โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

Gen Z Stare จ้องหน้านิ่งในที่ทำงาน ไม่ได้กวนแค่ไม่รู้จะตอบยังไง

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 23 ก.ค. 2568 เวลา 04.13 น. • เผยแพร่ 23 ก.ค. 2568 เวลา 10.55 น.

กระแสไวรัล Gen Z Stare กำลังลุกลามไปในหลายๆ ออฟฟิศ เมื่อรุ่นพี่หรือหัวหน้าในที่ทำงานกำลังเจอพฤติกรรมแปลกๆ ของพนักงานรุ่นใหม่ บางครั้งเมื่อถามคำถามอะไรไป กลับไม่ได้รับคำตอบ รุ่นน้อง Gen Z เอาแต่จ้องหน้านิ่ง ด้วยมีแววตานิ่งเฉย ไร้อารมณ์ ไม่ตอบโต้อะไรเมื่ออยู่ในสถานการณ์ที่ควรมีปฏิกิริยาตอบโต้

พฤติกรรมดังกล่าวกำลังเป็นกระแสในโลกโซเชียลตอนนี้ภายใต้ชื่อว่า “สายตาจ้องนิ่งของ Gen Z (Gen Z Stare)” โดยลักษณะเด่นคือ จ้องมองคนถามด้วยสายตาเรียบเฉย ไม่มีอารมณ์เหมือนไม่สนใจ หรือ “เหม่อลอย” จนหลายคนอดตีความไม่ได้ว่า พวกเขา “ไม่สนใจงาน” “หยาบคาย” หรือ “หยิ่งใส่คนอื่น”

เนื่องจากมีวัยทำงานรุ่นใหญ่หลายคนเคยพบเจอสถานการณ์แบบนี้ แล้วแชร์เรื่องราวผ่านโลกออนไลน์ บางคนยืนยันว่า พฤติกรรม Gen Z stare มักเกิดเมื่อคนรุ่นใหม่เจอคำถามที่รู้สึกว่า "น่าจะโง่" สำหรับพวกเขา เช่น ลูกค้าถามคำที่คำตอบชัดเจน กลายเป็นนิ่งเพราะรู้สึกทนไม่ไหว แต่นั่นจะเป็นการใส่ร้ายมากเกินไปหรือไม่ ?

แต่สำหรับผู้เชี่ยวชาญที่ติดตามพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ พวกเขามองว่านี่ไม่ใช่แค่เรื่องของ “ท่าทางที่ดูเฉยชา” แต่เป็นปรากฏการณ์ที่สะท้อนช่องว่างระหว่างวัยในที่ทำงาน และการเปลี่ยนผ่านทางวัฒนธรรมการทำงานอย่างลึกซึ้ง

“Gen Z Stare” คืออะไร? คนรุ่นใหม่-คนรุ่นก่อน ให้คำตอบต่างกัน

ปรากฏการณ์ดังกล่าวถูกพูดถึงอย่างกว้างขวางบน TikTok และชาวเน็ตก็เริ่มตั้งชื่อให้กับพฤติกรรมนี้ว่า “Gen Z Stare” ซึ่งหมายถึง สายตาว่างเปล่า เฉยเมย ที่คน Gen Z มักแสดงออกในสถานการณ์ทางสังคม เช่น เวลาถูกถามในห้องเรียน การรับบริการในร้านอาหาร หรือแม้แต่ในการประชุมในที่ทำงาน

เจสสิกา แมดดอกซ์ (Jessica Maddox) อาจารย์สาขาหนึ่งแห่งมหาวิทยาลัยแอละแบมา ในสหรัฐอเมริกาเล่าว่า เธอเคยต้อง “อ้อนวอน” ให้ลูกศิษย์ตอบคำถาม เพราะมักเจอแต่สายตานิ่งๆ ที่ไร้ปฏิกิริยา เธอยอมรับว่า พอได้ยินคำว่า “Gen Z Stare” ก็รู้ทันทีว่านี่คือสิ่งที่เธอเผชิญอยู่ทุกวัน

บางคนมองว่าเป็นเพราะ Gen Z “เบื่อ” หรือ “ไม่อยากตอบคำถามโง่ๆ” ขณะที่คนรุ่นใหม่หลายคนใน TikTok กลับมีคำอธิบายแตกต่างออกไปว่า “เราไม่ได้ขาดทักษะทางสังคมหรอก เราแค่ไม่สนใจจะตอบคำถามที่ไม่จำเป็นเท่านั้นเอง”

