โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

โขลงช้างแม่ลูกอ่อน 5 ตัวยกพลบุกพังบ้านพักคนงานกลางดึกเละ

Khaosod

อัพเดต 10 ก.ค. 2568 เวลา 09.57 น. • เผยแพร่ 10 ก.ค. 2568 เวลา 09.57 น.

โขลงช้างป่าทับลานแม่ลูกอ่อน 5 ตัวยกพล บุกพังบ้านพักคนงานกลางดึกเละ รื้อเสบียงหาอาหารในตู้เย็น-ตู้กับข้าวเสียหาย นับเป็นวันที่ 6 ที่ออกจากทับลานหากินนอกพื้นที่

เมื่อเวลา 15.30 น.วันที่ 10 ก.ค.2568 ผู้สื่อข่าวรายงานจาก จ.ปราจีนบุรี พบในกลุ่มไลน์เครือข่ายเฝ้าระวังช้างป่า โดยผู้ใช้ชื่อนายสุริยะ หรือผู้ใหญ่แพ็ท ได้โพสต์ภาพ และคลิปการปฎิบัติงาน ผลความเสียหายจากการถูกโขลงช้างป่าจากอุทยานแห่งชาติทับลาน บุกรุกเข้ามาทำลายบ้านเรือนชาวบ้าน บุกเข้าโรงเรียน และ ยังบุกเข้าโครงการอนุรักษ์ และฟื้นฟูทรัพยากรป่าไม้

ผู้สื่อข่าวได้สอบถามผู้ใหญ่แพ็ท กล่าวว่า เมื่อคืนนี้หลังจากเฝ้าระวังช้างป่า ร่วมกับเจ้าหน้าที่ป่าไม้อุทยานทับลานเฝ้าระวังผลักดันโขลงช้างป่า แต่พบมีอุปสรรคคือฝนตกไม่สามารถปฏิบัติงานได้ จนกลางดึกปลอดผู้คน รวมถึงชุดเฝ้าระวังช้างป่า ราวเวลา 01.30 น.ของวันนี้โขลงช้างได้บุกเข้าทำลายที่พักคนงาน

ผู้สื่อข่าวลงพื้นที่ตรวจสอบ พบว่าโขลงช้างแม่แปรก หรือโขลงช้างแม่ลูกอ่อน ช้างป่าจากอุทยานแห่งชาติทับลานออกนอกผืนป่ามรดกโลก ยกโขลงบุกเข้าพังบ้านพักคนงานช่วงกลางดึกพังเสียหาย ก่อนเข้าป่าส่งเสียงร้องขู่คำรามลั่นป่า ขณะเกิดเหตุโชคดีที่ไม่มีคนงานอาศัยนอนพักอยู่ในบ้านพักหลังดังกล่าว

ตรวจสอบบ้านพักหลังดังกล่าว พบว่าเป็นของคนงาน ซึ่งทำไว้ให้คนงานพักอาศัยอยู่ในกลางสวนยูคาลิปตัส ช้างป่าพังบ้านพักคนงาน ซึ่งเป็นบ้านพักไม้ปลูกติดพื้น ฝาบ้านทำด้วยไม้และสังกะสี ถูกช้างป่าพังออกได้รับความเสียหาย 2 ด้าน และช้างยังรื้อค้นหาอาหารในตู้เย็น ในตู้กับข้าว ถังพลาสติกขนาด 200 ลิตร จำนวน 2 ใบและ1,000 ลิตร จำนวน 1ใบ โอ่งมังกรขนาดกลาง จำนวน 1 ใบหม้อหุงข้าว ทุบกระปุกปลาร้ากินจนแตกเสียหาย

นายสมัย ใจดี คนเฝ้าสวนยางที่เห็นเหตุการณ์กล่าวว่า ช่วงตี 1 กว่าที่ผ่านมา ขณะที่ตนเองกำลังจะกรีดยางพาราอยู่นั้นได้ยินเสียงโครมครามๆอยู่ข้างที่พักอาศัย และ ได้ยินเสียงช้างร้องดังลั่นป่า จึงส่องไฟดูในความมืดถึงกับตะลึง พบช้างให้แม่ลูกอ่อนตัวใหญ่กำลังพังและรื้อค้นในบ้านพักคนงานอย่างดุดัน

