โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แมวสามสี VS แมวเปรอะ ต่างกันยังไง? เลือกเรียกให้ถูก

sanook.com

เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 09.00 น. • Sanook
ไขข้อสงสัย แมวสามสีกับแมวลายเปรอะ ต่างกันยังไง? ผ่านความแตกต่างเรื่องลวดลาย สีขน และเหตุผลทางพันธุกรรมที่คุณไม่เคยรู้

ในโลกของคนรักแมว คำว่า "แมวสามสี" และ "แมวลายเปรอะ" มักถูกใช้สลับกันไปมา จนบางครั้งอาจทำให้เกิดความสับสนได้ แม้ว่าแมวทั้งสองประเภทนี้จะมีความเชื่อมโยงกันทางพันธุกรรมและมักเป็นเพศเมียเหมือนกัน แต่ในทางนิยามและลักษณะของลวดลายขนแล้ว ก็มีความแตกต่างที่สำคัญอยู่ บทความนี้จะมาไขข้อกระจ่างเพื่อทำความเข้าใจความต่างของ "แมวสามสี" และ "แมวเปรอะ" อย่างถูกต้อง

แมวสามสีและแมวเปรอะ ต่างกันอย่างไร?

แมวสามสี (Calico Cat)

  • นี่คือคำนิยามที่ค่อนข้างเฉพาะเจาะจงในระดับสากล หมายถึงแมวที่มีสีขน 3 สีหลัก ที่มองเห็นได้อย่างชัดเจนบนตัว
  • สีหลักทั้งสามนั้นคือ สีขาว, สีดำ และสีส้ม (หรือเฉดสีที่เกี่ยวข้องกับส้ม เช่น แดง, ครีม, น้ำตาลอมส้ม)
  • โดยทั่วไปแล้ว สีขาวจะต้องเป็นส่วนประกอบที่ค่อนข้างโดดเด่นและเป็นปื้นใหญ่ๆ แยกจากสีดำและสีส้ม

แมวลายเปรอะ (Tortoiseshell Cat / Tortie)

  • เป็นคำที่ใช้เรียกแมวที่มีลวดลายขนที่ดูเหมือน "เปรอะ" หรือ "กระจัดกระจาย"
  • สีขนหลักของแมว Tortoiseshell คือ สีดำ (หรือน้ำตาลเข้ม, เทาเข้ม) และสีส้ม (หรือแดง, ครีม)
  • สิ่งสำคัญคือ แมว Tortoiseshell จะมีสีขาวน้อยมากหรือไม่ปรากฏเลย หากมีก็จะเป็นเพียงจุดเล็กๆ น้อยๆ ไม่ใช่ปื้นใหญ่ๆ เหมือน Calico
  • ลวดลายของ Tortoiseshell จะเป็นการผสมผสานของสีดำและส้มที่กลมกลืนกัน ดูคล้ายลายกระดองเต่า บางทีก็เป็นจุดเล็กๆ บางทีก็เป็นลายปื้นที่ไม่ชัดเจนมากนัก

ดังนั้นความแตกต่างที่สำคัญที่สุดคือ การมีอยู่ของ "สีขาว" ในปริมาณที่ชัดเจน ถ้ามีขาวเด่นชัด คือ Calico (สามสี) ถ้าไม่มีขาวเลย หรือมีน้อยมากจนมองไม่เห็นเป็นปื้น คือ Tortoiseshell แมวลายเปรอะที่แท้จริง

ความเหมือนทางพันธุกรรมเพศเมียเกือบทั้งหมด

ไม่ว่าจะเป็นแมวสามสี (Calico) หรือแมวลายเปรอะ (Tortoiseshell) ทั้งคู่ก็มีที่มาทางพันธุกรรมที่เหมือนกันคือ ยีนที่ควบคุมสีส้มและสีดำอยู่บนโครโมโซม X ทำให้แมวทั้งสองประเภทนี้ เป็นเพศเมียเกือบทั้งหมด (มากกว่า 99.9%)

  • แมวเพศเมีย (XX): มีโครโมโซม X สองตัว ทำให้สามารถมียีนที่แสดงออกเป็นสีส้มและยีนที่แสดงออกเป็นสีดำได้พร้อมกัน การที่เซลล์ต่างๆ สุ่มปิดการทำงานของโครโมโซม X ตัวใดตัวหนึ่งในระหว่างการพัฒนาของตัวอ่อน ทำให้เกิดเป็นลายขนสองสี (ดำและส้ม) ปรากฏขึ้นบนตัว
  • แมวเพศผู้ (XY): มีโครโมโซม X เพียงตัวเดียว จึงมียีนสีขนหลักได้แค่สีเดียวเท่านั้น (ไม่ส้มก็ดำ) ดังนั้น จึงไม่สามารถเกิดลายแบบ Calico หรือ Tortoiseshell ได้ ยกเว้นในกรณีที่หายากมากของการมีความผิดปกติทางโครโมโซม (XXY) ซึ่งแมวตัวผู้เหล่านั้นมักจะเป็นหมัน

ในโลกของคนรักแมว คำว่า "แมวสามสี" และ "แมวเปรอะ" มักถูกใช้สลับกันไปมา จนบางครั้งอาจทำให้เกิดความสับสนได้ แม้ว่าแมวทั้งสองประเภทนี้จะมีความเชื่อมโยงกันทางพันธุกรรมและมักเป็นเพศเมียเหมือนกัน แต่ในทางนิยามและลักษณะของลวดลายขนแล้ว ก็มีความแตกต่างที่สำคัญอยู่ บทความนี้จะมาไขข้อกระจ่างเพื่อทำความเข้าใจความต่างของ "แมวสามสี" และ "แมวเปรอะ" อย่างถูกต้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...