เบื้องหลังพฤติกรรม 'จ้องหน้านิ่ง' อาจลึกซึ้งกว่าที่คิด

แม้รุ่นพี่ที่ทำงานหลายคนจะรีบตัดสินว่า สายตาเฉยเมยของชาว Gen Z คือสัญญาณของการขาดความสนใจ หรือไม่อยากทำงาน แต่ผู้เชี่ยวชาญอย่าง โจ กัลวิน (Joe Galvin) หัวหน้าทีมวิจัยจาก Vistage ซึ่งเป็นบริษัทที่ปรึกษาและโค้ชชิ่งผู้บริหารระดับสูง ชี้ว่า การแปลความหมายแบบนั้นอาจตื้นเขินเกินไป

เขาอธิบายว่า “Gen Z Stare” คล้ายกับแนวโน้มของเทรนด์ “Quiet Quitting” ที่หลายคนเข้าใจผิดในตอนแรกว่า เป็นการไม่สนใจงาน ทั้งที่จริงๆ แล้ว มันสะท้อนถึงความคาดหวังต่อสภาพแวดล้อมการทำงานที่เปลี่ยนไป เช่น ต้องการความยืดหยุ่น ความโปร่งใส และการมีจุดมุ่งหมายร่วมกันมากกว่าการทำตามคำสั่งแบบเคร่งครัด

อีกมุมหนึ่งที่น่าสนใจคือ พฤติกรรมนี้อาจเป็นผลพวงจากการที่คนรุ่นใหม่ เติบโตขึ้นมาท่ามกลางโควิด-19 จึงทำให้พวกเขาแทบไม่ได้ฝึกฝนทักษะทางสังคมแบบตัวต่อตัว และการสื่อสารต่อหน้า เพราะต้องเรียนและทำงานผ่านหน้าจอ แมดดอกซ์ค้นพบด้วยว่า หลังยุคโควิด พฤติกรรม “เงียบเฉย” ในห้องเรียนเพิ่มขึ้นอย่างเห็นได้ชัด

ไม่ใช่ไม่ฟัง หรือหยิ่ง หรือกวน แต่ Gen Z แค่ไม่รู้จะตอบว่าอะไร

ผู้เชี่ยวชาญบางคนเปรียบว่า พฤติกรรมจ้องหน้านิ่งด้วยสายตาเฉยเมยนี้ คล้ายกับอาการ “แช่แข็ง” ทางจิตใจ (Freeze Response) ที่มักเกิดขึ้นเมื่อคนรู้สึกตกใจ กลัว หรือไม่แน่ใจว่าควรตอบสนองอย่างไร

กัลวินยังอธิบายเพิ่มเติมว่า คนรุ่น Gen Z ที่โตมากับเทคโนโลยีและโซเชียลมีเดีย อาจไม่แสดงความตั้งใจฟังด้วยการสบตาตลอดเวลา เหมือนที่ผู้จัดการรุ่นก่อนคุ้นเคย เพราะพวกเขาสื่อสารผ่านจอและข้อความมาตลอด

“สำหรับ Gen Z บางคน การไม่สบตาตลอดเวลาไม่ได้แปลว่าเขาไม่ใส่ใจเสมอไป” เขากล่าว “สิ่งที่ Baby Boomer หรือ Gen X เห็นว่า ‘ไม่สนใจ’ อาจเป็นเพียงรูปแบบของการฟังอย่างตั้งใจในแบบของ Gen Z ก็ได้”

องค์กรควรเรียนรู้อะไร หรือปรับมุมมองอะไรจากพฤติกรรมนี้ ?

