โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

เปิดลิสต์ 7 หุ้นปันผล น่าสะสม – เช็กด่วน!

หุ้นวิชั่น

อัพเดต 09 ก.ค. 2568 เวลา 10.00 น. • เผยแพร่ 09 ก.ค. 2568 เวลา 03.00 น. • HoonVision | หุ้นวิชั่น - หุ้น ข่าวหุ้น หุ้นไทยวันนี้ หุ้นวันนี้ หุ้นเด่น วิเคราะห์หุ้น ธุรกิจ การเงิน เศรษฐกิจ การลงทุน ดัชนีราคาหุ้น

หุ้นวิชั่น - ทีมข่าวหุ้นวิชั่น รายงาน บริษัทหลักทรัพย์ พาย จำกัด (มหาชน) Pi Daily ระบุ ตลาดไร้ปัจจัยหนุน รอติดตามเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯกับหลายๆประเทศ ส่วนไทยล่าสุดคลังยังมั่นใจจะเจรจาให้าภาษีลดลงต่ำกว่า 36% โดยล่าสุดทรัมป์ประกาศชัด 1 ส.ค. จะไม่ขยายระยะเวลาอีกแล้ว

ตลาดหุ้น Dow Jones เมื่อคืนปิดลบ 165 จุด (-0.37%) ตลาดยังคงถูกกดดันจากภาษีนำเข้าของสหรัฐฯ และล่าสุดประกาศว่าจะไม่ขยายระยะเวลากำหนดการเก็บภาษี ด้านราคาน้ำมันดิบ BRT ปิดบวก 0.8% ได้แรงหนุนจากคาดการณ์ว่าสหรัฐฯ จะผลิตน้ำมันลดลงในปีนี้

เมื่อวานที่ผ่านมารัฐมนตรีคลังออกมาให้สัมภาษณ์ว่าการเก็บภาษีอัตรา 36% จะเริ่มในวันที่ 1 ส.ค. ระหว่างนี้ยังคงอยู่ระดับ 10% และรัฐบาลสหรัฐฯก็ยังมิได้ปิดการเจรจาทั้งนี้ทีม Thailand จะเจรจาต่อเนื่อง ทำงานให้หนักขึ้น พร้อมย้ำจดหมายที่ได้รับเป็นของเก่าก่อนที่จะยื่นข้อเสนอใหม่เข้าไป ในข้อเสนอใหม่นั้นมีการปรับเปลี่ยนให้สินค้านำเข้าจากสหรัฐฯกว่า 90% ปลอดภาษีอากร มีเพียงอีก 10% ที่ไม่สามารถลดภาษีได้เพราะจะกระทบกับผู้ประกอบการภายในประเทศ จึงยังมั่นใจว่าจะเจรจากับสหรัฐฯและภาษีที่จะเผชิญไม่น่าจะสูงถึง 36% เมื่อผู้สื่อข่าวถามถึงกรณีกลุ่ม Brics ทางรัฐมนตรีคลังระบุว่าไทยเป็นเพียงกึ่ง Partner ที่เข้าไปสังเกตการณ์ ขณะที่กองเศรษฐกิจการท่องเที่ยวและกีฬารายงานจำนวนนักท่องเที่ยวต่างชาติในช่วง 1 ม.ค. – 6 ก.ค. สะสมที่ 17.1 ล้านคน (-5%YoY) จำนวนนักท่องเที่ยวมาเลเซียยังคงเป็นอันดับแรกที่ 2.37 ล้านรายแต่จีนลดลงมาเป็นอันดับ 2 ที่ 2.34 ล้านราย (เดิมจีนเป็นอันดับแรก) สำหรับสหรัฐฯเมื่อคืนที่ผ่านมายังไม่มีปัจจัยอะไรใหม่ๆ นักลงทุนจับตารอดูเจรจาการค้าระหว่างสหรัฐฯ กับหลายๆ ประเทศ ล่าสุดทรัมป์เผยว่าจะเตรียมรายงานรายชื่อ 7 ประเทศที่สามารถเจรจาการค้ากับสหรัฐฯ ได้ และเมื่อคืนได้ระบุว่าจากจดหมายต่างๆที่ส่งไปหลังจากนี้ภาษีศุลกากรจะเริ่มชำระในวันที่ 1 ส.ค. ยังไม่เปลี่ยนแปลงใดๆ และจะไม่เปลี่ยนแปลงใดๆ โดยจะไม่มีการต่ออายุออกไป หรือหมายความว่าเมื่อผ่านพ้นวันที่ 1 ส.ค. การเจรจาอาจสิ้นสุดแล้ว ไม่ว่าจะโดนภาษีในอัตราเท่าใดก็จะเผชิญกับอัตราเช่นนั้น ซึ่งประเทศไทยยังเหลือเวลาให้เจรจาอีก 3 สัปดาห์ แต่หากท้ายที่สุดแล้วเผชิญกับภาษีในอัตรา 36% อาจสร้างความเสียกับการส่งออกและต่างชาติที่จะย้ายฐานผลิตมายังประเทศไทยก็อาจจะพิจารณามากขึ้นกดดันกลุ่มนิคมอุตสาหกรรมและส่งออกโดยเฉพาะ ITC TU คืนนี้รอติดตามสต็อกน้ำมันดิบของสหรัฐฯ Bloomberg Consensus คาดการณ์ที่ -1.7 ล้านบาร์เรล

