โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กนง. เสียงแตก! มติ 6:1 คงดอกเบี้ย 1.75% จับตาเศรษฐกิจครึ่งปีหลังเสี่ยงชะลอ

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 25 มิ.ย. 2568 เวลา 07.16 น. • เผยแพร่ 25 มิ.ย. 2568 เวลา 07.13 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงาน วันนี้ (25 มิ.ย.68) นายสักกะภพ พันธ์ยานุกูล เลขานุการคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) มีมติ 6 ต่อ 1 เสียง ให้คงอัตราดอกเบี้ยนโยบายไว้ที่ร้อยละ 1.75 ต่อปี ขณะที่มีกรรมการ 1 ท่านเห็นควรให้ปรับลดอัตราดอกเบี้ยร้อยละ 0.25 มาอยู่ที่ร้อยละ 1.50

โดยกรรมการเสียงข้างมากให้เหตุผลว่า แม้เศรษฐกิจไทยในช่วงครึ่งแรกของปี 2568 จะขยายตัวได้ดีกว่าที่ประเมินไว้จากการผลิตและการเร่งส่งออก แต่แนวโน้มข้างหน้ายังมีความไม่แน่นอนสูง จึงควรให้ความสำคัญกับจังหวะเวลาและประสิทธิผลของนโยบายการเงินและเพื่อรักษาขีดความสามารถของนโยบายการเงิน (policy space) ที่มีจำกัด

นอกจากนี้ กนง. ได้ปรับประมาณการเศรษฐกิจและอัตราเงินเฟ้อ ดังนี้ เศรษฐกิจไทยปี 2568 คาดว่าจะขยายตัวที่ร้อยละ 2.3 ได้รับแรงหนุนจากข้อมูลเศรษฐกิจไตรมาส 1 และ 2 ที่ดีกว่าคาด โดยเฉพาะการส่งออกสินค้าอิเล็กทรอนิกส์และการเร่งส่งออกไปสหรัฐฯ ขณะที่ เศรษฐกิจไทยปี 2569 คาดว่าจะขยายตัวชะลอลงเหลือร้อยละ 1.7

ส่วนอัตราเงินเฟ้อทั่วไปปี 2568 คาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 0.5 และปี 2569 คาดว่าจะอยู่ที่ร้อยละ 0.8 ด้านอัตราเงินเฟ้อพื้นฐานปี 2568 อยู่ที่ร้อยละ 1.0 และปี 2569 อยู่ที่ร้อยละ 0.9

ขณะเดียวกัน กนง. ระบุว่า เศรษฐกิจไทยมีแนวโน้มชะลอตัวลงตั้งแต่ช่วงครึ่งหลังของปี 2568 มีความเสี่ยงสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลกระทบจากนโยบายภาษีนำเข้าของสหรัฐ ซึ่งคาดว่าจะกระทบการส่งออกสินค้าของไทยมากขึ้น ขณะที่ การบริโภคภาคเอกชนมีแนวโน้มชะลอตัวลงตามรายได้และความเชื่อมั่นที่ลดลง ด้านภาคการท่องเที่ยว แม้รายรับจะยังขยายตัวจากค่าใช้จ่ายต่อหัว แต่นักท่องเที่ยวปรับลดลง

ส่วนสินเชื่อหดตัวสถาบันการเงินยังคงระมัดระวังในการปล่อยสินเชื่อ โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs และครัวเรือนรายได้ต่ำ ประกอบกับความต้องการสินเชื่อของภาคธุรกิจลดลงนอกจากนี้ คุณภาพสินเชื่อยังคงปรับตัวด้อยลง โดยเฉพาะสินเชื่อ SMEs และสินเชื่อที่อยู่อาศัย

ด้านอัตราแลกเปลี่ยน เงินบาทเทียบดอลลาร์ แข็งค่าขึ้นเล็กน้อย ซึ่งเป็นไปในทิศทางเดียวกับสกุลเงินในภูมิภาคจากปัจจัยภายนอก ทั้งนี้ คณะกรรมการฯ ประเมินว่าแนวโน้มเศรษฐกิจยังมีความไม่แน่นอนสูง และพร้อมจะปรับนโยบายการเงินให้เหมาะสมกับแนวโน้มและความเสี่ยงของเศรษฐกิจและเงินเฟ้อในระยะข้างหน้า

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...