โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

พิษภาษีทรัมป์36% จับตาต่างชาติตั้งฐานผลิตในไทยไปสหรัฐฯลดลง -ชิงตลาดใหม่เดือด

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 08 ก.ค. 2568 เวลา 20.43 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 01.38 น.

การที่โดนัลด์ ทรัมป์ ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาส่งจดหมายระบุว่าประเทศไทยจะต้องจ่ายภาษีนำเข้าสินค้าของประเทศไทยหากส่งไปขายที่สหรัฐอเมริกาที่อัตรา 36% ซึ่งเป็นอัตราภาษีล่าสุดที่ประเทศไทยต้องเผชิญ และเป็นอัตราเดียวกับที่รัฐบาลสหรัฐอเมริกาเคยประกาศไว้ตั้งแต่เดือนเมษายนที่ผ่านมา

นั่นหมายความว่ารัฐบาลประเทศไทยไม่สามารถเจรจาหรือต่อรองใดๆ ได้เลยในช่วงเวลาก่อนหน้านี้ นายสุรเชษฐ กองชีพ หัวหน้าฝ่ายวิจัยและที่ปรึกษา คุชแมน แอนด์ เวคฟีลด์ ประเทศไทย มองว่า การที่ประเทศไทยต้องเผชิญกับอัตราภาษีสูงระดับนี้สินค้าส่งออกของประเทศไทยไปสหรัฐอเมริกาอาจจะต้องหาตลาดรองรับใหม่

กระจายความเสี่ยง และเปิดตลาดการค้าใหม่ๆ กับประเทศที่อยู่ในกลุ่มการค้าเดียวกัน ภาคการค้าการส่งออกสินค้าไปสหรัฐอเมริกาของประเทศไทยได้รับผลกระทบเต็มๆ และคงส่งผลต่อภาคธุรกิจอื่นๆ และภาคเศรษฐกิจของประเทศไทยด้วยที่หากส่งออกได้ลดลงก็มีผลต่อการขยายตัวของเศรษฐกิจประเทศไทย

ย้อนไปดูสถิติของคณะกรรมการส่งเสริมการลงทุน (BOI) จะเห็นได้ชัดเจนว่านักลงทนจากประเทศจีนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง โดยข้อมูล ณ สิ้นปีพ.ศ.2567 นักลงทุนจากประเทศจีนเข้ามาลงทุนและได้รับการส่งเสริมการลงทุนจาก BOI รวมแล้วเป็นเงินลงทุนกว่า 174,440 ล้านบาทจากจำนวนโครงการกว่า 743 โครงการมากที่สุดอันดับที่ 2 รองจากนักลงทุนจากสิงคโปร์ที่ลงทุนรวม 224,362 ล้านบาท

ไตรมาสแรก68 ต่างชาติได้รับส่งเสริมBOI

โดยนักลงทุนจากประเทศจีนเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพิ่มขึ้นแบบชัดเจนช่วงปีพ.ศ.2566 เป็นต้นมา ซึ่งการเข้ามาของนักลงทุนจีนก่อนหน้านี้วัตถุประสงค์อาจจะไม่ใช่เพื่อการส่งออกไปประเทศอื่นๆ ในอาเซียนเท่านั้น แต่รวมไปถึงการผลิตเพื่อส่งออกไปทั่วโลก และนักลงทุนจากประเทศจีนไม่ได้เข้ามาในประเทศไทยมากที่สุด แต่ไปลงทุนในหลายประเทศในอาเซียนด้วย เพราะต้องการใช้สิทธิประโยชน์ทางภาษีจากประเทศไทยหรือประเทศอื่นๆ ในอาเซียน

ช่วง 3 เดือนแรกของปีพ.ศ.2568 ถ้าพิจารณาเฉพาะจำนวนโครงการที่ได้รับการอนุมัติส่งเสริมการลงทุน นักลงทุนจากประเทศจีนมีจำนวนโครงการมากที่สุด และมากกว่านักลงทุนจากประเทศอื่นๆ แบบชัดเจน แม้ว่าเรื่องของเงินลงทุนอาจจะไม่ใช่อันดับที่ 1 เพราะนักลงทุนาจากจีนมีวงเงินลงทุนอยู่อันดับที่ 3 ด้วยจำนวนรวม 46,697 ล้านบาท อันดับที่ 1 เป็นนักลงทุนจากสิงคโปร์

ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับภาคการลงทุน ภาคอุตสาหกรรม เป็นอีก 1 ภาคธุรกิจที่ได้รับผลกระทบเพราะก่อนหน้านี้นักลงทุนจากหลายประเทศอาจจะมองประเทศไทยเป็น 1 ในเป้าหมายการลงทุนเพื่อส่งสินค้าไปสหรัฐอเมริกา ถ้าเจออัตราภาษีขนาดนี้ การไปลงทุนในเวียดนามหรือบางประเทศในอาเซียนดูน่าสนใจกว่าทันที

การเข้ามาของนักลงทุนต่างชาติอาจจะลดลง เพราะถ้าอัตราภาษีขนาดนี้ไปเวียดนามหรือที่อื่นๆ ที่อัตราภาษีต่ำกว่า แล้วยังมีสิทธิประโยชน์จากประเทศนั้นๆ เพิ่มเติมอีก การลงทุนจากประเทศจีนที่เข้ามาเยอะรวมไปถึงประเทศอื่นๆ ที่เข้ามาลงทุนในประเทศไทยเพื่อเลี่ยงการส่งออกสินค้าโดยตรงจากประเทศจีนในช่วงที่ผ่านมาคงลดลง และหลายๆ บริษัทหรือกลุ่มนักลงทุนอาจจะต้องพิจารณาปรับแผนหรือรูปแบบการลงทุนใหม่หลังจากนี้

ในระยะยาวประเทศไทยยังไม่สามารถแก้ปัญหาหรือจัดการเรื่องนี้ได้ก็ต้องทำใจเรื่องการลดลงของการลงทุนจากต่างประเทศ แต่ก็ยังคงนักลงทุนต่างชาติเข้ามาลงทุนในประเทศไทยเช่นเดิม เพียงแต่กลุ่มที่ตั้งใจตั้งฐานการผลิตในประเทศไทยเพื่อส่งออกไปสหรัฐอเมริกาคงลดลง

นิคมอุตสาหกรรมอาจจะเห็นผลกระทบได้ชัดเจนที่สุด เพราะเป็นเรื่องของการตั้งโรงงานเพื่อผลิตสินค้าหรือผลิตภัณฑ์ต่างๆ โดยตรง รวมไปถึงอาคารคลังสินค้า โรงงานสำเร็จรูปที่อาจจะต้องรอดูผลกระทบในระยะยาวมากกว่า แต่คลังสินค้าในประเทศไทยเน้นเรื่องการกระจายสินค้าในภูมิภาคนี้มากกว่าจริงๆ แล้วนักลงทุนที่เข้ามาในประเทศไทยส่วนใหญ่มองเรื่องการส่งออกในภูมิภาคอาเซียน และส่วนอื่นๆ ของโลกไม่ได้ให้ความสำคัญกับประเทศใดประเทศหนึ่งเป็นหลัก จึงคาดว่าผลกระทบอาจจะไม่มากนัก

"หากประเทศไทยเจออัตราภาษีในการส่งสินค้าไปสหรัฐอเมริกาขนาดนี้ อัตราการขยายตัวทางเศรษฐกิจของประเทศไทยอาจจะลดลงต่ำกว่าที่คาดการณ์โดยเฉพาะถ้าหาตลาดทดแทนหรือระบายสินค้าไม่ได้มากพอ แต่อย่างไรก็ตาม มาตรการทางภาษีของสหรัฐอเมริกายังสามารถเปลี่ยนแปลงได้ตลอด ถ้าประเทศไทยยอมเปิดตลาดนำเข้าสินค้าจากสหรัฐอเมริกาเพิ่มเติมแบบที่บางประเทศยอมทั้งภาษีนำเข้าสินค้าจากสหรัฐอเมริกา เพิ่มการนำเข้าสินค้าบางอย่างที่ประเทศตนเองก็ผลิตได้ เป็นต้น แต่ ณ ตอนนี้ประเทศไทยยังไม่เปลี่ยนแปลงเรื่องนี้ก็ต้องยอมรับเรื่องอัตราภาษี 36% ต่อไป"

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...