วันนี้ประเมิน SET เคลื่อนไหวในกรอบ 1100 – 1125 ยังไม่มีปัจจัยหนุนเชื่อว่าจากนี้จนถึงสิ้นเดือนตลาดจะยังไม่มีทิศทางที่ชัดเจนหรือระหว่างทางหากมีผลเจรจาที่พบว่าไทยเผชิญภาษีลดลงหรือใกล้เคียงกับประเทศอื่นๆอาจเป็นจิตวิทยาเชิงบวกให้กับตลาดหุ้นไทยแต่หากยังไม่มีความชัดเจนตลาดน่าจะยังเคลื่อนไหวแคบๆ ขณะที่ต่างประเทศก็ยังไร้ปัจจัยหนุนทิศทางดอกเบี้ย FED ก็ยังไม่มีสัญญาณผ่อนคลาย โดยตลาดให้น้ำหนักกับเจรจาการค้าแต่ก็พบว่ายังไม่มีทีท่าผ่อนคลาย ในเชิงกลยุทธ์การลงทุนอาจเลือกสะสมหุ้นปันผลดีที่กำไรมั่นคง (ไม่ผันผวนมาก) อาทิ TISCO BDMS รวมไปถึงหุ้นที่พื้นฐานดีที่เป็นผู้นำอุตสาหกรรม อาทิ CPALL CPN MINT MTC SAWAD

MTC (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 48.00 บาท) MTC เผชิญกับความไม่แน่นอนทางเศรษฐกิจ และผลบวกจากอัตราดอกเบี้ยลดลงอาจยังไม่เห็นผลที่ชัดเจนนักใน 1H25 แต่เราคาดว่ากำไรสุทธิใน 2Q25 จะเติบโตอย่างต่อเนื่องที่ 1.6 พันล้านบาท (+11.7% YoY, +2.7% QoQ) เพราะรายได้ดอกเบี้ยสุทธิขยายตัวตามสินเชื่อ กอปรกับการควบคุมคุณภาพสินเชื่อ และการติดตามหนี้ที่ดีขึ้นทำให้คาดว่า NPL ratio ปรับลดลงเล็กน้อยที่ 2.65% นอกจากนี้ เรามองว่าแนวโน้มกำไรจะเพิ่มสูงขึ้นได้ต่อเนื่องใน 2H25 เราคาดว่ากำไรสุทธิในปี 2025 จะเติบโตต่อเนื่อง 14%

MINT (ซื้อ / ราคาเป้าหมาย 36.00 บาท) 2Q25 กำไรปกติจะเติบโตสูง QoQ และมีโอกาสเติบโต YoY หนุนจาก 1) แนวโน้มการฟื้นตัวของธุรกิจโรงแรม ด้วยยอดการจองล่วงหน้าตั้งแต่เดือนเมษายนอยู่ในระดับที่ดี โดยเฉพาะในโซนยุโรปที่กำลังเข้าสู่ช่วงฤดูกาลท่องเที่ยว หนุน RevPar ปรับตัวสูงขึ้น 2) โรงแรมในประเทศไทยได้รับอานิสงค์จากช่วงเทศกาลสงกรานต์ ทำให้ทั้งอัตราการเข้าพัก (Occupancy) และ RevPar อยู่ในเกณฑ์ที่ดี และ 3) คาดรายได้ธุรกิจร้านอาหารจะฟื้นกลับมาทรงตัว YoY ด้วยยอดขายไอศกรีมมะม่วง เมนูฤดูกาลยอดนิยมที่เลื่อนเปิดการขายจาก 1Q25 มาใน 2Q25 เนื่องจากสภาพอากาศต้นปีที่หนาวยาวนานกว่าปีก่อน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...