ซูเจย์ ซาฮา (Sujay Saha) ประธานบริษัท Cortico-X เสนอว่า แทนที่จะรีบตัดสินคนรุ่นใหม่จากพฤติกรรมดังกล่าว แต่หัวหน้าหรือผู้นำองค์กรควรใช้วิธีสังเกตและทำความเข้าใจคนรุ่นนี้ให้มากขึ้น เช่น ดูว่าพนักงาน Gen Z พูดคุยกับลูกค้า Gen Z อย่างไร เพื่อเรียนรู้ว่า “ปฏิสัมพันธ์แบบจริงใจ” ของกลุ่มคนรุ่นนี้มีลักษณะแบบไหน ใช้วิธีพูดคุยสื่อสารยังไง แล้วนำสิ่งเหล่านั้นไปใช้พัฒนาโปรแกรมฝึกอบรมให้เหมาะสม

เขายังเสนอให้เปลี่ยนกรอบความคิดจาก “Gen Z ทำงานยาก ไม่มีความภักดีต่อองค์กร” ไปเป็นการมองว่าพวกเขามีมุมมองใหม่ๆ ที่จะช่วยขับเคลื่อนองค์กร เช่น พวกเขาให้ความสำคัญกับ “ความจริงใจ” ต่อแบรนด์และองค์กร และพวกเขาไม่ชอบระบบลำดับชั้น แต่ต้องการการทำงานแบบร่วมมือและมีส่วนร่วม

รวมไปถึงพวกเขาคาดหวังผลลัพธ์เร็ว ต้องการการทำงานแบบต้นแบบ ทดลอง เรียนรู้ และปรับปรุง และการมีอิทธิพลในโลกโซเชียลที่คน Gen Z สามารถช่วยขับเคลื่อนการตลาดออนไลน์ขององค์กรได้เป็นอย่างดี

ทำไมผู้นำต้องเข้าใจ ปรากฏการณ์ “Gen Z Stare”?

“เราไม่ควรตัดสินพนักงานจากแค่ท่าทางหรือสีหน้า คำถามคือ พวกเขาไม่สนใจจริงๆ หรือคุณแค่ใช้มาตรฐานเดิมๆ ในการวัดความมีส่วนร่วมในสถานที่ทำงานกันแน่” กัลวิน เตือนผู้นำองค์กร โดยเขาเน้นย้ำอีกว่า ผู้นำต้องปรับตัวให้เข้ากับพฤติกรรมของคนรุ่นใหม่ และสร้างวัฒนธรรมการสื่อสารที่เปิดกว้าง ครอบคลุมทุกสไตล์

ขณะที่ ซูเจย์ ซาฮา ก็เห็นด้วยเช่นกัน เขาบอกว่า สิ่งสำคัญคือ “ทำความเข้าใจ ไม่ใช่ตัดสิน” และต้องช่วยให้คนรุ่นใหม่รู้สึกว่าพวกเขา “มีส่วนร่วม” ในองค์กรจริงๆ ไม่ใช่แค่เป็นฟันเฟืองเล็กๆ ในระบบงาน

อย่างไรก็ตาม แม้จะมีการล้อเลียนพฤติกรรม “Gen Z Stare” ของคนรุ่นใหม่ในโซเชียลมีเดียว่า พวกเขาเป็นเหมือนหุ่นยนต์ คนไร้ชีวิต หรือแม้แต่เปรียบกับอาการป่วยจิต แต่นักจิตบำบัดอย่าง โรบี ลัดวิก (Robi Ludwig) ชี้ว่า พฤติกรรมนี้ สะท้อนถึงช่องว่างทักษะทางสังคมที่เกิดจากยุคสมัยที่เปลี่ยนไป ไม่ใช่ความผิดของใครคนใดคนหนึ่ง

ขณะที่ Gen Z เองก็ไม่ได้นิ่งเฉยต่อการวิจารณ์ พวกเขาออกมาชี้แจงใน TikTok ว่า “สายตาในงานบริการ” กับ “สายตาแบบ Gen Z” นั้นคนละเรื่องกัน และบางครั้งพวกเขาก็แค่ไม่อยากตอบคำถามที่ดู “ไม่สมเหตุสมผล” มากกว่า

เอาเป็นว่าเรื่องนี้ไม่มีใครผิดหรือถูกแบบ 100% เพราะท่ามกลางโลกการทำงานในยุคที่ประกอบด้วยผู้คนหลายเจนเนอเรชัน การเปิดใจเรียนรู้ซึ่งกันและกัน น่าจะสำคัญกว่าการตัดสินที่ผิวเผิน เพราะท้ายที่สุดแล้ว Gen Z คือกำลังสำคัญของตลาดแรงงานในอนาคตอันใกล้นี้

อ้างอิง: Forbes, NBC News, Businessinsider, AdelaideNow

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...