ตนเองส่งเสียงร้องบอกให้หยุดพังบ้านพักคนงานให้กลับเข้าป่าไป แต่ช้างแม่ลูกอ่อนยังคงพังบ้านพักต่อ อึดใจต่อมามีช้างอีก 3 ตัวรวมเป็น 5 ตัว เดินออกจากป่ามาสมทบช่วยกันรื้อบ้านพักหลังดังกล่าวด้วยความโมโห ตนเองได้ส่งเสียงร้องห้ามพอแล้วๆ และขอให้พากันเข้าป่าไป แต่ช้างก็ยังดื้อ พากันรื้อบ้านพักหลังดังกล่าว ค้นหาอาหารและทำลายข้าวของอย่างดุดัน ตนเองจึงตะโกนร้องขอ บอกไปอีกครั้งหนึ่ง ช้างป่าแม่ลูกอ่อนหยุด และร้องเสียงดังลั่นป่าหลายครั้ง พร้อมกับเดินพาช้างหนีเข้าป่าไป

ด้านนายธงชัย เจ้าของสวนป่ายูคาลิปตัวกล่าวว่า หลังจากทราบว่าช้างป่าเข้ามาพังบ้านพักของคนงานเมื่อช่วงเช้า จึงออกมาดูพบว่าโขลงช้างป่าพังบ้านพักของคนงาน ซึ่งยังไม่มีคนงานเข้ามาอาศัยอยู่ พูดไม่ออก เพราะเป็นครั้งที่ 2แล้ว ที่ถูกช้างป่าบุกทำลายที่พักคนงาน อยากจะฝากถึงทางเจ้าหน้าที่ให้เข้ามาติดตาฝูงช้างป่าเกรงว่าจะหวนกลับมาในหมู่บ้านอีก

ผู้สื่อข่าวรายงานเพิ่มเติมว่า นับเป็นวันที่ 6 ที่โขลงช้างป่าจากอุทยานแห่งชาติทับลาน ออกนอกผืนป่าเข้ามาหากินนอกพื้นที่ต่อเนื่องกัน โดยก่อนหน้านั้นทางอุทยานแห่งชาติทับลาน ร่วมกับ ศูนย์ช่วยเหลือประชาชนที่ได้รับผลกระทบจากสัตว์ป่า กรมอุทยานแห่งชาติ สัตว์ป่า และพันธุ์พืช สมาคมอนุรักษ์สัตว์ป่า (WCS) และเครือข่ายราษฎรเฝ้าระวังฯ ยังคงดำเนินการผลักดันช้างป่าที่ออกนอกป่าธรรมชาติ ในท้องที่ ต.แก่งดินสอ อ.นาดี จ.ปราจีนบุรี โดยเฉพาะบริเวณหมู่ 2 บ้านท่าสะตือ และหมู่ที่ 3 บ้านวังอ้ายป่อง อย่างต่อเนื่อง

เจ้าหน้าที่ได้ใช้โดรนตรวจจับความร้อน ประกอบลำโพงบินตรวจการณ์ พบช้างโขลงจำนวนรวมประมาณ 50 ตัว ซึ่งลดน้อยจากเดิม ที่มีอยู่คือ 70 ตัว ช้างได้แบ่งเป็นโขลงใหญ่ และโขลงย่อยรวม 4 โขลง แยกย้ายกันลงหากิน ซึ่งจากการตรวจสอบพบช้างโขลงประมาณ 7 ตัว มุ่งหน้าไปบริเวณบ่อลูกรัง พิกัด 47 P 823620N 1562295E ห่างจากหมู่บ้านวังอ้ายป่องประมาณ 1 กิโลเมตร

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : โขลงช้างแม่ลูกอ่อน 5 ตัวยกพลบุกพังบ้านพักคนงานกลางดึกเละ

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...