5.57%, 4) กาตาร์ 3.84% และ 5) เกาหลีใต้ 3.75%
“ส่วน 5 ตราสารที่ลงทุนมากสุด ได้แก่ 1) ธ.แห่งประเทศไทย 40.63%,2) ก.การคลัง 8.24%,3) China Construction Bank Corporation 6.71%,4) Agricultural Bank Of China 4.59% และ5) CIMB Bank Bhd 4.39% ตามลำดับ”

- ถัดมาเป็น SCBMONEY(A): กองทุนเปิดไทยพาณิชย์ ตราสารตลาดเงิน ชนิดสะสมมูลค่า ของบลจ.ไทยพาณิชย์ เป็นกองทุนในกลุ่ม Money Market General” ความเสี่ยงระดับ 1 (เสี่ยงต่ำ) ที่เน้นลงทุน “เงินฝาก/ตราสารหนี้" แต่ไม่รวมถึงเงินฝากอิสลาม ที่มีกำหนดชำระหนี้คืนไม่เกิน 397 วัน นับแต่วันที่ลงทุน โดยอายุเฉลี่ย (Portfolio Duration)ณ ขณะใดๆ ไม่เกิน 92 วัน โดยกองทุนอาจลงทุนในหน่วยลงทุนของกองทุนรวมภายใต้การจัดการของบริษัทได้ไม่เกิน 100% ของ NAV
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 เม.ย. 25) มีอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ 2 เดือน 8 วัน มี Yield to Maturity 2.00% ต่อปี
โดย 3 สินทรัพย์ที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย 1) ตราสารหนี้เอกชน 51.92%, 2) พันธบัตรรัฐบาล/ธปท./รสก. 47.73% และ 3) เงินฝาก 3.55%
“ส่วน 5 ตราสารที่ลงทุนมากสุดตามผู้ออก ได้แก่ 1) ธ.แห่งประเทศไทย 47.73%,2) บจ.น้ำตาลมิตรผล 7.37%,3) บมจ.บางจาก ศรีราชา 7.37%,4) บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร 7.29% และ5) บมจ.เบทาโกร 6.31% ตามลำดับ”
มาต่อกันด้วย ES-CASH: กองทุนเปิดอีสท์สปริง บริหารเงิน ของบลจ.อีสท์สปริง เป็นกองทุนในกลุ่ม Money Market General” ความเสี่ยงระดับ 1 (เสี่ยงต่ำ) ที่เน้นลงทุน เงินฝาก/ตราสารหนี้" ที่มีกำหนดวันชำระหนี้เมื่อทวงถามไม่เกิน 397 วัน นับตั้งแต่วันที่ลงทุน โดยกำหนดอายุเฉลี่ย (Portfolio Duration) ณ ขณะใดๆ น้อยกว่าหรือเท่ากับ 92 วัน
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 เม.ย. 25) มีอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ 1 เดือน 22 วัน มี Yield to Maturity 1.81% ต่อปี
โดย 4 สินทรัพย์ที่ลงทุนมากสุด ประกอบด้วย 1) พันธบัตร 58.65%, 2) ตั๋วแลกเงิน+ตั๋วสัญญาใช้เงิน 37.21%, 3) เงินฝากและอื่นๆ 2.40% และ 4) ตั๋วเงินคลัง 1.73%
“ส่วน 5 ตราสารที่ลงทุนมากสุดตามผู้ออก ได้แก่ 1) ธ.แห่งประเทศไทย 58.65%,2) บมจ.ทุนธนชาต 4.90%,3) บมจ.เจริญโภคภัณฑ์อาหาร 4.76%,4) บมจ.ซีพีเอฟ (ปทท.) 4.74% และ5) บมจ.ราชธานีลิสซิ่ง 4.65% ตามลำดับ”

- ปิดท้ายกันด้วย TCMF: กองทุนเปิด ไทย แคช แมเนจเม้นท์ ชนิดเพื่อผู้ลงทุนทั่วไป ของบลจ.ยูโอบี เป็นกองทุนในกลุ่ม Money Market General” ความเสี่ยงระดับ 1 (เสี่ยงต่ำ) ที่เน้นลงทุน “ตราสารหนี้" ทั้งภาครัฐ/รัฐวิสาหกิจ ที่มีความมั่นคงและมีสภาพคล่องสูงเป็นหลัก
สำหรับหน้าตาพอร์ต (ณ วันที่ 30 เม.ย. 25) มีอายุเฉลี่ยของตราสารหนี้ 1 เดือน 13 วัน มี Yield to Maturity 1.90% ต่อปี
โดยสินทรัพย์ที่ลงทุนมากสุดจะอยู่ใน 2 สินทรัพย์ ประกอบด้วย 1) พันธบัตรรัฐบาลและที่มีรัฐบาลค้ำประกัน 74.86% และ 2) เงินฝาก/บัตรเงินฝาก/ตั๋วสัญญาใช้เงิน/ตั๋วแลกเงินที่บริษัทเอกชนออกตรงหรือธนาคารอาวัล 21.29%
“ส่วน 5 ตราสารที่ลงทุนมากสุดตามผู้ออก ได้แก่ 1) ธ.แห่งประเทศไทย 74.86%,2) บมจ.ธนาคารกรุงไทย 8.19%,3) บมจ.ซีพีเอฟ (ปทท.) 5.29%,4) บมจ.ธนาคารกรุงเทพ 3.44% และ5) บมจ.แลนด์ แอนด์ เฮ้าส์ 2.16% ตามลำดับ”
ในยามตลาดผันผวนจากความไม่แน่นอนของ “ภาษี Trump” ที่ยังไม่มีความชัดเจน ตลอดจน “หุ้นไทย” เองก็ยังดูไม่น่าสนใจไร้เสน่ห์ การปกป้องเงินลงทุนเพื่อรอจังหวะโอกาสลงทุนอาจเป็นทางเลือกที่น่าสนใจกว่าการจะไปมองหาโอกาสสร้างผลตอบแทนในภาวะเช่นนี้ เชื่อว่ากลุ่ม “กองตราสารตลาดเงิน” (Money Market) น่าจะเป็น “หลุมหลบภัย” ที่ใช้พักเงินและรอโอกาสลงทุนครั้งใหม่ได้เป็นอย่างดี
ผลการดำเนินงานในอดีตของกองทุน มิได้เป็นสิ่งยืนยันผลการดำเนินงานในอนาคต ผู้ลงทุนควรทำความเข้าใจ ลักษณะสินค้า เงื่อนไข ผลตอบแทน และความเสี่ยงก่อนตัดสินใจลงทุน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...