โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ต่างประเทศ

แอฟริกาหวั่นผู้ป่วย HIV เพิ่ม หลังสหรัฐฯ ตัดงบวิจัยวัคซีน

TNN ช่อง16

เผยแพร่ 13 ก.ค. 2568 เวลา 06.28 น.
สหรัฐฯ ตัดงบ HIV ทันควัน ทำโครงการวัคซีนในแอฟริกาใต้ชะงักทันที

เพียงหนึ่งสัปดาห์ก่อนที่นักวิทยาศาสตร์ในแอฟริกาใต้จะเริ่มทดลองวัคซีน HIV กับมนุษย์อย่างเป็นทางการ และมีความหวังสูงสำหรับอีกก้าวหนึ่งในการจำกัดการระบาดใหญ่ที่ร้ายแรงที่สุดครั้งหนึ่งในประวัติศาสตร์ กลับมีอีเมลฉบับหนึ่งกลับมาถึง พร้อมข้อความสั่งให้หยุดงานทั้งหมดทันที โดยอีเมลฉบับนั้นแจ้งว่า สหรัฐอเมริกาภายใต้การนำของประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ได้ตัดงบประมาณสนับสนุนทั้งหมดที่เคยให้ไว้

ข่าวดังกล่าวสร้างความเสียหายและผิดหวังอย่างรุนแรงต่อทีมนักวิจัยในแอฟริกาใต้ ซึ่งเป็นภูมิภาคที่มีจำนวนผู้ติดเชื้อ HIV มากที่สุดในโลก และถือเป็นแนวหน้าของการพัฒนายาและวัคซีนต้านไวรัสร้ายนี้

โครงการวิจัยดังกล่าวมีชื่อว่า BRILLIANT ซึ่งวางแผนจะใช้ความหลากหลายทางพันธุกรรมในภูมิภาคนี้และความเชี่ยวชาญของนักวิจัยท้องถิ่นในการพัฒนาเทคโนโลยีที่อาจช่วยชีวิตผู้คนทั่วโลก

ดร.เกลนดา เกรย์ หัวหน้าโครงการ BRILLIANT กล่าวว่า แอฟริกาเป็นหัวใจสำคัญของการพัฒนายา HIV มาหลายปี การที่สหรัฐฯ ตัดงบในครั้งนี้ คือการกระทบความสามารถในการวิจัยของทวีปนี้อย่างรุนแรง

ความคืบหน้าที่โดดเด่นที่เคยเกิดขึ้นก่อนหน้านี้ เช่น การทดลองทางคลินิกของ ยา lenacapavir ซึ่งเป็นยาฉีดป้องกัน HIV เพียงปีละ 2 ครั้ง โดยผ่านการอนุมัติจากสำนักงานอาหารและยาสหรัฐฯ (FDA) แล้ว หนึ่งในการทดลองสำคัญก็คือในกลุ่มเยาวชนชาวแอฟริกาใต้

ศาสตราจารย์อับดุลลาห์ เอลี แห่งมหาวิทยาลัยวิทวอเตอร์สแรนด์ ซึ่งนำทีมวิจัยในห้องทดลองวัคซีน HIV กล่าวว่า วัคซีนที่พัฒนาขึ้นแสดงให้เห็นถึงการตอบสนองทางภูมิคุ้มกันที่มีแนวโน้มดีมาก แต่ทั้งหมดต้องหยุดชะงักลงทันทีเมื่อเงินทุนหายไป

ขณะนี้ทีมวิจัยกำลังเร่งหางบประมาณจากแหล่งอื่นเพื่อรักษาโครงการให้รอด โดยรัฐบาลแอฟริกาใต้ก็ออกมายอมรับว่าเป็นไปได้ยากมากที่จะหาทุนมาทดแทนเงินจากสหรัฐฯ

และนั่นอาจหมายถึง การเพิ่มขึ้นของจำนวนผู้ติดเชื้อ HIV การเข้าถึงยาต้านไวรัสที่ลดลง และระบบสาธารณสุขที่ล่มสลาย

รัฐบาลเปิดเผยว่า เจ้าหน้าที่สาธารณสุขในโครงการ HIV อย่างน้อย 8,000 คนถูกเลิกจ้างแล้ว รวมถึงเจ้าหน้าที่เก็บข้อมูล ผู้ติดตามผู้ป่วย และที่ปรึกษาด้าน HIV ที่เคยเข้าถึงชุมชนห่างไกล

นี่จึงไม่ใช่แค่เรื่องของการตัดงบประมาณวิจัยเท่านั้น แต่เป็นการถอยหลังครั้งใหญ่ในการต่อสู้กับหนึ่งในโรคระบาดร้ายแรงที่สุดในประวัติศาสตร์มนุษยชาติ

ข่าวที่เกี่ยวข้อง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...