โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

การเมืองขาดเสถียรภาพ-ภาษีทรัมป์กดดัชนีเชื่อมั่นฯต่ำสุดรอบ28เดือน

The Better

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 05.55 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 06.00 น. • THE BETTER
ดัชนีเชื่อมั่นฯลดลงต่อเนื่อง เผชิญปัจจัยลบการเมืองไทยไม่นิ่ง ขณะที่สงครามการค้ากระทบต่อภาคส่งออก หวังการเจรจาภาษีสหรัฐจะได้ประโยชน์มากขึ้น เสี่ยงทำจีดีพีปีนี้ต่ำกว่า 1%

รศ.ดร.ธนวรรธน์ พลวิชัย อธิการบดีมหาวิทยาลัยหอการค้าไทย และประธานที่ปรึกษาศูนย์พยากรณ์เศรษฐกิจและธุรกิจ เปิดเผยถึง ผลการสำรวจดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคประจำเดือนมิถุนายน 2568 ปรับตัวลดลงจากระดับ 54.2 เป็น 52.7 ปรับตัวลดลงต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 และอยู่ในระดับที่ต่ำสุดในรอบ 28 เดือนนับตั้งแต่เดือนมีนาคม 2566 เป็นต้นมาเนื่องจากผู้บริโภคมีความกังวลเกี่ยวกับเสถียรภาพของรัฐบาลและการเมืองของไทยและสงครามการค้าจากนโยบายทรัมป์ 2.0 และรู้สึกว่าเศรษฐกิจไทยกำลังชะลอตัวอย่างต่อเนื่อง แม้ว่ารัฐบาลจะออกมาตราการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาลและธนาคารแห่งประเทศไทยได้ใช้นโนบายการเงินผ่อนคลายจากการลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายตั้งแต่ต้นปีมาแล้ว 2 ครั้งรวม 0.5% อยู่ที่ 1.75% แต่ผู้บริโภครู้สึกว่าเศรษฐกิจไทยยังฟื้นตัวได้ช้าและการเข้าถึงสินเชื่อลำบาก

ทั้งนี้ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับเศรษฐกิจโดยรวม ดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับโอกาสหางานทำโดยรวม และดัชนีความเชื่อมั่นเกี่ยวกับรายได้ในอนาคตอยู่ที่ระดับ 46.7 50.6 และ 60.9 ตามลำดับ ปรับตัวลดลงทุกรายการต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 โดยปรับตัวลดลงเมื่อเทียบกับดัชนีในเดือนพฤษภาคม ที่อยู่ในระดับ 48.1 51.9 และ 62.7 ตามลำดับ การที่ดัชนียังอยู่ในระดับต่ำกว่าปกติ (ที่ระดับ 100) แสดงว่า ผู้บริโภคยังไม่มีความมั่นใจเกี่ยวกับสถานการณ์ทางเศรษฐกิจ โอกาสในการหางานทำ และรายได้ในอนาคต เพราะมีความกังวลเกี่ยวกับสถานการณ์การเมืองในประเทศ และค่าครองชีพที่ยังทรงตัวอยู่ในระดับสูง ตลอดจนปัญหาเศรษฐกิจโลกที่มีความเสี่ยงเข้าสู่ภาวะชะลอตัวลงจากสงครามการค้าที่กำลังเกิดขึ้น ซึ่งจะส่งผลกระทบให้เศรษฐกิจไทยและการจ้างงานมีโอกาสฟื้นตัวได้ช้าในอนาคต ซึ่งจะทำให้รายได้ในอนาคตของผู้บริโภคมีความไม่แน่นอนสูง

“การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคโดยรวมยังคงเคลื่อนไหวคงอยู่ต่ำกว่าระดับ 100 แสดงให้เห็นว่า ผู้บริโภคยังคงเห็นว่าสถานการณ์เศรษฐกิจโดยรวมยังคงฟื้นตัวช้า และค่าครองชีพสูง ตลอดจนปัญหาสงครามการค้าที่มีแนวโน้มรุนแรงขึ้น ยังคงมีโอกาสบั่นทอนความเชื่อมั่นของผู้บริโภคทั้งในปัจจุบันและในอนาคตได้อย่างต่อเนื่องในระยะอันใกล้นี้

ด้านความเชื่อมั่นของผู้บริโภคในปัจจุบันปรับตัวลดลงจากระดับ 38.8 เป็น 37.6 ขณะที่ดัชนีความเชื่อมั่นในอนาคตปรับตัวลดลงจากระดับ 61.7 มาอยู่ที่ระดับ 60.1 การที่ดัชนีความเชื่อมั่นของผู้บริโภคปรับตัวลดลงทุกรายการต่อเนื่องเป็นเดือนที่ 5 แสดงว่า ผู้บริโภคเริ่มมีความเชื่อมั่นของบริโภคลดลงได้ในอนาคตหากสงครามการค้ารุนแรงขึ้นและเศรษฐกิจไม่สามารถจะกลับมาฟื้นตัวดีขึ้นได้อย่างรวดเร็วภายใต้มาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจของรัฐบาล

สำหรับดัชนีความเชื่อมั่นหอการค้าไทยเดือนมิ.ย. อยู่ที่ระดับ 43.5 ลดลงต่อเนื่องเช่นกัน โดยสิ่งที่ภาคเอกชนต้องการขอให้รัฐบาลออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติมเพื่อเพิ่มกำลังซื้อให้เกิดขึ้นมีเงินหมุนเวียนในระบบเศรษฐกิจ ขณะที่การเจรจาต่อรองภาษีกับสหรัฐมีผลต่อการส่งออกสินค้าที่เกี่ยวข้องกับไทย ส่วนการท่องเที่ยวอยากให้มีแนวทางกระตุ้นท่องเที่ยวนเมืองหลัก และมเองรอง ต่อเนื่อง

รศ.ดร. ธนวรรธน์ กล่าวว่าไม่แปลกใจดัชนีความเชื่อมั่นที่ตกลง โดยเฉพาะความเชื่อมั่นทางการเมืองเนื่องจากคนเริ่มกังวลมากขึ้น ซึ่งการสำรวจครั้งนี้ยังไม่ได้รวมกับแรงกระแทกของสงครามการค้าจากการประกาศอัตราภาษีนำเข้า 36% ของสหรัฐ โดยสะท้อนว่าความเชื่อมั่นเศรษฐกิจยังไม่ดี หากมองถึงสิ้นปีก็ยังไม่เห็นสัญญาณฟื้นตัว

“สิ่งที่รัฐบาลต้องเร่งดำเนินการคือ ควรมีมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจเพิ่มเติม ขณะที่การเจรจาภาษีสหรัฐไทยต้องได้ประโยชน์ ซึ่งเคยประเมินว่าหากไทยถูกเก็บภาษี 25-35% จะมีผลต่อจีดีพีปีละ 4-6 แสนล้านบาท และทำให้เศรษฐกิจขยายตัวต่ำกว่า1 % จากเป้าหมายที่วางไว้ 1.7%”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...