โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บุกทลายเครือข่าย e-Money เถื่อน

สำนักข่าวไทย Online

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 13.55 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 05.25 น. • สำนักข่าวไทย อสมท

กทม. 9 ก.ค. – เปิดปฏิบัติการ “Bye Bye Dark Wallets” จับกุมกลุ่มผู้ให้บริการ e-Money เถื่อน รวบหัวแถว 12 คน พบเม็ดเงินหมุนเวียนไหลออกนอกประเทศรวมเกือบ 400 ล้านบาท

ตำรวจปราบปรามการกระทำความผิดเกี่ยวกับอาชญากรรมทางเศรษฐกิจ หรือ บก.ปอศ. ปูพรมเข้าตรวจค้นพื้นที่เป้าหมาย 10 จุด ในกรุงเทพฯ นนทบุรี ปทุมธานี นำหมายค้นเข้าตรวจสอบทั้งอาคารสำนักงาน โกดัง จับกุมกลุ่มผู้ต้องหา 12 ราย บุคคลและนิติบุคคล จากผลการสืบสวนของเจ้าหน้าที่ตำรวจ พบว่าทั้ง 5 บริษัท มีพฤติการณ์ในการกระทำความผิดอันเกี่ยวกับ พ.ร.บ.ระบบการชำระเงิน พ.ศ. 2560 ในรูปแบบการให้บริการเงินอิเล็กทรอนิกส์ มียอดเงินหมุนเวียนรวมกันเกือบ 400 ล้านบาท

ผลการตรวจค้น พบทรัพย์สินที่เกี่ยวข้องกับการกระทำความผิดหลายรายการ อาทิ คอมพิวเตอร์ 6 เครื่อง โทรศัพท์มือถือ 6 เครื่อง และพยานหลักฐานอื่นที่เกี่ยวข้องอีกหลายรายการ รวมถึงตรวจพบแพลตฟอร์มซึ่งไม่ได้รับอนุญาตตรงตามผลการสืบสวน

สำหรับพฤติการณ์ขบวนการนี้ มีผู้ประกอบธุรกิจแพลตฟอร์มบนเว็บไซต์ซึ่งมีลักษณะเป็นตัวกลาง ให้ผู้ใช้บริการสั่งซื้อสินค้าจากประเทศจีน เจ้าหน้าที่พบว่ามีกลุ่มมิจฉาชีพฉกฉวยโอกาสสร้างระบบเงินอิเล็กทรอนิกส์ (e-Money) ผูกกับบัญชีธนาคารหรือแอปพลิเคชันต่าง ๆ โดยไม่มีมาตรการกำกับดูแลผู้ใช้งาน ใช้เป็นช่องทางนำเงินออกนอกประเทศโดยไม่ได้รับอนุญาต เสี่ยงต่อความปลอดภัยผู้ใช้ หลบเลี่ยงภาษี เป็นช่องทางโอนเงินผิดกฎหมายหรือฟอกเงินเอื้อประโยชน์ธุรกิจสีเทา

รูปแบบการใช้บริการ ผู้ใช้ต้องสมัครสมาชิก เปิดบัญชีกระเป๋าเงินอิเล็กทรอนิกส์ เติมเงินผ่านการโอนเข้าบัญชีธนาคารของบริษัท ทำให้มีเงินจากประชาชนหลั่งไหลเข้าระบบจำนวนมาก อีกทั้งยังพบว่าหลายบริษัทใช้บุคคลอื่นที่ไม่เกี่ยวข้องมาเป็นผู้ถือหุ้นหรือกรรมการบริษัท โดยมีชาวจีนเป็นผู้ครอบครองและรับผลประโยชน์ที่แท้จริง

ทั้งนี้ หากการประกอบธุรกิจดังกล่าวไม่ได้ผ่านการตรวจสอบของหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง หรือเป็นการประกอบธุรกิจโดยมิจฉาชีพ มีการนำเงินออกนอกประเทศโดยไม่ผ่านการตรวจสอบ อาจก่อให้เกิดความเสียหายซึ่งกระทบต่อระบบเศรษฐกิจของประเทศอย่างร้ายแรง รวมถึงอาจก่อให้เกิดความเสียหายต่อประชาชนผู้ใช้งานเป็นวงกว้างเช่นกัน.-สำนักข่าวไทย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...